posttoday
BJCHIลั่นพร้อมกลับมาดีครึ่งปีหลัง

BJCHIลั่นพร้อมกลับมาดีครึ่งปีหลัง

12 พฤษภาคม 2558

BJCHI ลั่นครึ่งปีหลังดีกว่าครึ่งแรก แถมไม่เสี่ยงขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยนสกุลออสเตรเลีย

BJCHI ลั่นครึ่งปีหลังดีกว่าครึ่งแรก แถมไม่เสี่ยงขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยนสกุลออสเตรเลีย

นายเซิงวูลี ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ และรองกรรมการผู้จัดการฝ่ายบริหาร บริษัท บีเจซี เฮฟวี่ อินดัสทรี (BJCHI) เปิดเผยว่า ผลประกอบการของบริษัทในครึ่งปีหลังน่าจะออกมาดีกว่าครึ่งปีแรก เนื่องจากบริษัทยังจะรับรู้ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เป็นเงินสกุลเหรียญออสเตรเลียหมดในไตรมาสแรก

ขณะที่งานโครงการแปรรูปผลิตภัณฑ์เหล็กและงานประกอบชิ้นส่วนแท่นขุดเจาะน้ำมันขนาดใหญ่บนเรือขุดเจาะสำรวจน้ำมันและก๊าซธรรมชาติของบริษัทน้ำมันเปโตรบราสรายใหญ่ของประเทศบราซิล (FPSO) มูลค่า 5,400 ล้านบาท จะเริ่มดำเนินการได้ในไตรมาส 2 และเริ่มรับรู้รายได้เป็นสกุลเงินเหรียญสหรัฐในไตรมาส 3 เป็นต้นไป หลังจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประกาศลดดอกเบี้ยลงแสดงว่ามีนโยบายให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าอย่างนี้ จะยิ่งเป็นผลดีต่อบริษัท

“ครึ่งปีหลังการรับรู้รายได้ส่วนใหญ่เป็นสกุลเหรียญสหรัฐ ซึ่งบริษัทสามารถจัดการทำประกันความเสี่ยง (เฮดจ์จิ้ง) หรือมีเครื่องมือในการบริหารจัดการได้มากกว่าสกุลเหรียญออสเตรเลียที่ปัจจุบันมีแนวโน้มอ่อนค่าลง เศรษฐกิจยังซบเซาอยู่เพราะอิงการทำการค้ากับประเทศจีนเป็นหลัก” นายเซิงวูลี กล่าว

อย่างไรก็ดี การรับรู้งาน FPSO ของเปโตรบราสครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกที่บริษัทรับงานครั้งเดียวที่มีมูลค่าสูงถึง 5,000 ล้านบาท และเป็นตัวช่วยเสริมทำให้บริษัทมีมูลค่างานที่รอรับรู้รายได้ (แบ็กล็อก) สิ้นไตรมาสแรกปี 2558 กว่า 7,000 ล้านบาท โดยโครงการมีระยะเวลาดำเนินการประมาณ 18 เดือน แต่บริษัทคาดว่าจะสามารถดำเนินการเสร็จภายใน 12-13 เดือน 

บริษัทอยู่ระหว่างการเตรียมประมูลงาน FPSO ของเปโตบราสที่บราซิลเช่นเดิมในการดูแลระบบวิศวกรรมบนเรือที่มีแท่นขุดเจาะอีก 2 แห่ง มูลค่ารวม 5,000 ล้านบาท จะทราบผลประมูลภายในสิ้นปีนี้ หรือต้นปี 2559 และคาดว่าในอนาคตมูลค่างานที่ BJCHI จะได้รับจะสูงไปถึง 1 หมื่นล้านบาทได้นอกจากนี้ยังมีงานประมูลที่ออสเตรเลียโครงการโมดูลก๊าซแอลเอ็นจี (APLNG) เฟส 3 มูลค่ามากกว่า 1,000 ล้านบาท และงาน พรีคาสท์ เฮาส์ซิ่ง มูลค่า 400-500 ล้านบาท จะรู้ผลในครึ่งปีหลังนี้

“บริษัทเปลี่ยนกลยุทธ์การ รับงานจากผู้ว่าจ้างงานโดยตรงมากกว่า โดยปีนี้สัดส่วนจะอยู่ที่ 90% จากปีก่อน 30% และลดการรับงานจากผู้รับเหมาหลัก (EPC) เหลือ 10% จากปีก่อน 70% อีกทั้งหันมารับงานในภูมิภาคบราซิลมากกว่าฝั่งออสเตรเลีย โดยเฉพาะงาน FPSO ที่กำลังมีแนวโน้มที่ดีต่อเนื่อง เนื่องจากเป็นเทคโนโลยีใหม่ในการมีแท่นขุดเจาะในการใช้สำรวจแหล่งน้ำมัน ประกอบกับยังเป็นช่วงที่ราคาน้ำมันน่าจะผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว ความต้องการในการสำรวจขุดเจาะน่าจะมีมากขึ้น แต่บริษัทต้องยอมปรับลดราคางานลงบางส่วน เพราะเริ่มมีคู่แข่งจากประเทศจีนเข้ามารับงานที่บราซิลมากขึ้น แต่พยายามจะควบคุมอัตราการทำกำไรให้อยู่ในระดับที่ดีให้ได้” นายเซิงวูลี กล่าว

ทั้งนี้ คาดว่าอัตรากำไรสุทธิ ปีนี้จะอยู่ที่ 15-25% ส่วนอัตรา กำไรขั้นต้นจะอยู่ที่ 25-35% โดย ปีก่อนอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 22% และอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 29% ขณะที่คาดว่ารายได้ปีนี้น่าจะ
มากกว่า 5,000 ล้านบาท หรือเติบโตมากกว่า 15% จากปีก่อนทำได้ 4,500 ล้านบาท

งบไตรมาสแรกมีกำไร 158.8 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ทำได้ 168 ล้านบาท หากไม่ขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน 140.5 ล้านบาท บริษัทจะมีกำไรถึง 304 ล้านบาท โดยขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างพิจารณาหาเครื่องมือทางการเงินมาบริหารอัตราแลกเปลี่ยนมากขึ้น

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท