posttoday
หั่นเงินมาร์เก็ตติงจ๊าก

หั่นเงินมาร์เก็ตติงจ๊าก

28 มิถุนายน 2553

มาร์เก็ตติงเริ่มหนาว ผลงานไม่เข้าเป้า ถูกลดเงินเดือน หนักสุดไล่ออก “ธนชาต” อัดโปรโมชันลดดอกเบี้ย มาร์จินพุ่งเท่าตัว

มาร์เก็ตติงเริ่มหนาว ผลงานไม่เข้าเป้า ถูกลดเงินเดือน หนักสุดไล่ออก “ธนชาต” อัดโปรโมชันลดดอกเบี้ย มาร์จินพุ่งเท่าตัว

นายประสิทธิ์ ศรีสุวรรณ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) คันทรี่ กรุ๊ป (CGS) เปิดเผยว่า บริษัทมีการประเมินเจ้าหน้าที่การตลาด (มาร์เก็ตติง) เป็นรายเดือน 3 เดือน และ 6 เดือน เพื่อไม่ให้การทำหน้าที่หารายได้ของมาร์เก็ตติงเป็นภาระของบริษัทและให้ผลตอบแทนที่เหมาะสมกับความสามารถของมาร์เก็ตติง

“มาร์เก็ตติงของเรา (คันทรี่ กรุ๊ป) เข้าใจกติกา ที่ผ่านมา CGS ดึงคนมามาก แต่ก็ไม่มีนโยบายให้ออก แต่ถ้าความสามารถไม่เป็นไปตามที่คุยกัน มาร์เก็ตติงจะพิจารณาตัวเอง ที่ CGS เน้นค่าของคนอยู่ที่ผลของงาน ไม่มีใครเอาเปรียบใครๆ ทำได้ตามเป้าหรือเกินเป้า ก็ต้องได้รับผลตอบแทนที่ดี ซึ่งมาร์เก็ตติงทุกคนต้องไม่เป็นภาระบริษัทด้วย ขณะที่บริษัทก็ต้องสร้างรายได้ควบคุมต้นทุนและบริหารความเสี่ยงด้วย” นายประสิทธิ์ กล่าว

ผู้บริหารบริษัทหลักทรัพย์อีกรายหนึ่ง กล่าวว่า ขณะนี้บริษัทหลักทรัพย์หลายแห่งได้ประเมินผลงานของมาร์เก็ตติง โดยเฉพาะรายที่ดึงตัวมาจากที่อื่น เพราะบริษัทยอมจ่ายผลตอบแทนให้สูง แต่เมื่อระบบใช้ค่าคอมมิชชันแบบขั้นบันไดใช้มานาน 6 เดือน ผลงานของมาร์เก็ตติงต่ำกว่าข้อตกลง ก็จะต้องพิจารณาปรับลดผลตอบแทนลง หรือหากผลงานไม่ถึงเป้าจำนวนมาก ก็อาจจะให้พิจารณาตัวเองลาออกไป

“บริษัทหลักทรัพย์ต้องพิจารณาผลตอบแทนของมาร์เก็ตติง เพื่อลดต้นทุนและให้ผลการดำเนินงานดีขึ้น เตรียมความพร้อมก่อนที่จะเปิดเสรีค่าคอมมิชชัน” แหล่งข่าวเปิดเผย

นางอัศวินี ไตลังคะ กรรมการผู้จัดการ บล.ธนชาต กล่าวว่า ขณะนี้ยอดสินเชื่อเพื่อซื้อหลักทรัพย์ (มาร์จินโลน) ของบริษัทอยู่ที่ระดับ 1,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเท่าตัวจากปีที่ผ่านมาอยู่ที่ระดับ 500-600 ล้านบาท เหตุมาจากบริษัทได้ออกโปรโมชันสำหรับลูกค้าที่มีการซื้อขาย 100 ล้านบาทต่อเดือน จะคิดอัตราดอกเบี้ยขั้นต่ำ 4.25% จากระดับปกติเฉลี่ยอยู่ที่ 5% ทำให้ได้รับความสนใจจากลูกค้า

“พอบริษัทออกโปรโมชันยอดการปล่อยมาร์จินก็พุ่งขึ้นตั้งแต่ต้นปี แม้ว่าขณะนั้นภาวะตลาดหุ้นไม่เอื้ออำนวยก็ตาม และมาร์จินที่บริษัทปล่อยจะจำกัดเฉพาะหุ้นใน SET 50 เท่านั้น ซึ่งหุ้นเหล่านี้มีสภาพคล่องในการซื้อขายสูง พื้นฐานดี และราคาหุ้นไม่ผันผวน และคาดว่าปีนี้มาร์จินน่าจะพุ่งขึ้นไปที่ระดับ 1,200 ล้านบาทได้”นางอัศวินี กล่าว

สำหรับเป้าหมายการดำเนินงานในปีนี้คาดว่าส่วนแบ่งธุรกิจนายหน้าค้าหลักทรัพย์จะเป็นไปตามเป้าหมายที่ระดับ 4.7% จากปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 4.3% เนื่องจากความร่วมมือกับธนาคารธนชาตได้ผลดี โดยเฉพาะในภาวะดอกเบี้ยเงินฝากอยู่ในระดับต่ำ ทำให้ผู้ฝากเงินมองหาการลงทุนทางอื่นเพิ่มเติม

นายเผดิมภพ สงเคราะห์ รองกรรมการผู้จัดการ บล.กสิกรไทย กล่าวว่า ขณะนี้บริษัทมียอดมาร์จินอยู่ที่ระดับ 900 ล้านบาท จากก่อนหน้านี้อยู่ที่ระดับ 700 ล้านบาท เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยของบริษัทอยู่ในระดับที่สามารถแข่งขันกับอุตสาหกรรมได้ โดยคิดที่ระดับ 5.75%

อย่างไรก็ตามบริษัทคาดว่ายอดสินเชื่อในสิ้นปีนี้จะเพิ่มเป็น 1,500 ล้านบาทได้ เพราะมองว่าดัชนีหุ้นช่วงปลายปีจะดีขึ้นไปแตะที่ระดับ 910 จุด ซึ่งจะสนับสนุนให้มีผู้ลงทุนเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นมากขึ้น

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ