
CIMBเชื่อเอเชีย-แปซิฟิกโต
บลจ.ซีไอเอ็มบีฯ ส่งทริกเกอร์ฟันด์ลงทุนในเอเชีย แปซิฟิก มั่นใจเศรษฐกิจโต
บลจ.ซีไอเอ็มบีฯ ส่งทริกเกอร์ฟันด์ลงทุนในเอเชีย แปซิฟิก มั่นใจเศรษฐกิจโต
นายจุมพล สายมาลา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล เปิดเผยว่า บริษัท เปิดตัว กองทุนเปิดซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล เอเชีย แปซิฟิก ไดนามิก อินคัม อิควิตี้ ทริกเกอร์ 3+3 (2) เน้นลงทุนในภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก ยกเว้นญี่ปุ่น เสนอขายระหว่างวันที่ 11-15 พ.ค. 2558 มูลค่าโครงการ 1,500 ล้านบาท ลงทุนขั้นต่ำครั้งแรกที่ 5,000 บาท
ทั้งนี้ หลังจากกองทริกเกอร์ที่ลงทุนในกองหลัก “ซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล เอเชีย แปซิฟิก ไดนามิก อินคัม อิควิตี้” ทั้ง 3 กองทุนที่เปิดขายในช่วงปลายปีที่ผ่านมา ผลงานเข้าเป้าทั้งหมดเมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา โดยกองทุนจะรับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติครั้งที่ 1 เมื่อกองทุนมีมูลค่าหน่วยลงทุนสูงกว่า 10.30 บาท/หน่วย และครั้งที่ 2 เมื่อกองทุนมีมูลค่าหน่วยลงทุนสูงกว่า 10.60 บาท/หน่วย และเลิกกองทุน
นายจุมพล กล่าวว่า แม้เศรษฐกิจโลกฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป แต่ภูมิภาคเอเชียมีศักยภาพเติบโตต่อได้ด้วยปัจจัยสนับสนุนจากสภาพคล่องจากนโยบายผ่อนคลายทางการเงินจากกลุ่มยุโรปและญี่ปุ่น ที่ส่งผลให้เงินลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนในหุ้นและตราสารหนี้ของเอเชีย
นอกจากนี้ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของแต่ละประเทศที่มีออกมาต่อเนื่อง รวมถึงการปฏิรูปเชิงนโยบายเศรษฐกิจ เช่น จีน อินเดีย และอินโดนีเซีย ขณะที่อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำและทรงตัว อีกทั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 10 พ.ค.ที่ผ่านมา ธนาคารกลางจีนปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ 1 ปี ลง 0.25% เหลือ 5.1% และลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก 1 ปี ลง 0.25% เหลือ 2.25% เป็นครั้งที่ 3 ตั้งแต่เดือน พ.ย. 2557 ทำให้ต้นทุนการกู้ยืมปรับลดลงเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้ฟื้นตัวขึ้น
กองทุนจะลงทุนผ่านกองทุนหลัก คือ CIMB-Principal Asia Pacific Dynamic Income Fund บริหารกองทุนเชิงรุกและปรับเปลี่ยนการลงทุนตามภาวะ ลงทุนได้ทั้งหุ้น รีทส์ ตราสารหนี้และเงินสด โดยกองทุนหลักมีผลดำเนินงานตั้งแต่จัดตั้งกองทุนตั้งแต่เดือน เม.ย. 2554-มี.ค. 2558 อยู่ที่ 94.99% หรือเฉลี่ยปีละ 23.75% และในปี 2557 อยู่ที่ 18.57% ต่อปี
นายสาห์รัช ชัฎสุวรรณ ผู้อำนวยการสายการตลาด บลจ. ทิสโก้ กล่าวว่า บริษัทได้ออกกองทุนเปิดทิสโก้ เยอรมัน อิควิตี้ ทริกเกอร์ 8%#3 เสนอขายครั้งแรก วันที่ 12-20 พ.ค. 2558 เนื่องจากมองว่าตลาดหุ้นเยอรมันจะให้ผลตอบแทนดีที่สุดในกลุ่มตลาดหุ้นยุโรป จากความโดดเด่นของพื้นฐานเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งที่สุดในยุโรป ขณะที่ราคาหุ้นยังถูก สัดส่วนราคาต่อกำไร (พี/อี) 14.5 เท่า ต่ำกว่าดัชนี STOXX600 ของยุโรปอยู่ที่ 16.6 เท่า
“เศรษฐกิจยุโรปอยู่ในช่วงเริ่มต้นฟื้นตัว ซึ่งสะท้อนผ่านการขยายตัวของสินเชื่อและความเชื่อมั่น ของผู้บริโภค โดยตลาดหุ้นเยอรมนีพื้นฐานเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง ดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลต่อเนื่อง หนี้สาธารณะและอัตราการว่างงานต่ำ และยังได้ประโยชน์สูงสุดจากการอ่อนค่าของค่าเงินยูโร” นายสาห์รัช กล่าว
กองทุนจะลงทุนผ่านกองทุนหลัก คือ db x-trackers DAX UCITS ETF (DR) เพื่อสร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับผลตอบแทนของดัชนีตลาดหลักทรัพย์เยอรมนี (DAX) มีเป้าหมายเลิกโครงการที่ 8% ใน 8 เดือน และมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนประมาณ 90% ของมูลค่าทรัพย์สินที่ลงทุนในต่างประเทศ ช่วยลดความเสี่ยงเงินยูโร ซึ่งมีแนวโน้มอ่อนค่า







