posttoday
รื้อโครงสร้าง CAT-ทีโอที ปั้นธุรกิจดิจิทัล-ยึดหัวหาด 4จี

รื้อโครงสร้าง CAT-ทีโอที ปั้นธุรกิจดิจิทัล-ยึดหัวหาด 4จี

07 พฤษภาคม 2558

โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน

โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน

หลังคณะกรรมการนโยบายและกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ (คนร.) หรือ “ซูเปอร์บอร์ด” เห็นชอบแผนฟื้นฟูบริษัท ทีโอที และบริษัท กสท โทรคมนาคม ล่าสุดรัฐวิสาหกิจทั้งสองแห่งเดินหน้าปรับโครงสร้างองค์กรอย่างเร่งด่วน ซึ่งเป้าหมายไม่ใช่แค่ทำให้องค์กรอยู่รอด แต่ยังรวมถึงการเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลอีกด้วย

มนต์ชัย หนูสง รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ ซึ่งทำหน้าที่รักษาการแทนกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีโอที (TOT) เปิดเผยว่า ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา บริษัทได้ปรับโครงสร้างองค์กรใหม่ โดยแบ่งเป็น 6 หน่วยธุรกิจใหม่ (บียู) จากเดิมไม่ได้มีการแบ่งแยกหน่วยธุรกิจอย่างชัดเจน โดยเฉพาะมีการจัดตั้งหน่วยธุรกิจที่ดูแลธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่เป็นการเฉพาะ

“ทีโอทีได้ปรับโครงสร้างการบริหารงานเป็น 6 บียูใหม่ ประกอบด้วย 1.ธุรกิจโครงสร้างพื้นฐาน (อินฟราสตรักเจอร์) 2.ธุรกิจเสาโทรคมนาคม 3.ธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ 4.ธุรกิจอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (Fixed broadband) 5.ธูรกิจที่เกี่ยวกับคลาวด์เซอร์วิส และดาต้าเซ็นเตอร์ และ 6.ธุรกิจกลุ่มอินเทอร์เน็ตเกตเวย์ และเคเบิลใต้น้ำระหว่างประเทศ” มนต์ชัย กล่าว

มนต์ชัย ระบุว่า การปรับโครงสร้างบียูในครั้งนี้ จะช่วยลดความซ้ำซ้อนในการบริหารงาน และทำให้การทำงานมีความชัดเจน รวดเร็ว คล่องตัวมากขึ้น รวมทั้งทำให้ต้นทุนการให้บริการลดลง ซึ่งจะส่งผลดีต่อองค์กรในระยะยาว

“รายได้ในอนาคตของบริษัทจะมาจากการให้บริการบรอดแบนด์เป็นหลัก ส่วนการประมูลคลื่นความถี่ 4จี ในปีนี้นั้น บริษัทก็กำลังพิจารณาในเรื่องนี้อยู่ แต่ยอมรับเป็นตลาดที่มีการแข่งขันสูงมาก ขณะที่เป้าหมายรายได้รวมของบริษัทในปีนี้คาดว่าจะอยู่ที่ 3 หมื่นล้านบาท ส่วนกำไรนั้น อาจอยู่ในระดับทรงตัว เพราะการแข่งขันในธุรกิจบรอดแบนด์อยู่ในระดับสูง มีเอกชนเข้ามาแข่งขันมากขึ้น ประกอบกับรายได้จากโทรศัพท์พื้นฐาน (Fixed Line) ลดลงต่อเนื่อง” มนต์ชัยสรุป

สำหรับการปรับโครงสร้างของบริษัท กสท โทรคมนคม (CAT) พ.อ.สรรพชัย หุวะนันทน์ กรรมการบริษัท และรักษาการในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท โทรคมนาคม กล่าวว่า บริษัทได้
ปรับโครงสร้างองค์กรใหม่โดยแบ่งเป็น 6 หน่วยธุรกิจ ประกอบด้วย 1.กลุ่มโครงสร้างพื้นฐาน ดำเนินธุรกิจให้บริการแก่ผู้ประกอบการด้วยการให้เช่าเคเบิลใยแก้วนำแสง 2.กลุ่มเสาโทรคมนาคม ให้บริการเช่าใช้พื้นที่ 3.กลุ่มอินเทอร์เน็ตเกตเวย์ และเคเบิลใต้น้ำระหว่างประเทศ

4.กลุ่มโทรศัพท์ ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ครบวงจร ทั้งสื่อสารทางเสียงและสื่อสารข้อมูลความเร็วสูงเคลื่อนที่ 5.กลุ่มโทรศัพท์ประจำที่และอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ ให้บริการโทรศัพท์ประจำที่ สื่อสารแบบมีสายหรือไร้สาย และ 6.กลุ่มบริการด้านไอดีซี คลาวด์ ธุรกิจอินเทอร์เน็ต และดาต้าเซ็นเตอร์

“แผนปรับโครงสร้างใหม่จะให้บียูที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจไร้สาย (โมบาย) ซึ่งเป็นการรวมธุรกิจที่ให้บริการด้านโทรคมนาคมแบบไร้สายและเสาโทรคมนาคม เพื่อรองรับการทำดิจิทัลอีโคโนมี โดยจะทำให้บริษัทมีสถานะเป็นผู้ให้บริการโครงข่าย (เน็ตเวิร์กโพรวายเดอร์) ครบวงจร และจัดตั้งบริษัทใหม่ ทาวเวอร์ คอมปะนี”

พ.อ.สรรพชัย กล่าวว่า ในเดือน พ.ค.นี้ บริษัทจะเริ่มปรับโครงสร้างธุรกิจและการบริหารให้ชัดเจน และทำให้แต่ละธุรกิจของบริษัทมีความแข็งแกร่งมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจไร้สายจะเป็นธุรกิจที่จะสร้างรายได้หลักของบริษัท โดยคาดว่าจะมีสัดส่วนรายได้เพิ่มเป็น 60% ภายใน 3-5 ปีข้างหน้า จากปัจจุบันมีสัดส่วนรายได้อยู่ที่ 45% ของรายได้รวม ขณะที่รายได้รวมของบริษัทในสิ้นปีนี้จะอยู่ที่ 5.2 หมื่นล้านบาท และมีกำไร 1,500 ล้านบาท

ด้านแหล่งข่าวจากผู้บริหารของบริษัท กสท โทรคมนาคม เปิดเผยเสริมว่า นอกจากรายได้จากกลุ่มธุรกิจไร้สายที่จะมีมากขึ้นในอนาคตแล้ว บริษัทยังสนใจการทำธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ ซึ่งมีมูลค่ากว่า 2 แสนล้านบาท เทียบกับตลาดบรอดแบนด์ที่มีมูลค่าเพียง 3 หมื่นล้านบาท พบว่าจะมีใหญ่กว่ากัน 7 เท่า และเป็นธุรกิจที่มีอัตราการเติบโตสูง โดยเฉพาะด้านดาต้าที่เติบโต 50-100% ในช่วงที่ผ่านมา

“จุดแข็งสำคัญของบริษัท คือ มีโครงสร้างพื้นฐาน มีความชำนาญการให้บริการแก่ลูกค้ารายใหญ่ทั้งภาครัฐและองค์กรมานาน ซึ่งบริษัทกำลังคุยกับเอกชนต่างชาติเพื่อดึงมาเป็นพันธมิตรในธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ หากทำได้ตามแผนและประมูลคลื่น 4จี ได้ บริษัทจะสร้างแบรนด์โทรศัพท์เคลื่อนที่แบรนด์ที่ 4 ของประเทศ ซึ่งจะทำให้องค์กรเติบโตและมีรายได้เพิ่มขึ้นในระยะต่อไป” แหล่งข่าวเปิดเผย

พรชัย รุจิประภา รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ยืนยันว่า จะไม่มีการยุบรวม กสทฯ และทีโอที แน่นอน เพราะทั้งสององค์กรมีแนวทางบริหารงานที่ชัดเจนแล้ว และหลังการปรับโครงสร้างใหม่ เชื่อมั่นว่าจะสร้างรายได้จากธุรกิจได้มั่นคงในระยะยาว

“หากสององค์กรสนใจประมูลคลื่นความถี่ 4จี ก็สามารถเข้ามาประมูลได้ ส่วนการถือครองคลื่นความถี่ต่างๆ ของรัฐวิสาหกิจทั้งสองแห่งนั้น กระทรวงไอซีทีพร้อมเป็นตัวกลางให้มีการเจรจากับคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ถึงแนวทางการบริหารคลื่นว่าควรใช้ด้านใดให้ได้ประโยชน์สูงสุด” พรชัย ทิ้งท้าย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท