
mPOS ช็อปง่ายขายคล่อง
โดย...ต้นหลิว
โดย...ต้นหลิว
กำลังดังเลยทีเดียว สำหรับเครื่องรูดบัตร mPOS ของธนาคารกสิกรไทย ที่ถูกนำมาใช้รูดค่าผ่านประตูเงิน-ประตูทอง ในงานแต่งงานของคุณชมพู่-น็อต เมื่อสัปดาห์ก่อน เพราะเจ้าบ่าวซองหมด เพื่อนเจ้าสาวอย่าง คริส หอวัง เลยงัดมาใช้ได้อย่างเหมาะเจาะพอดิบพอดี ราวกับแพลนไว้ล่วงหน้า
mPOS หรือ Mobile Point of Sale ก็คือเครื่องรูดบัตรผ่านสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต โดยเป็นเทคโนโลยีที่เชื่อมต่อกับอุปกรณ์เคลื่อนที่ทั้งสองแบบ ผ่านระบบออนไลน์ ให้กลายเป็นเครื่องรูดเงินใช้ชำระค่าสินค้าและบริการได้ทันใจ โดยถือเป็นนวัตกรรมใหม่ที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้ร้านค้ารายย่อยทั่วโลกได้มากที่สุดนวัตกรรมหนึ่งที่เคยมีมา
แม้แต่เว็บไซต์ Amazon ก็เริ่มหันมารับ mPOS แล้ว เพื่อเพิ่มทางเลือกใหม่ให้ลูกค้า จากเดิมที่มักจะผูกขาดผ่าน PayPal กับ Square เสียเป็นส่วนใหญ่
ปัจจุบันมีธนาคาร 4 แห่งในประเทศไทยที่นำระบบ mPOS มาให้บริการผู้ค้ารายย่อยได้ทำสัญญาเช่ากันแล้ว คือ ธนาคารกสิกรไทย กรุงศรีอยุธยา กรุงไทย และธนชาต โดยมีเงื่อนไขและค่าธรรมเนียมต่างกันไป เช่น กสิกรไทยคิดค่าธรรมเนียมแรกเข้า 3,000 บาท/เครื่อง และค่าธรรมเนียมในการรับบัตรมาตรฐาน 3%
อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีนี้ก็ยังมีข้อจำกัดอยู่บ้างก็คือ เครื่องจะรองรับเฉพาะบัตรที่เป็นชิปการ์ด และต้องทำธุรกรรมผ่านออนไลน์ได้เท่านั้น แต่ยังไม่รองรับบัตรแถบแม่เหล็ก
ข้อนี้สังเกตดูได้ง่ายๆ ก็คือ บัตรเครดิตหรือเดบิตที่ใช้ได้ จะต้องมีชิปสีทองติดไว้ที่หน้าบัตร ซึ่งส่วนใหญ่บัตรเครดิตในเมืองไทยเกือบทุกแบงก์จะเป็นระบบชิปทั้งหมดแล้ว มีเพียงบัตรบางใบเท่านั้นที่ยังติดเป็นแบบออฟไลน์อยู่ เพราะต้องการเน้นความปลอดภัยสูง จึงถูกออกแบบมาให้ใช้กับเครื่องรูดสีดำตั้งโต๊ะทั่วไปแบบ EDC ไม่ทันกับยุคสมัยใหม่ที่เทคโนโลยี mPOS กำลังเข้ามา
นี่ไม่ใช่ปัญหาแค่บัตรบางใบในไทยเท่านั้น แต่ยังรวมถึงเจ้าใหญ่ๆ อย่าง UnionPay, JCB หรือแม้แต่ VISA บางตัวด้วย ดังนั้น ผู้ขายจึงควรทำความเข้าใจให้ดีและแจ้งลูกค้าได้ จะได้ไม่เป็นปัญหาเวลาจ่ายเงิน ที่เผลอๆ ลูกค้าจะหมดอารมณ์เลิกช็อปไปเลยด้วยซ้ำ
ถ้าศึกษาเปรียบเทียบเงื่อนไขและค่าธรรมเนียมของแต่ละแบงก์ดีแล้ว ก็เดินหน้าเพิ่มยอดขายกันได้เลยค่ะ







