
ผงาดตลาดโลก นวัตกรรมต้องล้ำ
การทำตลาดต่างประเทศ “นวัตกรรม” เป็นสิ่งสำคัญที่จะสร้างทั้งความแตกต่างและมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์
การทำตลาดต่างประเทศ “นวัตกรรม” เป็นสิ่งสำคัญที่จะสร้างทั้งความแตกต่างและมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์และแบรนด์ โดย ชเล วุทธานันท์ กรรมการและผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบ บริษัท เท็กซ์ไทล์ แกลลอรี่ เจ้าของแบรนด์ “พาซาญ่า” กล่าวว่า การพัฒนานวัตกรรมต้องอาศัยการเรียนรู้ เพิ่มพูนประสบการณ์ต่อเนื่อง โดยยอมรับว่าช่วงแรกๆ ต้นทุนในการพัฒนาสูงมาก ต้องสูญเสียผ้ามหาศาลกว่าจะรู้เทคนิคพิเศษที่ทำให้สินค้ามีความแตกต่าง และมีจุดเด่นตามที่ต้องการ
สำหรับที่ผ่านมาพาซาญ่าคิดค้นนวัตกรรม ภายใต้แรงบันดาลใจที่มาจาก “ความรักต่อชีวิต คือ แรงปรารถนาต่อพาซาญ่า” (A Passion for Life is A Passion for PASAYA) โดยมองว่าสิ่งที่อยู่ใกล้ชิดในชีวิตประจำวันที่หลายคนมองข้ามไป คือ ผลิตภัณฑ์ผ้าหลายประเภท เช่น ผ้าม่าน ผ้าปูที่นอน ผ้าบุเฟอร์นิเจอร์ ซึ่งหากทำให้ผู้บริโภคเห็นว่า ยิ่งเป็นสิ่งของใกล้ตัว ยิ่งต้องให้ความสำคัญกับการเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ก็มีโอกาสที่สินค้าเหล่านั้นจะก้าวเข้าไปอยู่ในใจของผู้บริโภคได้
“ผ้าม่านกันไฟลาม” เป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยในหลายประเทศที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยมากๆ จะมีข้อบังคับหรือกฎระเบียบเกี่ยวกับมาตรฐานความปลอดภัยของผ้าม่าน โดยเฉพาะในอาคารสาธารณะและอาคารสูง ผ้าม่านที่ใช้ในสถานที่เหล่านี้จะต้องเป็นผ้าที่มีคุณสมบัติกันไฟลาม ตัวผ้าม่านจะติดไฟได้ยาก และเปลวไฟจะดับอย่างรวดเร็วเมื่อแหล่งของไฟอยู่ห่างออกไป ไม่เกิดการลามไฟไปติดส่วนอื่นๆ ของบ้าน
นวัตกรรมดังกล่าวมีส่วนสำคัญที่ส่งเสริมให้แบรนด์พาซาญ่าก้าวสู่มาตรฐานระดับสากล และทำให้ผู้ผลิตผ้าม่านจากประเทศไทยได้รับการยอมรับในหลายประเทศ เช่น อเมริกา อังกฤษ ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น ฯลฯ จากการคิดค้นนวัตกรรมในการผลิตผ้าม่านกันไฟลามได้ ซึ่งนอกจากจะชูจุดเด่นเรื่องกันไฟลามแล้ว ความโดดเด่นด้านดีไซน์ก็ยังคงอยู่ และยังมีทางเลือกที่หลากหลายทั้งแบบสำเร็จรูป สั่งเย็บพิเศษ พร้อมขนาดตามความต้องการ
แน่นอนว่า การพัฒนาสินค้าที่เรียกตัวเองว่า “นวัตกรรม” จะต้องมีความแตกต่างจากสินค้าประเภทเดียวกันที่เป็นแบรนด์อื่นในแบบที่พิสูจน์ได้จริง จะตั้งชื่อสินค้าเพื่อโฆษณาเกินจริงไม่ได้ หรือแม้แต่เป็นสินค้าที่ทำได้จริงตามที่โฆษณาไว้ก็ต้องได้รับการทดสอบจากตลาดเป้าหมายในประเทศนั้นๆ ด้วยเช่นกัน
ชเล เล่าว่า การทดสอบมาตรฐานของสินค้าในแต่ละประเทศ มีรายละเอียด มีระยะเวลาในการทดสอบ และมีต้นทุนในการทดสอบที่แตกต่างกัน ทำให้การส่งสินค้าไปทดสอบในแต่ละประเทศไม่ใช่เรื่องง่ายเลย โดยต้นทุนการทดสอบเป็นสิ่งที่เจ้าของสินค้าต้องแบกรับเอง เพื่อให้ได้มาซึ่งการยอมรับจากประเทศนั้นๆ เช่น ฝรั่งเศสมีต้นทุนในการทดสอบอยู่ที่ 5 หมื่นบาท/ดีไซน์ ส่วนญี่ปุ่นมีต้นทุนในการทดสอบอยู่ที่ 2 หมื่นบาท/ดีไซน์ เป็นต้น
สำหรับแนวทางของนวัตกรรมในปีนี้อยู่ภายใต้แนวคิด 5 ประการสำคัญที่เป็นเรื่องพื้นฐานและใกล้ตัว คือ 1.เซฟตี้ ความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สิน 2.เฮลท์ สุขภาพของทุกคนในครอบครัว 3.กรีน เป็นมิตรกับตัวเองและเป็นมิตรกับโลก 4. คอมฟอร์ท การพักผ่อนอย่างสุขสบายคือคุณภาพชีวิตที่แท้จริง และ 5.แอพพรีซิเอชั่น รังสรรค์งานศิลป์ เพื่อสุนทรียภาพของชีวิต
นวัตกรรมที่จะเป็นตัวชูโรงในปีนี้ คือ ผ้าม่านประหยัดพลังงาน หรือผ้าม่านป้องกันความร้อน เพราะจากงานวิจัยเกี่ยวกับพลังงาน 50% ของแสงทั้งที่มองเห็นหรือมองไม่เห็น คือ ความร้อน หากป้องกันแสงได้ก็มีโอกาสที่จะลดความร้อนได้ และถ้าลดความร้อนลงได้ก็จะช่วยให้ห้องนั้นประหยัดพลังงานได้ โดยมีตัวเลขของหน่วยงานภาครัฐที่ดูแลเกี่ยวกับการไฟฟ้าระบุไว้ว่า การลดอุณหภูมิได้ทุก 1 องศา จะประหยัดไฟฟ้าจากการใช้แอร์ได้ 10% และมีผลให้เจ้าของบ้านประหยัดค่าใช้จ่ายได้ ซึ่งเชื่อว่าผ้าม่านป้องกันความร้อน จะมีความต้องการสูงขึ้นทั้งในตลาดไทยและตลาดประเทศร้อน







