
มิตรผลอัด1.8หมื่นล.รับศก.
มิตรผลมั่นใจเศรษฐกิจไทยฟื้น ลุยลงทุน 1.8 หมื่นล้าน ขยายน้ำตาล พลังงาน วัสดุแทนไม้ คาดทะลุเป้าเร็วขึ้น
มิตรผลมั่นใจเศรษฐกิจไทยฟื้น ลุยลงทุน 1.8 หมื่นล้าน ขยายน้ำตาล พลังงาน วัสดุแทนไม้ คาดทะลุเป้าเร็วขึ้น ปีหน้าแสนล้าน
นายกฤษฎา มนเทียรวิเชียรฉาย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มมิตรผล เปิดเผยว่า แนวทางการดำเนินธุรกิจในปีนี้ บริษัทยังคงเดินหน้าลงทุนขยายธุรกิจในเครืออย่างต่อเนื่อง แม้ว่าขณะนี้ภาวะเศรษฐกิจของไทยยังไม่ดีนัก แต่หากมองภาพรวมถือว่ายังมีเสถียรภาพที่ดี เนื่องจากสถานการณ์ของบ้านเมืองที่มีความสงบเรียบร้อย อีกทั้งรัฐบาลยังออกมากระตุ้นเศรษฐกิจในระยะกลางและระยะยาวอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ จากแนวโน้มดังกล่าว ในปีนี้บริษัทได้เตรียมงบ 1.8 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2557 ที่ใช้งบลงทุน 1.2 หมื่นล้านบาท ลงทุนขยายธุรกิจในเครือ แบ่งเป็นลงทุนในกลุ่มธุรกิจน้ำตาล 8,077 ล้านบาท ธุรกิจพลังงานหมุนเวียน 3,949 ล้านบาท และธุรกิจวัสดุทดแทนไม้ 2,905 ล้านบาท
"งบลงทุนที่เตรียมไว้ในกลุ่มธุรกิจส่งเสริมและพัฒนาอ้อยจะเน้นสนับสนุนงบประมาณ เพื่อเผยแพร่แนวทางมิตรผลโมเดิร์นฟาร์ม ในเขตส่งเสริมการปลูกอ้อยของกลุ่มมิตรผล เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงานและเพิ่มผลผลิต" นายกฤษฎา กล่าว
ขณะที่กลุ่มธุรกิจน้ำตาลจะเสริมความเป็นผู้นำด้านการผลิตและการส่งออก โดยลงทุนขยายกำลังการหีบอ้อย ขยายกำลังการผลิตน้ำเชื่อม และการเสริมเทคโนโลยี เพื่อเพิ่มคุณภาพสินค้าและความปลอดภัย รวมทั้งความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในทุกโรงงาน
สำหรับกลุ่มธุรกิจพลังงานหมุนเวียนจะเพิ่มกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความมั่นคงให้กับธุรกิจและประเทศไทยในระยะยาว ส่วนกลุ่มธุรกิจวัสดุทดแทนไม้ จะเสริมความเป็นผู้นำของพาเนลพลัส ในตลาดวัสดุทดแทนไม้ระดับพรีเมียม
นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนที่จะขยายธุรกิจเข้าไปในกลุ่มของชีวเคมี โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษารูปแบบของกลุ่มสินค้าที่จะผลิตเข้ามาทำตลาด เบื้องต้นคาดว่าภายในปี 2559 น่าจะเริ่มเห็นสินค้าเข้ามาทำตลาด เพื่อต่อยอดธุรกิจให้มีความแข็งแกร่งมากขึ้น
ด้านการทำตลาดต่างประเทศ บริษัทมีแผนลงทุนก่อสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวลจากชานอ้อยแห่งที่ 2 ที่เมืองหนิงหมิง ประเทศจีน พร้อมกับปรับปรุงกระบวนการผลิตน้ำตาลรีไฟน์ ที่โรงงานน้ำตาลฝูหนาน และลงทุนก่อสร้างโรงงานผลิตปุ๋ยที่เมืองหนิงหมิง รวมไปถึงการลงทุนติดตั้งระบบชลประทาน Center Pivot 7 ตัว ที่โรงงานน้ำตาลในประเทศออสเตรเลีย ลงทุนโครงการเพิ่มผลผลิตอ้อยที่โรงงานเซาท์ จอห์นสตัน และเผยแพร่ความรู้ในการทำไร่อ้อยแบบมิตรผลโมเดิร์นฟาร์มให้กับเกษตรกรในประเทศลาว
นายกฤษฎา กล่าวต่อไปว่า หลังจากเดินหน้าขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง สิ้นปี 2559 คาดว่าจะมีรายได้ที่ 1 แสนล้านบาท เร็วกว่าเป้าหมายเดิม 1 ปี ส่วนรายได้สิ้นปี 2558 คาดว่าจะมีรายได้อยู่ที่ประมาณ 8.9 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2557 ที่มีรายได้ 87,329 ล้านบาท แบ่งเป็นกลุ่มธุรกิจน้ำตาล 42.8% กลุ่มธุรกิจพลังงานหมุนเวียน 17.8% กลุ่มธุรกิจวัสดุทดแทนไม้ 4.6% ธุรกิจส่งออก 38.9% และโลจิสติกส์ 1.2%







