
อิสรภาพทางการเงิน…อีกครั้ง
โดย...กิตติพงศ์ คุ้มมั่น
โดย...กิตติพงศ์ คุ้มมั่น
วันก่อน ผมมีโอกาสได้พูดคุยกับเพื่อนสนิทรุ่นเดียวกันตั้งแต่สมัยมัธยมเรื่องการจัดการเป้าหมายในชีวิต และด้วยความบังเอิญช่วงเวลาใกล้เคียงกันก็เพื่อนรุ่นเดียวสมัยมัธยมเช่นกัน ได้จัดให้มีการเสวนากลุ่มย่อย เรื่องควรเตรียมตัววางแผนการเงินอย่างไร โดยเชิญเพื่อนๆ ที่อยู่ในวงการการเงินมาเสวนาให้ความรู้แก่เพื่อนที่ไม่ได้มีความรู้หรือความเชี่ยวชาญทางด้านนี้ ทั้งสองเรื่องเชื่อมโยงมาสู่คำคำเดียวกัน คืออิสรภาพทางด้านการเงิน วันนี้ผมเลยขอถือโอกาสพูดคุยเรื่องนี้เพิ่มเติมอีกครั้งครับ
การมีอิสรภาพทางการเงิน สรุปง่ายๆ อีกครั้ง คือการที่คนเราสามารถทำอะไรตามสิ่งที่เราชอบหรือต้องการได้ โดยไม่มีปัจจัยเรื่องเงินๆ ทองๆ มาเป็นข้อจำกัด ดังนั้นเองเรื่องดังกล่าวจึงถูกนำมาตีความมุ่งประเด็นส่วนใหญ่ไปที่การมีเงินหรือสินทรัพย์ที่มากเพียงพอ โดยที่มากเท่าไรและเมื่อไรจึงจะได้ จึงถูกทำให้เป็นโจทย์ เป็นเป้าหมายที่บอกว่าเราจะต้องมีเท่านี้เท่านั้นภายในเวลาเท่านี้ เอาลงโปรแกรม Excel ออกมาเป็นแผนการออมเงิน ยิ่งออมก่อนจะถึงก่อน ยิ่งนำไปลงทุนในสินทรัพย์ที่มีผลตอบแทนที่ดีบนความเสี่ยงที่ไม่มากเกินไป มีการกระจายการลงทุนให้เหมาะสม ถ้าคุณทำอย่างมีวินัย จนถึงระดับหนึ่งก็จะเข้าสู่อิสรภาพทางการเงิน ไชโย ตามแผน
ถ้ามันเพียงแค่นั้น คำสองคำ คือคำว่า วินัย กับ ความรู้เรื่องการออมการลงทุนก็น่าจะเอาอยู่ ประเทศไทยคงเต็มไปด้วยฟรีแมนค่อนประเทศ ซึ่งในความเป็นจริง ผมคิดว่าการจะไปถึงตรงนั้นสองสิ่งข้างบนไม่พอ แต่ต้องมีอีกอย่างน้อยอีกสามสิ่งควบคู่กันไปครับ
Passion สิ่งที่เราต้องการทำคืออะไรกันแน่เมื่อเรามีอิสรภาพทางด้านการเงิน บางคนต้องการสร้างสิ่งที่เป็นประโยชน์ให้กับชุมชน สังคม ในขณะที่บางคนต้องการเล่นกอลฟ์ทุกวันและเทิร์นโปร หรือบางคนอยากได้ไปท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ ทั่วโลก เป็นต้น
การมี Passion สำคัญมาก เพราะถ้าคุณไม่มีก็หมือนกับมีสตางค์แล้วไม่รู้จะไปทำอะไร แต่ในทำนองกลับกัน การไม่รู้ว่าตัวเองชอบหรือลุ่มหลงที่จะทำอะไร อาจทำให้ไม่มี Drive เพียงพอที่จะอยากมีอิสรภาพทางการเงิน ก็เลยทำทุกวันไปงั้นๆ ถึงก็ช่าง ไม่ถึงก็ช่าง ดังนั้นรีบกำหนด Passion ซะ ถ้ายังนึกไม่ออก ให้สมมติตัวเองว่าตอนอายุใกล้เกษียณอยากเป็นคนแบบไหนและทำอะไร อาจทำให้ค้นพบตัวเองเจอแล้วค่อย Work back กลับมา
Scope อิสรภาพทางการเงินที่ต้องการมีขอบเขตแค่ไหน เรา สามีหรือภรรยา ลูกของเรา อยู่ในขอบเขตของการต้องการให้มีสิ่งนี้ร่วมกันหรือไม่ การกำหนดขอบเขตที่แค่เราอาจทำให้ไปไม่ถึงจุดนั้นในทางปฏิบัติ เนื่องจากเราไม่สามารถเดินทางทุกวันโดยไม่มีครอบครัวที่เข้าใจเรา และคอยสนับสนุนเราได้ การทำร่วมกันทำให้เราได้ Leverage ทักษะ ข้อดี ข้อเสีย ร่วมกัน ทั้งยังมีส่วนเสริมให้เกิดการสื่อสาร อันจะนำมาซึ่งความเข้าใจในครอบครัวที่เพิ่มมากขึ้น แต่การทำให้คนทุกคนในครอบครัวมีอิสรภาพการเงินคงต้องใช้ Scale ของเงินหรือสินทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ แต่จำไว้เถอะครับคุณไม่สามารถมีมันได้ ถ้าภรรยาและลูกยังไม่มีมัน มันคือแค่ภาพลวงตาที่คุณสร้างขึ้นมาเพื่อหลอกตัวเอง
Time ทุกคนมีเวลาเท่ากัน 24 ชม.ต่อวัน ให้เวลากับการจัดสรรเวลาเยอะๆ ไม่ว่าจะเป็นการจัดลำดับสิ่งที่ต้องทำ การรักษาสุขภาพเพื่อให้เวลาของคุณมีเยอะ หรือแม้กระทั่งการตัดเวลาที่ไม่จำเป็นทิ้ง เช่นเวลาเดินทางโดยทำให้บ้านอยู่ใกล้ที่ทำงานและอยู่ใกล้โรงเรียนลูก เป็นต้น ยิ่งคุณรีดสิ่งนี้ออกมาได้มากแค่ไหน คุณจะได้เปรียบและเดินทางถึงได้มากเท่านั้น และเมื่อเดินทางถึงอิสรภาพทางการเงินแล้ว คุณก็ยังคงต้องจัดการเวลาต่อไป เพื่อให้ได้มีเวลาได้ทำในสิ่งที่คุณลุ่มหลงเยอะสุด นานสุด มันสำคัญจนทำให้เราต้องอาจมีคำว่าการมีอิสรภาพของเวลา ควบคู่ไปกับการมีอิสรภาพทางการเงินซึ่งแปลความคล้ายๆ กัน
วันนี้อาจเขียนค่อนข้างนามธรรม แต่อยากแชร์เรื่องดังกล่าวก่อนที่ท่านจะวางแผนทางการเงิน ผมอยากเห็นคนไทยทุกคนมีอิสรภาพทางการเงิน ครับ







