
Sell in May and Go Away
โนฮาว : สวัสดีครับ
โนฮาว : สวัสดีครับ
ปูกะตอย : หยุดยาวทีไร ไม่อยากกลับมาทำงานเลย ขี้เกียจมาก
โนฮาว : แล้วทำไมไม่ลาออกไปนอนเล่น เที่ยวรอบโลกซะเลย
ปูกะตอย : จะบ้าเหรอ จะเอาตังค์จากไหนไปเที่ยวล่ะ หยุดแค่ 5 วันก็หมดเยอะนะ
โนฮาว : ถ้าคนอย่างเพื่อนบ่นเรื่องเงินๆ ทองๆ คนอื่นคงไม่แย่ไปเลยเหรอ
ปูกะตอย : พูดซะเวอร์ เอ้อ มีอะไรจะถามหน่อย พอถึงเดือน พ.ค.ทีไร นึกถึงคำว่า Sell in May and Go Away แล้วปีนี้จะเกิดกับหุ้นไทยมั้ย
โนฮาว : คำถามนี้กับนักลงทุนไทยเป็นของคู่กัน ทุกคนตั้งคำถามกับทิศทางการลงทุนในตลาดหุ้นไทยเดือน พ.ค.ปีนี้ว่ามีโอกาสถูกขายทำกำไร และอาจจะทำให้ดัชนีหุ้นปรับลดลงจนถึงขั้นถูกเรียกว่าเป็นเหตุการณ์ Sell in May and Go Away มากน้อยแค่ไหน ซึ่งเป็นเหตุการณ์นักลงทุนขายหุ้นทำกำไรในช่วงเดือนนี้ และรอจนกระทั่งตลาดปรับฐานลง และเมื่อเห็นสัญญาณตลาดฟื้นตัว ซึ่งอาจจะใช้เวลา 2–3 เดือน หรือมากกว่านั้น แล้วค่อยกลับเข้ามาซื้ออีกครั้ง
ปูกะตอย : แล้วมีโอกาสเกิดกับหุ้นบ้านเรามั้ย
โนฮาว : ถ้าดูจากสถิติย้อนไปสัก 15 ปี เหตุการณ์ Sell in May and Go Away จะเกิดกับตลาดหุ้นต่างชาติเป็นส่วนใหญ่ อย่างตลาดหุ้นสหรัฐ เยอรมนี อังกฤษ ญี่ปุ่น สิงคโปร์ ฮ่องกง ไต้หวัน แต่สำหรับหุ้นไทยนั้น ตามสถิติแล้วเกิดเหตุการณ์นี้ไม่ถึง 50%
ปูกะตอย : โล่งอกไปที
โนฮาว : แต่นั่นก็เป็นสถิติในอดีตนะ แต่พรุ่งนี้ สัปดาห์หน้า หุ้นไทยอาจจะปรับลดลงจนเป็นเหตุการณ์ Sell in May and Go Away ก็ได้ เพราะตลาดหุ้นจะมีความน่าสนใจหรือไม่นั้น ก็อยู่ที่เหตุและปัจจัยแวดล้อมที่ส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้น เช่น เม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศก็ยังไม่กลับเข้ามา แถมหุ้นไทยซื้อขายระดับสูง P/E Ratio อยู่แถวๆ 20 เท่า
ปูกะตอย : แล้วหุ้นบ้านเรามีปัจจัยบวกมั้ย ที่ทำให้ยังมีความน่าสนใจ
โนฮาว : ที่เห็นคงหนีไม่พ้นศักยภาพของบริษัทจดทะเบียน คือ จะต้องสร้างผลการดำเนินการออกมาให้โดดเด่นอย่างต่อเนื่อง
ปูกะตอย : แสดงว่าต้องรอดูผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนไตรมาสแรกปีนี้ที่จะประกาศออกมาไม่กี่วันนะสิ
โนฮาว : ถูกต้อง ถ้าประกาศออกมาแล้วตัวเลขผลกำไรไม่ขี้เหร่ รับรองหุ้นไทยเดือนนี้ไม่เจอเหตุการณ์ Sell in May and Go Away
ปูกะตอย : งั้นต้องรอลุ้นจนตัวโก่งเลย
โนฮาว : ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก
ปูกะตอย : โอเคเลย งั้นวันนี้ขอตัวก่อนนะ บ๊าย บาย







