
ตลาดมือถือคึกคัก สวนทางเศรษฐกิจซบ
เปิดอีเวนต์ใหญ่อย่าง ไทยแลนด์ โมบาย เอ็กซ์โป 2015 ที่ภาพรวมคึกคักสวนกระแสเศรษฐกิจอย่างมาก
เปิดอีเวนต์ใหญ่อย่าง ไทยแลนด์ โมบาย เอ็กซ์โป 2015 ที่ภาพรวมคึกคักสวนกระแสเศรษฐกิจอย่างมาก หลังเปิดให้จองแท็บเล็ตแบรนด์ดังไอแพดที่ทางค่ายโอเปอเรเตอร์อย่างเอไอเอส นำมาลดสูงสุด 8,000 บาท กลายมาเป็นหนึ่งสีสันสำคัญที่ช่วยให้บรรยากาศงานคึกคัก เพราะแค่ครึ่งวันแรกสินค้าก็หมดเกลี้ยง
โอภาส เฉิดพันธุ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอ็ม วิชั่น ผู้จัดงานไทยแลนด์ โมบาย เอ็กซ์โป 2015 กล่าวว่า จากภาวะเศรษฐกิจและวันหยุดยาวยังไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าผลตอบรับของงานจะเป็นไปในทิศทางใด แต่เชื่อว่าจะมีผลตอบรับในเชิงบวกแน่นอน
“ก่อนการเริ่มงานเราประเมินว่ากำลังซื้อและคนเข้างานไม่น่าจะมีเยอะมากเพราะจัดหลังวันหยุดยาว แต่หลังเปิดงานอย่างเป็นทางการมีผู้มาร่วมงานเยอะกว่าที่คาดไว้ จึงตั้งเป้ายอดการใช้จ่ายและผู้เข้าชมงานเพิ่มจากเดิม 5% โดยในปีที่ผ่านมามีคนเข้าชมงานประมาณ 6.9 แสนคน และยอดเงินสะพัด 1,500 ล้านบาท” โอภาส กล่าว
ทางด้าน ชานนท์ จิรายุกุล ผู้อำนวยการฝ่ายขาย บริษัท ไทย ออปโป้ กล่าวว่า ยอดขายของออปโป้ในไตรมาสแรกปีนี้ เมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ปีที่ผ่านมา ยังมียอดขายโดยรวมที่ดีอย่างต่อเนื่อง โดยปีนี้ออปโป้พร้อมทุ่มงบทำตลาด 500 ล้านบาท เพื่อให้ส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นเป็น 10% จากตลาดรวม หลังจากปีที่ผ่านมาทำได้ 5.5%
“แม้จะมีแบรนด์จีนเป็นคู่แข่งเข้ามาในตลาดเยอะขึ้น แต่กลับช่วยให้ภาพรวมตลาดสมาร์ทโฟนเป็นไปในทิศทางที่ดี ซึ่งสภาพเศรษฐกิจโดยรวมอาจดูชะงักลง แต่เรื่องของสินค้ากลุ่มนี้ที่ถือว่ามีความสำคัญในการใช้ชีวิตของคนไทยมากขึ้น” ชานนท์ กล่าว
จิรวัฒน์ ศรีธระชิยานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วีโก โมบาย (ประเทศไทย) กล่าวว่า ภาพรวมการเปิดตัวสมาร์ทโฟนปีนี้มีทั้งหมดประมาณ 10 รุ่น ซึ่งผลตอบรับของแบรนด์มีทิศทางที่ดีขึ้นมาก หลังจากเปิดตัวมาเพียง 5-6 เดือน สามารถติดอันดับท็อป 10 ในตลาดสมาร์ทโฟนประเทศไทยที่มีส่วนแบ่งในตลาดรวม 1% แล้ว
“เราใช้งบการตลาดในปีนี้ 300-400 ล้านบาท โดยเทไปในช่องทางออนไลน์ประมาณ 30-40% เพราะเชื่อว่าเทรนด์ออนไลน์กำลังมาแรง เรามีช่องทางการขายทั้งออนไลน์และพาร์ตเนอร์รายใหญ่เกือบครบแล้ว ซึ่งเราพยายามดันยอดส่วนแบ่งการตลาดตามที่ตั้งเป้าไว้ 7% และติดอันดับ 1 ใน 5 ซึ่งคิดว่าเป็นไปได้ไม่ยาก” จิรวัฒน์ กล่าว
เซซิล เมนโกลิ ผู้จัดการทั่วไป ไมโครซอฟท์ โมบาย ดีไวซ์ ประเทศไทย กล่าวว่า ในงานนี้เน้นจำหน่ายสินค้าในกลุ่มโน้ตบุ๊กและแท็บเล็ตอย่างเซอร์เฟส โปร 3 และไมโครซอฟท์ ลูเมีย เพื่อให้ลูกค้าใช้งานสินค้าร่วมกันเพราะเป็นระบบปฏิบัติการเดียวกัน เพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างราบรื่น โดยสมาร์ทโฟนที่นำมาลดราคาและมีลูกค้ามาซื้อในงานกันอย่างคึกคัก เช่น ลูเมีย 630, 830, 1320 ซึ่งถือว่าเกินความคาดหมาย
“เรายังเชื่อมั่นว่าการออกงานเทรดโชว์เพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสสินค้าก่อน จะช่วยสร้างประสบการณ์ที่ดี เพราะระบบปฏิบัติการวินโดวส์โฟนยังมีสัดส่วนที่เล็กมากในตลาดรวม แต่เมื่อลูกค้าได้ใช้งานจริง จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นและเปิดรับมากขึ้น เพราะสังคมไทยผูกพันมากับการใช้งานวินโดวส์อยู่แล้ว ส่วนรุ่นไฮเอนด์มีแผนจะนำเข้ามาช่วงปลายปี คือหลังจากที่วินโดวส์ 10 เปิดให้ใช้งานอย่างเป็นทางการ” เซซิล กล่าว
ส่องความเคลื่อนไหวของมือถือแบรนด์จีน สรทัศน์ ศฤงคารบริบูรณ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป (ประเทศไทย) กล่าวว่า ปีนี้หัวเว่ยใช้งบการตลาด 400 ล้านบาท เพื่อรักษาฐานส่วนแบ่งการตลาด โดยตั้งเป้าไว้ที่ 4-5% ด้วยการทำตลาดในทุกระดับราคา เพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงแบรนด์มากขึ้น หลังจากภาพรวมการแข่งขันในปีนี้คึกคักขึ้น
“ในไตรมาสแรกของปี รุ่น Mate7 มีการเติบโตที่ดีในกลุ่มพรีเมียมและรุ่น 4จี ในกลุ่มราคาระดับเริ่มต้นที่ทำกับทรูมีผลตอบรับที่ดีมาก ดังนั้นปีนี้จะอัดช่องทางการตลาดสำหรับสินค้าในกลุ่มราคากลางถึงล่างให้มากขึ้น โดยระดับราคากลางคือ 4,000-5,000 บาท ถือว่าเป็นกลุ่มที่มีความต้องการในตลาดมากขึ้น ส่วนรุ่น Honor Plus ที่มาขายในงานเราตั้งเป้ายอดขายในงานไว้ที่ 40%” สรทัศน์ กล่าว
ต่อที่ค่ายเกาหลี โดย นิพนธ์ วงษ์แสงอรุณศรี ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า ปีที่ผ่านมาถือว่าเป็นปีแห่งการปรับตัวของแอลจี แต่กระแสสมาร์ทโฟนช่วยให้แบรนด์แอลจีมีทิศทางกลับมาดีขึ้นในไตรมาสแรกของปี ดังนั้นบริษัทจะใช้งบการตลาด 60 ล้านบาท ในการเจาะตลาดภาพรวม
“เราแบ่งใช้งบ 30 ล้านบาท จากงบทั้งหมดทำตลาดรุ่น G4 ซึ่งเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแฟล็กชิปอันใหม่ของปีนี้ โดยเน้นช่องทางออนไลน์ถึง 60% ซึ่งปีนี้จะทำตลาดทั้งหมด 7 ซีรี่ส์ รวม 30 รุ่น และจะขยายช่องทางจัดจำหน่ายในห้างสรรพสินค้าให้มากขึ้น ทั้งนี้ได้ตั้งเป้าโต 3 เท่าจากปีที่ผ่านมา ซึ่งเดิมมีส่วนแบ่งการตลาดไม่ถึง 1% แต่ปีนี้ได้ตั้งเป้าไว้ประมาณ 3%” นิพนธ์ กล่าว
ฑิตพล จันทรอุไร ผู้อำนวยการฝ่ายผลิตภัณฑ์ บริษัท สามารถ ไอ-โมบาย กล่าวว่า ปีนี้จะมีสมาร์ทโฟนแบรนด์จีนเข้ามาแข่งขันในตลาดมากขึ้น ดังนั้นในฐานะที่เราเป็นแบรนด์ไทยจึงเชื่อมั่นว่าศูนย์บริการและคุณภาพในการให้บริการจะช่วยสร้างความมั่นใจให้ลูกค้าเลือกซื้อแบรนด์ของเรามากขึ้น
“มูลค่าของตลาดรวมสมาร์ทโฟนทุกแบรนด์รวมกันกว่า 5 หมื่นล้านบาท ทำให้มีนายทุนหน้าใหม่เข้ามาทำธุรกิจด้านนี้มากขึ้น เราจึงเพิ่มงบจากเดิม 380 ล้านบาท เป็น 400 ล้านบาท ในการทำตลาดปีนี้ โดยเจาะช่องทางออนไลน์และอีเวนต์ให้มากขึ้น เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในแบรนด์ไทย”ฑิตพล กล่าว







