posttoday
ส่งออกถดถอย ต้องแก้ให้ถูกทาง

ส่งออกถดถอย ต้องแก้ให้ถูกทาง

12 พฤษภาคม 2558

ไทยเป็นประเทศส่งออกแบบเข้มข้นคือเศรษฐกิจของเราพึ่งพากับการส่งออกสูงถึง 62-65% ต่อจีดีพี เกี่ยวข้องโดยตรงกับภาคอุตสาหกรรม เกษตรกรรม การค้า ภาคบริการ ขนส่ง โลจิสติกส์ ฯลฯ เกี่ยวข้องกับผู้ใช้แรงงาน เกษตรกรและประชาชน ทั้งทางตรงและทางอ้อมประมาณ 2 ใน 3 อีกทั้งการส่งออกเกี่ยวข้องกับการนำเข้าทั้งวัตถุดิบ อะไหล่ วัสดุ-อุปกรณ์ เชื้อเพลิง-พลังงาน ซึ่งกว่าครึ่งนำเข้าเพื่อการส่งออก การขยายตัวหรือหดตัวของการส่งออกจึงมีผลต่อเศรษฐกิจและต่อชีวิตของผู้คนของประเทศ

ไทยเป็นประเทศส่งออกแบบเข้มข้นคือเศรษฐกิจของเราพึ่งพากับการส่งออกสูงถึง 62-65% ต่อจีดีพี เกี่ยวข้องโดยตรงกับภาคอุตสาหกรรม เกษตรกรรม การค้า ภาคบริการ ขนส่ง โลจิสติกส์ ฯลฯ เกี่ยวข้องกับผู้ใช้แรงงาน เกษตรกรและประชาชน ทั้งทางตรงและทางอ้อมประมาณ 2 ใน 3 อีกทั้งการส่งออกเกี่ยวข้องกับการนำเข้าทั้งวัตถุดิบ อะไหล่ วัสดุ-อุปกรณ์ เชื้อเพลิง-พลังงาน ซึ่งกว่าครึ่งนำเข้าเพื่อการส่งออก การขยายตัวหรือหดตัวของการส่งออกจึงมีผลต่อเศรษฐกิจและต่อชีวิตของผู้คนของประเทศ

อย่างไรก็ดี การที่ส่งออกไทยติดลบมา 2 ปีเศษ คือตั้งแต่ปี 2556 ปีนั้น ติดลบเชิงเหรียญสหรัฐ 0.26% ปี 2557 ส่งออกติดลบ 0.41% และ 4 เดือนแรกของปี 2558 ส่งออกถดถอยถึง 1.39% จนกระทรวงพาณิชย์ต้องปรับเป้าจากเดิมคาดว่าจะขยายตัว 4% ลงเหลือ 1.2% แต่ภาคเอกชนเห็นว่าอาจขยายตัวได้ใกล้เคียงเพียงศูนย์เปอร์เซ็นต์

ทั้งนี้ ต้องเข้าใจตรงกันว่าการส่งออกภาครัฐไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานใด ไม่ใช่ทำหน้าที่เป็นผู้ส่งออก หน้าที่หลักของหน่วยงานของรัฐเพื่อส่งเสริมการส่งออกจึงต้องชัดเจนในการทำหน้าที่อำนวยความสะดวกให้การส่งออกไม่สะดุด ติดขัดตรงจุดไหนก็ต้องเร่งแก้ ขณะที่หน่วยงานของรัฐอีกหลายๆ หน่วยยังยึดติดกับความคิดเดิมๆ ในการเน้นหน้าที่ในการกำกับ ควบคุม ตรวจสอบ หรือทำหน้าที่เป็นอุปสรรค-ขัดขวางต่อการส่งออกเสียด้วยซ้ำ

การขับเคลื่อนการส่งออกเป็นเรื่องของขีดความสามารถในการแข่งขัน เกี่ยวข้องโดยตรงกับต้นทุนการผลิตทั้งแรงงาน ประสิทธิภาพการผลิต โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับวัตถุดิบ ซึ่งการนำเข้าเกือบครึ่งหนึ่งเพื่อการส่งออก หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะกรมศุลกากรต้องปรับเปลี่ยนเป็นหน่วยส่งเสริมและอำนวยความสะดวกด้านส่งออกของชาติ ไม่ใช่ไปเอาแว่นขยายมาส่องหาจับผิด ทำให้ผู้ส่งออกต้องเสียเวลาและต้นทุนสูงโดยไม่จำเป็น ขณะที่เจ้าหน้าที่นั้นๆไม่ต้องรับผิดชอบต่อการปฏิบัติหน้าที่ซึ่งทำให้เอกสารเสียหาย ซึ่งที่กล่าวนี้เกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงานที่จะต้องเร่งปฏิรูป

ทั้งนี้ จากการที่ กนง.ลดดอกเบี้ยนโยบายก็คงคลี่คลายเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนให้อ่อนค่าช่วยการส่งออกได้ระดับหนึ่ง แต่หากรัฐบาลต้องการผลักดันส่งออกให้เป็นวาระแห่งชาติอย่างจริงจัง เรื่องการอำนวยความสะดวกทั้งด้านศุลกากร การขออนุญาตต่างๆ เป็นหัวใจสำคัญเพราะจะลดต้นทุนให้กับผู้ส่งออก เงินหมุนเวียนได้เร็วช่วยด้านสภาพคล่อง

ดังนั้น งานเฉพาะหน้าของรัฐบาลจึงต้องปฏิรูปหน่วยงานหลักที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกด้วยการอบรมข้าราชการให้ตระหนักรู้ถึงความสำคัญของการส่งออกและให้เห็นแก่ประโยชน์ของประเทศ สำหรับด้านกฎระเบียบที่ล้าสมัยซึ่งเป็นอุปสรรค ซึ่งในอดีตแก้ไขได้ยากก็เอามาตรา 44 เข้ามาแก้ กำชับให้หน่วยงานต่างๆ ช่วยดูแลสนับสนุนช่วยเหลือผู้ส่งออก ซึ่งการแก้ปัญหาส่งออกอย่างยั่งยืนคงต้องเร่งปฏิรูปทั้งระบบ เอาปัญหาจริงๆ มาแก้จะได้ไม่หลงทางนะครับ...

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท