
รัฐเร่งหนุนวิจัย สู่ภาคการผลิต รับตลาดเปลี่ยน
วช.เร่งผลักดันงานวิจัยสู่การผลิตจริง เสริมแกร่งอุตสาหกรรม จี้รัฐลดกฎระเบียบเอื้องานวิจัย
วช.เร่งผลักดันงานวิจัยสู่การผลิตจริง เสริมแกร่งอุตสาหกรรม จี้รัฐลดกฎระเบียบเอื้องานวิจัย
นายสุทธิพร จิตต์มิตรภาพ เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กล่าวในงานเสวนาเรื่อง “ทิศทางต่อยอดงานวิจัย : พลังขับเคลื่อนไทยสู่อนาคต” ว่า การเปลี่ยนแปลงของโลกการค้าเสรีทำให้งานวิจัยมีบทบาทต่อการพัฒนาสินค้าและผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ป้อนเข้าสู่ตลาดโลก เพื่อรองรับกับความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนไป เนื่องจากมีการพัฒนาเข้าสู่สังคมเมืองและสังคมผู้สูงอายุมากขึ้น
“ปัจจุบันประเทศไทยอยู่ในภาวะติดกับดักการเป็นประเทศที่มีรายได้ปานกลาง ซึ่งสิ่งที่จะทำให้หลุดพ้นได้คือการส่งเสริมให้เกิดงานวิจัยและพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ ซึ่งภาครัฐเองก็มีส่วนสำคัญในการพัฒนาการลงทุนและสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่เอื้อต่อการวิจัย” นายสุทธิพร กล่าว
ทั้งนี้ งบประมาณการวิจัยภาครัฐในปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 1.5 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นงานวิจัยที่นำไปต่อยอดเชิงพาณิชย์ 1,958 โครงการ คิดเป็น 46.9% ของงบประมาณทั้งหมด รองลงมาเป็นงานวิจัยด้านวิชาการ 23.52% ด้านสังคมและชุมชน 21.32% และด้านนโยบาย 8.26%
สำหรับภาคเอกชนมีการลงทุนวิจัยประมาณ 45% หรือประมาณ 1 หมื่นล้านบาท ซึ่งเมื่อรวมกันแล้วงบวิจัยของประเทศจะอยู่ที่ 0.2% ของจีดีพีประเทศ ซึ่งถือว่าเป็นสัดส่วนที่น้อยมากเมื่อเทียบกับประเทศอื่นในภูมิภาคอาเซียน
นายสัมพันธ์ ศิลปนาฎ รองประธานสถาบันเสริมสร้างขีดความสามารถมนุษย์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ปัจจุบันบริษัทไทย 70-80% เป็นบริษัทที่รับจ้างผลิต (โออีเอ็ม) และบุคลากรส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มวิศวกร ซึ่งทำให้ไม่ค่อยมีการพัฒนางานวิจัยใหม่ๆ เกิดขึ้นในภาคอุตสาหกรรม ซึ่งสิ่งที่จะทำให้ภาคอุตสาหกรรมไทยไปรอด คือ การวิจัยและพัฒนาเพื่อให้เป็นธุรกิจที่มีมูลค่าสูง โดยคาดว่าในอีก 3 ปีข้างหน้าจะเพิ่มงบประมาณด้านงานวิจัยของประเทศให้มีสัดส่วนเพิ่มมากขึ้นจากปัจจุบัน
นายสนั่น อังอุบลกุล รองประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่า จุดอ่อนของประเทศไทยคือ การที่ภาคเอกชนยังเข้าถึงงานวิจัยได้ไม่ถึง 3% ของจีดีพีประเทศ ขณะเดียวกันภาคเอกชนเองก็ต้องการความเร็วในการผลิตบุคลากรด้านงานวิจัยในบริษัทให้มากขึ้น เพื่อมาต่อยอดการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมของโรงงานให้เกิดเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ เพื่อให้เกิดห่วงโซ่มูลค่าเพิ่มตั้งแต่ต้นถึงปลายน้ำ
นายประสาท สืบค้า ประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย กล่าวว่า บุคลากรด้านงานวิจัยของประเทศไทยยังมีอยู่น้อยมาก อีกทั้งโครงสร้างพื้นฐานงานวิจัยของประเทศก็ยังแย่มาก ภาครัฐจึงจำเป็นต้องเข้ามาสนับสนุนเรื่องโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ทั้งเรื่องกฎระเบียบที่เอื้อต่องานวิจัย เช่น การให้สิทธิประโยชน์ด้านภาษี จูงใจให้เกิดการลงทุน







