
‘นิติกิ๊ฟท์ชอป’ ปรับทัพ รุกตลาดออนไลน์
แหล่งรวบรวมสินค้าของขวัญ กิฟต์ช็อป และร้านตุ๊กตา ที่มีมากสุดในประเทศกว่า 100 ร้านค้า คือสำเพ็ง ซึ่งแต่ละร้านก็มีจุดเด่นและเอกลักษณ์ความพิเศษไม่เหมือนกัน รวมถึง “ร้านนิติกิ๊ฟท์ชอป”ที่มี 2 สาขาในสำเพ็ง ถือเป็นร้านที่รวบรวมสินค้ากิฟต์ช็อปรายใหญ่และหลากหลายที่สุดแห่งหนึ่งในสำเพ็ง และสามารถพลิกกลยุทธ์การทำธุรกิจ เพื่อรับมือสถานการณ์เศรษฐกิจชะลอตัวลงและลูกค้าที่ลดลงได้เป็นอย่างดี
แหล่งรวบรวมสินค้าของขวัญ กิฟต์ช็อป และร้านตุ๊กตา ที่มีมากสุดในประเทศกว่า 100 ร้านค้า คือสำเพ็ง ซึ่งแต่ละร้านก็มีจุดเด่นและเอกลักษณ์ความพิเศษไม่เหมือนกัน รวมถึง “ร้านนิติกิ๊ฟท์ชอป”
ที่มี 2 สาขาในสำเพ็ง ถือเป็นร้านที่รวบรวมสินค้ากิฟต์ช็อปรายใหญ่และหลากหลายที่สุดแห่งหนึ่งในสำเพ็ง และสามารถพลิกกลยุทธ์การทำธุรกิจ เพื่อรับมือสถานการณ์เศรษฐกิจชะลอตัวลงและลูกค้าที่ลดลงได้เป็นอย่างดี
“นิรมล นัยริยสัจ” เจ้าของธุรกิจ ร้านนิติกิ๊ฟท์ชอป เปิดเผยว่า การแข่งขันในตลาดร้านค้ากิฟต์ช็อปที่สำเพ็งมีความรุนแรงมาก เพราะมีผู้ประกอบการที่เปิดร้านค้ากิฟต์ช็อปไม่ต่ำกว่า 100 ร้านค้า เน้นแข่งขันที่ราคาสินค้าเป็นหลัก ตามสถานการณ์เศรษฐกิจ ซึ่งจุดเด่นของนิติกิ๊ฟท์ชอปที่แตกต่างจากร้านอื่น คือมีแบบสินค้าให้เลือกในแต่ละคอลเลกชั่นมากที่สุด
ขณะเดียวกัน สินค้าของร้านที่นำเข้ามาจากประเทศจีนและฮ่องกง ก็เลือกสินค้าจากโรงงานและตัวแทนจำหน่ายในแต่ละประเทศที่มีมาตรฐานการผลิตในระดับสูง ทำให้ร้านมีความแตกต่าง โดยการเลือกนำเข้าสินค้าจากจีนนั้น ก็ต้องเลือกโรงงานที่ดี และจีนมีจุดเด่นที่สินค้ามีหลากหลาย และแต่ละแบบไม่มีมาก่อนในประเทศไทย ส่วนตุ๊กตาก็เลือกที่ผลิตจากวัตถุดิบที่มีคุณภาพ จึงได้ผ้าที่มีความนุ่มและทนทาน แม้ว่าราคาสินค้าในร้านจะสูงกว่าร้านค้าอื่นก็ตาม
“การเลือกนำเข้าสินค้าจากประเทศจีนเป็นระยะเวลากว่า 10 ปี ก็ยังไม่เคยเกิดปัญหากับจีน เพราะร้านมีตัวแทนตรวจสอบคุณภาพสินค้า มีการกำหนดดีไซน์สินค้าที่จะสั่งอย่างชัดเจน โดยการทำธุรกิจกับจีนในช่วงที่ผ่านมา ก็เป็นการจ่ายด้วยเงินสดมาตลอด ซึ่งหากร้านพบว่าสินค้าที่เตรียมนำมาจำหน่ายมีปัญหาเรื่องการผลิต ก็จะส่งกลับไปที่ประเทศจีน ดังนั้นการทำธุรกิจกับคู่ค้าในจีนจำเป็นต้องเลือกโรงงานและตัวแทนจำหน่ายที่น่าเชื่อถือ ผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ” นิรมล กล่าว
สำหรับการทำตลาดในประเทศไทยในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา จะเจอปัญหาเรื่องเศรษฐกิจชะลอตัวลง มีผลให้ลูกค้าทั่วไปเข้ามาในสำเพ็งน้อยลง ดังนั้นบริษัทต้องปรับกลยุทธ์หันมาใช้สื่อโซเชียลมีเดีย คือ “ไลน์” ทำตลาดกับลูกค้าร้าน กิฟต์ช็อปทั่วประเทศแทน และนำเสนอสินค้าใหม่ผ่านไลน์ เพื่อให้ลูกค้าประหยัดต้นทุนการเดินทาง และสามารถสั่งซื้อสินค้าผ่านทางไลน์ พร้อมบริการส่งสินค้าให้แก่ลูกค้าทั่วประเทศใน 2-3 วัน พบว่ายอดการสั่งซื้อสินค้าผ่านไลน์เติบโตขึ้นทุกปี
พร้อมกันนี้ยังเลือกการนำเสนอสินค้ากิฟต์ช็อปที่มีสินค้าคอลเลกชั่นใหม่ในทุก 2 เดือนที่จะเลือกสินค้าด้วยตัวเอง โดยการเดินทางไปสั่งซื้อสินค้าที่ประเทศจีน พร้อมกับเปิดให้ลูกค้าองค์กรสถานที่ท่องเที่ยว และโรงแรมต่างๆ สั่งผลิตกิฟต์ช็อปตามแบบที่ต้องการ ถือว่าตลาดกลุ่มนี้ก็กำลังเติบโตดีเช่นกัน
อีกทั้งการปรับธุรกิจในช่วงที่ผ่านมา ได้ขยายกลุ่มสินค้าใหม่ไปยังรถจักรยาน ด้วยการนำเข้าจักรยานจากประเทศจีนเข้ามาทำตลาดในไทย โดยเริ่มมาประมาณ 2-3 ปีแล้ว ทำให้สินค้าของร้านมี4 กลุ่ม ทั้งตุ๊กตา โมเดลต่างๆ สินค้าของตกแต่งบ้าน และจักรยาน
นอกจากนี้ ในช่วงที่ผ่านมาร้านก็ได้รับผลกระทบจากต้นทุนค่าแรงงาน และค่าเงินหยวนที่สูงขึ้นแต่ยังคงราคาสินค้าให้แก่ลูกค้าเท่าเดิม แม้ว่ากำไรของร้านจะลดลง เพื่อให้ลูกค้ายังซื้อสินค้าได้และร้านก็ยังสามารถขยายธุรกิจได้ต่อเนื่อง รวมทั้งเน้นสินค้าที่อยู่ในกระแสต่างๆ ซึ่งเป็นกลุ่มสินค้าที่ลูกค้าสนใจสูงมาก จึงสามารถสร้างยอดขายได้ดี
แผนงานต่อไปจะขยายกลุ่มเพิ่มสินค้ากิฟต์ช็อปแต่ละแบบให้เพิ่มขึ้น มีสินค้าคอลเลกชั่นใหม่แบบใหม่ที่ไม่มีมาก่อนในประเทศให้มากขึ้น พร้อมมีดีไซน์ใหม่ๆ รวมทั้งมุ่งคัดสรรสินค้าที่มีคุณภาพ เพื่อรักษากลุ่มลูกค้าประจำให้ซื้อสินค้าอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับทำให้4 สินค้าหลักมีกลุ่มลูกค้าประจำที่เพิ่มมากขึ้น ส่วนภาพรวมยอดขายของร้านในปีนี้คาดว่าจะทรงตัวเมื่อเทียบกับปีก่อน ถือว่าอยู่ในระดับที่น่าพอใจ
ถือเป็นอีกร้านค้าในสำเพ็งที่ปรับแผนในการทำธุรกิจอย่างรวดเร็ว เพื่อรับมือกับปัจจัยลบต่างๆ ที่เกิดขึ้นในประเทศ เพื่อให้ทั้งร้านค้า คู่ค้า และลูกค้า เติบโตไปด้วยกัน







