
สัปดาห์นี้มีโอกาสปรับขึ้น ทดสอบระดับ 1,530-1,540 จุด
ตลาดหุ้นสัปดาห์ที่ผ่านมายังคงปรับตัวลงแรงหลุด 1,500 จุด ลงมาทำจุดต่ำสุดใหม่ในรอบ 1 เดือน ที่ระดับ 1,594.92 จุด เนื่องจากความกังวลเรื่องการชะลอตัวของเศรษฐกิจในประเทศ และความกังวลเรื่องการผิดนัดชำระหนี้ของกรีซ ท่ามกลางความผันผวนในตลาดพันธบัตรโลกและการอ่อนค่าของเงินบาทแตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 6 ปี ที่ระดับ 33.6 บาท/เหรียญสหรัฐ เร่งให้ต่างชาติยังคงทยอยขายสุทธิตลาดพันธบัตรและหุ้นไทยต่อเนื่องเป็นวันที่ 7 ติดต่อกัน อย่างไรก็ตาม ดัชนี SET Index สามารถฟื้นตัวขึ้นมาในวันทำการสุดท้ายของสัปดาห์ และปิดที่ระดับ 1,510.51 จุด จากแรงซื้อกลับในหุ้นกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่หลังราคาร่วงลงแรง และความคาดหวังว่าทางการจีนจะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมหลังตัวเลขส่งออกในเดือน เม.ย. 2558 ยังคงหดตัวต่อเนื่อง
ตลาดหุ้นสัปดาห์ที่ผ่านมายังคงปรับตัวลงแรงหลุด 1,500 จุด ลงมาทำจุดต่ำสุดใหม่ในรอบ 1 เดือน ที่ระดับ 1,594.92 จุด เนื่องจากความกังวลเรื่องการชะลอตัวของเศรษฐกิจในประเทศ และความกังวลเรื่องการผิดนัดชำระหนี้ของกรีซ ท่ามกลางความผันผวนในตลาดพันธบัตรโลกและการอ่อนค่าของเงินบาทแตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 6 ปี ที่ระดับ 33.6 บาท/เหรียญสหรัฐ เร่งให้ต่างชาติยังคงทยอยขายสุทธิตลาดพันธบัตรและหุ้นไทยต่อเนื่องเป็นวันที่ 7 ติดต่อกัน อย่างไรก็ตาม ดัชนี SET Index สามารถฟื้นตัวขึ้นมาในวันทำการสุดท้ายของสัปดาห์ และปิดที่ระดับ 1,510.51 จุด จากแรงซื้อกลับในหุ้นกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่หลังราคาร่วงลงแรง และความคาดหวังว่าทางการจีนจะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมหลังตัวเลขส่งออกในเดือน เม.ย. 2558 ยังคงหดตัวต่อเนื่อง
สำหรับปัจจัยสำคัญสัปดาห์นี้ที่ต้องจับตา : 1) การประชุมรัฐมนตรีการคลังเขตยูโร (วันที่ 11 พ.ค.) หากสามารถหาทางออกและมอบเงินช่วยเหลือแก่กรีซได้ทันเส้นตายวันครบกำหนดชำระหนี้ให้แก่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) วันที่ 12 พ.ค. จะสนับสนุนให้ตลาดหุ้นสามารถปรับขึ้นได้ต่อ, 2) ตัวเลขเศรษฐกิจจีน (วันที่ 13 พ.ค. ยอดค้าปลีกและผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือน เม.ย. 2558) หากออกมาอ่อนแอจะยิ่งเพิ่มความคาดหวังต่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมจากทางการจีน เป็นบวกต่อตลาดหุ้น และ 3) ตัวเลข GDP ไตรมาส 1/2558 ของยูโรโซน (วันที่ 13 พ.ค.) หากออกมาดีแม้จะเป็นปัจจัยบวกต่อตลาด แต่ให้ระวังแรงขายหลังข่าวออก (Sell on fact) โดยเฉพาะแรงขายในตลาดพันธบัตร ซึ่งอาจกดดันให้ตลาดหุ้นเผชิญความผันผวนในช่วงกลางถึงปลายสัปดาห์
กลยุทธ์การลงทุน : เราให้น้ำหนักตลาดหุ้นสัปดาห์นี้มีโอกาสปรับขึ้นทดสอบระดับ 1,530-1,540 จุด (กรอบเคลื่อนไหว 1,500-1,540 จุด) ด้วยปัจจัยบวกจาก 1) นักลงทุนเลื่อนความกังวลเรื่องการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ Fed ออกไป หลังตัวเลขจ้างงานสหรัฐแข็งแกร่งน้อยกว่าคาด, 2) ความคาดหวังต่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมจากทางการจีน และ 3) เราเชื่อว่ากรีซและกลุ่มเจ้าหนี้จะสามารถหาข้อสรุปร่วมกันได้ ทำให้กรีซสามารถชำระหนี้ของ IMF ได้ทันกำหนด อย่างไรก็ตาม สำหรับภาพใหญ่เรายังคงกังวลต่อการปรับลดประมาณการกำไรของบริษัทจดทะเบียนและตัวเลขคาดการณ์ GDP ไทยในช่วงปลายเดือน ทำให้การปรับขึ้นของตลาดน่าจะอยู่ในระดับจำกัด ดังนั้น สำหรับกลยุทธ์การลงทุน เรายังคงแนะนำเพียง “เก็งกำไรหุ้นรายตัวด้วยวงเงินจำกัด” โดยอาศัยจังหวะปรับขึ้นเพื่อแบ่งขายทำกำไรถือเงินสด สำหรับนักลงทุนระยะยาว แนะนำ “รอจังหวะเพิ่มพอร์ตเมื่อต่ำระดับ 1,500 จุด ลงมา”
หุ้นเด่น : KCE SVI ADVANC AAV ERW
หุ้นเก็งกำไรทางเทคนิค : SCC TMB ITD BWG







