posttoday
‘BIG’ ต่อยอดวิจัย สร้างตลาดใหม่สินค้าเกษตร

‘BIG’ ต่อยอดวิจัย สร้างตลาดใหม่สินค้าเกษตร

11 พฤษภาคม 2558

ปัจจุบันตลาดยากำจัดศัตรูพืชที่มาจากสารเคมีมีมูลค่า 5 หมื่นล้านบาท และปุ๋ยเคมีมีมูลค่ามากกว่า 1 แสนล้านบาท

โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน

ปัจจุบันตลาดยากำจัดศัตรูพืชที่มาจากสารเคมีมีมูลค่า 5 หมื่นล้านบาท และปุ๋ยเคมีมีมูลค่ามากกว่า 1 แสนล้านบาท ขณะที่แนวโน้มทั่วโลกเริ่มห้ามใช้สารเคมีและปุ๋ยเคมีในสินค้าเกษตร เป็นช่องทางให้ผู้ประกอบการไทยพัฒนาสินค้าใหม่ขึ้นเข้ามาทดแทน

“กษิดิ์เดช ธีรนิตยาธาร” ประธานเจ้าหน้าที่นวัตกรรม บริษัท กรีน อินโนเวทีฟ ไบโอเทคโนโลยี ผู้ผลิตแร่ธาตุอาหารเสริมและวัคซีนสำหรับพืช ภายใต้แบรนด์ “ออมสิน” เปิดเผยว่า บริษัทได้พัฒนาผลิตภัณฑ์แร่ธาตุและวัคซีนจากธรรมชาติสำหรับพืชที่มีอายุใช้งานประมาณ 4 เดือน และกำลังพัฒนาให้มีอายุการใช้งานได้ถึง 1 ปี โดยเกษตรกรไม่ต้องใช้บ่อย และปลอดภัยทั้งผู้ใช้ คือ เกษตรกรและผู้บริโภค

ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมาจากการการวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เริ่มก่อตั้งบริษัท โดยเข้าร่วมโครงการสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีของอุตสาหกรรมไทย (ไอแทป) ของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และอยู่ในอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จึงช่วยพัฒนาสินค้าและต่อยอดธุรกิจอย่างมหาศาล

“งานวิจัยสามารถเปลี่ยนองค์กรได้ และบริษัทไม่เคยหยุดวิจัยและพัฒนาสินค้า” กษิดิ์เดช กล่าว

ขณะเดียวกัน บริษัทเริ่มธุรกิจจากการเป็นผู้ประกอบการรายเล็ก ไม่ได้มีทุนมากในการขยายธุรกิจ จึงให้ความสำคัญกับการร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐในการช่วยพัฒนาสินค้า โดยแต่ละปีจะใช้งบวิจัยสัดส่วน 18% ของยอดขายรวม หรือประมาณ 10 ล้านบาท/ปี เพื่อพัฒนาสินค้าอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นเอสเอ็มอีที่ใช้งบในการพัฒนาและวิจัยสินค้าในระดับสูงมาก

ปัจจุบันบริษัทมีนักวิจัยของบริษัทรวม 7 คน จากพนักงานรวม 35 คน พร้อมกับมีงบประมาณที่จะส่งเสริมให้นักวิจัยเรียนต่อในระดับปริญญาเอก เพื่อเพิ่มความสามารถบุคลากรและพัฒนาสินค้าใหม่ๆ ทำให้สินค้ามีคุณภาพดีที่สุด

“บริษัทเริ่มต้นธุรกิจจากการทำธุรกิจซื้อมาขายไปในกลุ่มสินค้าการเกษตร และอาหารเสริมต่างๆ แต่พบว่าเมื่อทำมาอย่างต่อเนื่อง ก็เริ่มประสบปัญหาเรื่องการแข่งขันด้านราคาที่มีสูงมาก และรุนแรงมากขึ้นต่อเนื่อง หากบริษัทไม่สามารถพัฒนาสินค้าเองจะแข่งไม่ได้แน่นอน จึงสนใจสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ในด้านการเกษตรด้วยการใช้นวัตกรรมและงานวิจัย” กษิดิ์เดช กล่าว

ที่ผ่านมาบริษัทมุ่งพัฒนาสินค้าที่มีอยู่ 11 รายการ จนสามารถคว้ารางวัลระดับโลกมามากมาย พร้อมกับมีหลายบริษัทในต่างประเทศที่ต้องการเข้ามาร่วมเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ ซึ่งอยู่ระหว่างการเจรจา โดยเป้าหมายระยะยาวของบริษัทจะเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ภายใน 2-3 ปีข้างหน้า เพื่อขยายธุรกิจและสร้างนวัตกรรมแก่สินค้าใหม่ๆ ให้แก่ผู้บริโภค

ทั้งนี้ บริษัทเริ่มส่งออกสินค้าไปจำหน่ายในต่างประเทศแล้วประมาณ 2-3 ปีที่ผ่านมา โดยร่วมมือกับบริษัทจากต่างประเทศ พัฒนาแพ็กเกจจิ้งใหม่ และใช้ชื่อแบรนด์ว่า BIG เพื่อรุกตลาดต่างประเทศ เริ่มที่ประเทศจีน พบว่าสินค้าสามารถใช้ได้ผลดีกับพืชการเกษตรในจีน แม้ว่าพืชจะปลูกในสภาพอากาศที่หนาวมากก็ตาม แต่เมื่อใช้ผลิตภัณฑ์ของบริษัทสามารถเติบโตได้ดี ทำให้มีโอกาสในการขยายตลาดในจีนเพิ่มขึ้น ประกอบกับจีนถือเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่ จึงมีโอกาสสูงที่จะเติบโต

“กษิดิ์เดช” กล่าวต่อว่า จะมุ่งสร้างแบรนด์ทั้งออมสิน และ BIG เพื่อให้ผู้บริโภครู้จักมากที่สุด พร้อมกับการสร้างให้ผู้บริโภคตระหนักถึงความสำคัญของสินค้าที่มาจากธรรมชาติว่ามีความปลอดภัยต่อผู้บริโภคและไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นแนวโน้มของการทำธุรกิจในยุคปัจจุบัน

สำหรับปีนี้คาดว่ายอดขายจะมีอัตราการเติบโต 200-300% จากปีก่อนที่มียอดขายไม่ต่ำกว่า 60 ล้านบาท ส่วนตลาดต่างประเทศคาดว่าจะมียอดขายเติบโตไม่ต่ำกว่า 20-40%

“แนวคิดหลักในการทำธุรกิจของกรีน อินโนเวทีฟฯ คือ Small Smart Success บริษัทเล็กก็มีโอกาสประสบความสำเร็จได้ด้วยนวัตกรรม”

แนวคิดธุรกิจอินโนเวทีฟฯ

ใช้นวัตกรรมและงานวิจัย สร้างสินค้าใหม่

พัฒนาสินค้าเพื่อสิ่งแวดล้อม และปลอดภัยต่อผู้ใช้

ให้ความสำคัญกับบุคลากร

ใช้ดีไซน์ใหม่กับ แพ็กเกจจิ้งสินค้า

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท