posttoday
รัฐฯโล่งหนี้ครัวเรือนเริ่มลด

รัฐฯโล่งหนี้ครัวเรือนเริ่มลด

11 พฤษภาคม 2558

รัฐบาลโล่งใจ อัตราเพิ่มหนี้ครัวเรือนประเทศลดลงเหลือ 5% ถือเป็นสัญญาณที่ดีต่อเศรษฐกิจ

รัฐบาลโล่งใจ อัตราเพิ่มหนี้ครัวเรือนประเทศลดลงเหลือ 5% ถือเป็นสัญญาณที่ดีต่อเศรษฐกิจ

ร.อ.นพ.ยงยุทธ มัยลาภ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายสมหมาย ภาษี รมว.คลัง รายงานต่อรัฐบาลว่าการเพิ่มขึ้นของหนี้ครัวเรือนไทยเริ่มชะลอลงอย่างชัดเจนตั้งแต่กลางปีที่แล้วและยังชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดอัตราการเพิ่มของหนี้อยู่ที่ประมาณ 5% จากที่เคยมีอัตราการเพิ่มถึง 18% ในปี 2555 และยังเป็นการเพิ่มในอัตราที่ต่ำกว่าบางประเทศ เช่น มาเลเซีย ด้วย จึงถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีขึ้น

ทั้งนี้ หนี้ครัวเรือนของไทยอยู่ในระดับสูงจนถูกมองว่าเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับเศรษฐกิจในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา โดยสัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ล่าสุดอยู่ที่ระดับ 87% 

โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า  อัตราการเพิ่มขึ้นของหนี้ครัวเรือนที่ชะลอลงในขณะนี้ เป็นการสะท้อนให้เห็นว่าประชาชนได้มีการใช้หนี้คืนบางส่วนแล้ว เนื่องจากมีรายได้เพียงพอจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจที่รัฐบาลได้ดำเนินการในช่วงที่ผ่านมา ประกอบกับการที่รัฐบาลมีการให้ใบอนุญาตจัดตั้งนาโนไฟแนนซ์กับผู้ประกอบการแล้ว 6 ราย วงเงินจดทะเบียนกว่า 2,000 ล้านบาท อีกทั้งจะเพิ่มจำนวนผู้ประกอบการอีกหลายรายในเร็วๆ นี้ จะมีส่วนทำให้หนี้ครัวเรือนที่เป็นหนี้นอกระบบ ซึ่งมีภาระดอกเบี้ยสูงได้เข้ามาสู่ระบบนาโนไฟแนนซ์ ซึ่งภาระดอกเบี้ยน้อยกว่า รวมถึงกระทรวงการคลังได้ให้ธนาคารรัฐดูแลลูกหนี้ครัวเรือนที่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันด้วยการผ่อนคลายกฎเกณฑ์ให้น้อยลง

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลยืนยันว่าปัญหาหนี้ครัวเรือนกำลังส่งสัญญาณคลี่คลายและไม่น่ากังวลและปัญหาหนี้เสีย (เอ็นพีแอล) ในขณะนี้ถือว่ายังไม่เพิ่มสูงมาก โดยเชื่อมั่นว่าสถานการณ์หนี้ครัวเรือนจะค่อยๆ คลี่คลายลงเมื่อเศรษฐกิจฟื้นตัว โดยเฉพาะในปีนี้ที่คาดว่าเศรษฐกิจของประเทศจะมีอัตราการขยายตัวราว 3.7% ซึ่งเพิ่มขึ้นชัดเจนจากปีที่แล้วที่มีการขยายตัวเพียง 0.7%

“ปัญหาหนี้ครัวเรือนถือเป็นปัญหาสะสมก่อนที่รัฐบาลปัจจุบันจะเข้ามาบริหารประเทศ โดยมีสาเหตุหลักมาจากช่วงสถานการณ์น้ำท่วมและโครงการรถยนต์คันแรก ทั้งนี้ กระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ จะติดตามสถานการณ์หนี้ครัวเรือนอย่างใกล้ชิด และเชื่อว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ดำเนินการมาก่อนหน้านี้ จะส่งผลให้ปัญหาหนี้ครัวเรือนค่อยๆ ลดลงต่อไป” ร.อ.นพ.ยงยุทธ กล่าว

ทางด้านศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยดัชนีภาวะเศรษฐกิจของครัวเรือน (KR-ECI) เดือน เม.ย. ว่า ยังปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 มาอยู่ที่ 45.8 จาก 46 ในเดือนก่อนหน้า ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 5 เดือน สะท้อนถึงความกังวลของภาคครัวเรือนต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่ล่าช้าและกำลังซื้อที่ยังไม่กลับสู่ภาวะปกติ ซึ่งกดดันบรรยากาศการใช้จ่ายของภาคเอกชนนอกเหนือจากปัญหาหนี้ครัวเรือนที่มีอยู่เดิม

ทั้งนี้ แม้ว่าเศรษฐกิจในไตรมาสแรกของปีนี้จะมีโอกาสขยายตัวขึ้นกว่าไตรมาสก่อนหน้า แต่ก็ไม่ใช่ทุกกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เติบโตได้ และมีเพียงภาคการท่องเที่ยวที่ขยายตัวได้อย่างโดดเด่น ขณะที่ผลสำรวจล่าสุดในเดือน เม.ย. ยังตอกย้ำว่าความกังวลต่อภาวะการครองชีพและกำลังซื้อที่อ่อนแอจะยังเป็นแรงกดดันต่อเนื่องในช่วงต้นไตรมาส 2

นอกจากนี้ ดัชนีมุมมองต่อภาระการชำระหนี้ของครัวเรือนก็ยังคงอยู่ในเชิงลบ แต่การที่ค่าดัชนียังอยู่ต่ำกว่าระดับ 50 ก็สะท้อนว่าครัวเรือนส่วนใหญ่จะยังคงใช้ความรอบคอบ หากจะเพิ่มภาระหนี้ก้อนใหม่ในระยะใกล้ๆ นี้ กำลังซื้อภาคครัวเรือนที่อ่อนแอสะท้อนว่า แม้การบริโภคจะยังไม่หยุดชะงักลง แต่ก็คงต้องใช้เวลานานขึ้นในการฟื้ฟูให้กลับสู่ภาวะปกติ

ข่าวล่าสุด

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า