
ดัชนีครัวเรือนแย่สุดรอบ5เดือน
เผยดัชนีครัวเรือนลดลงต่อเนื่องต่ำสุดรอบ 5 เดือน กำลังซื้อยังฟื้นตัวล่าช้า เชื่อกดดันต่อยาวไตรมาส 2
เผยดัชนีครัวเรือนลดลงต่อเนื่องต่ำสุดรอบ 5 เดือน กำลังซื้อยังฟื้นตัวล่าช้า เชื่อกดดันต่อยาวไตรมาส 2
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยดัชนีภาวะเศรษฐกิจของครัวเรือน (KR-ECI) เดือน เม.ย. ว่า ยังปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 มาอยู่ที่ 45.8 จาก 46 ในเดือนก่อนหน้า ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 5 เดือน สะท้อนถึงความกังวลของภาคครัวเรือนต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่ล่าช้า และกำลังซื้อที่ยังไม่กลับสู่ภาวะปกติ ซึ่งกดดันบรรยากาศการใช้จ่ายของภาคเอกชน นอกเหนือจากปัญหาหนี้ครัวเรือนที่มีอยู่เดิม
ทั้งนี้ แม้ว่าเศรษฐกิจในไตรมาสแรกของปีนี้จะมีโอกาสขยายตัวขึ้นกว่าไตรมาสก่อนหน้า แต่ก็ไม่ใช่ทุกกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เติบโตได้ และมีเพียงภาคการท่องเที่ยวที่ขยายตัวได้อย่างโดดเด่น ขณะที่ผลสำรวจล่าสุดในเดือน เม.ย.ยังตอกย้ำว่า ความกังวลต่อภาวะการครองชีพและกำลังซื้อที่อ่อนแอ จะยังเป็นแรงกดดันต่อเนื่องในช่วงต้นไตรมาส 2
ขณะเดียวกัน ดัชนีคาดการณ์ในช่วง 3 เดือนข้างหน้า ยังลดลงต่อเนื่องมาอยู่ที่ 46.5 จาก 46.6 ในเดือนก่อนหน้า สะท้อนว่าครัวเรือนส่วนใหญ่มีมุมมองที่ระมัดระวังมากขึ้นเรื่อยๆ ในการประเมินภาวะแวดล้อมที่มีผลต่อการครองชีพทั้งเรื่องราคาสินค้า ภาวะค่าใช้จ่าย รายได้ และเงินออม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากรายได้ของครัวเรือนในหลายภาคส่วน อาทิ ครัวเรือนในภาคเกษตร รวมถึงรายได้และการจ้างงานของครัวเรือนที่เกี่ยวเนื่องกับภาคการส่งออก ยังคงเผชิญกับข้อจำกัดในการฟื้นตัว
นอกจากนี้ ดัชนีมุมมองต่อภาระการชำระหนี้ของครัวเรือนก็ยังคงอยู่ในเชิงลบ แต่การที่ค่าดัชนียังอยู่ต่ำกว่าระดับ 50 ก็สะท้อนว่าครัวเรือนส่วนใหญ่จะยังคงใช้ความรอบคอบ หากจะเพิ่มภาระหนี้ก้อนใหม่ในระยะใกล้ๆ นี้
ทั้งนี้ กำลังซื้อภาคครัวเรือนที่อ่อนแอและลากยาวเข้าสู่ช่วงไตรมาส 2 อาจกดดันให้การฟื้นตัวของการบริโภคภาคเอกชนตลอดครึ่งแรกของปีนี้ขยายตัวเฉลี่ยเพียง 1.2% เมื่อเทียบกับที่ขยายตัวได้ 2% ในช่วงครึ่งหลังของปี 2557 สะท้อนว่าแม้การบริโภคจะยังไม่หยุดชะงักลง แต่ก็คงต้องใช้เวลานานขึ้นในการฟื้นฟูกลับสู่ภาวะปกติ
ศูนย์วิจัยฯ ย้ำว่า แม้ภาวะเงินเฟ้อในเดือน เม.ย.จะติดลบมากขึ้นที่ 1.04% แบบปีต่อปี และมีโอกาสติดลบยาวต่อเนื่องตลอดในอีก 2-3 เดือนข้างหน้า แต่ก็ยังไม่ช่วยให้ครัวเรือนคลายความกังวลต่อภาวะการครองชีพในระยะอันใกล้นี้ได้ ตราบใดที่การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยยังเป็นไปอย่างล่าช้า และยังไม่กระจายตัวออกไปในทุกสาขากิจกรรมทางเศรษฐกิจ
อย่างไรก็ดี หากมาตรการสนับสนุนเศรษฐกิจภาครัฐทั้งด้านการเงินและการคลัง เริ่มมีผลบวกต่อเศรษฐกิจได้อย่างชัดเจนขึ้นในช่วงหลังจากนี้ ก็น่าจะเป็นปัจจัยที่หนุนความเชื่อมั่น และบรรยากาศการใช้จ่ายให้มีทิศทางที่ดีตามมา







