
อมตะวีเอ็นเข้าSETไตรมาส3
อมตะ วีเอ็น เลื่อนเข้า ตลท.ไตรมาส 3 ยันทันพัฒนานิคมฯ ในเวียดนาม อนาคตเปิดทางพันธมิตรต่างชาติร่วมพัฒนา
อมตะ วีเอ็น เลื่อนเข้า ตลท.ไตรมาส 3 ยันทันพัฒนานิคมฯ ในเวียดนาม อนาคตเปิดทางพันธมิตรต่างชาติร่วมพัฒนา
นางสมหะทัย พานิชชีวะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อมตะวีเอ็น เปิดเผยว่า บริษัทต้องเลื่อนการเสนอขายหุ้นให้ประชาชนเป็นครั้งแรก (ไอพีโอ) และจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เป็นช่วงไตรมาส 3 จากกำหนดเดิมในไตรมาส 2 เพราะต้องปรับข้อมูลคำเสนอรายการ (ไฟลิ่ง) ให้ทันกับแผนการขยายงานของบริษัทที่เริ่มทำนิคมอุตสาหกรรมแห่งที่ 3 ที่เวียดนาม อยู่ทางภาคเหนือคือ อมตะซิตี้ฮาลอง เมืองอุตสาหกรรมที่มีความทันสมัย ให้กับทางสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)
บริษัทเพิ่งส่งหนังสือใบขอรับการส่งเสริมและอนุญาตการลงทุนให้ทางการเวียดนามไปเมื่อต้นเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา และเมื่อปลายเดือน เม.ย. บริษัทเพิ่งเซ็นสัญญาและจัดตั้งร่วมทุนกับพันธมิตรเวียดนามกลุ่มต่วนเจา ซึ่งเป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ท่าเรือ และแหล่งท่องเที่ยวรายใหญ่ในภาคเหนือของเวียดนาม โดยอมตะจะถือหุ้น 70% และต่วนเจา 30%
“แม้จะเลื่อนการเข้า ตลท.ไปเป็นไตรมาส 3 แต่ก็ไม่กระทบต่อการลงทุนที่อมตะซิตี้ฮาลอง เพราะบริษัทจะเริ่มลงทุนเฟสแรกต้นปี 2559 และทุกเฟสการก่อสร้างบริษัทจะพิจารณาส่วนผสมกันระหว่างการใช้เครื่องมือทางการเงินในตลาดทุน และการกู้เงินจากธนาคารพาณิชย์ผสมผสานกัน” นางสมหะทัย กล่าว
อย่างไรก็ดี บริษัทต้องการนำเงินที่เสนอขายไอพีโอ 139.83 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 0.50 บาท ไปลงทุนพัฒนานิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ฮาลอง พื้นที่ 3.6 หมื่นไร่ ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาพัฒนาโครงการเสร็จ 10-15 ปี (2559-2574) มูลค่าการลงทุนทั้งหมดอยู่ที่ 1,600 ล้านเหรียญสหรัฐ
อย่างไรก็ตาม บริษัทจะเริ่มสร้างเฟสแรกต้นปีหน้าประมาณ 3,125 ไร่ ใช้เงินลงทุนรวม 60 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งจะใช้เม็ดเงินลงทุนแรกเริ่มเพียง 20% หรือประมาณ 12 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยอมตะ วีเอ็น ต้องใส่เงินลงทุนประมาณ 8.5 ล้านเหรียญสหรัฐ ตามสัดส่วนถือหุ้นที่ 70% และคาดว่าเฟสแรกจะใช้เวลาพัฒนาโครงการเสร็จอีก 2-3 ปีข้างหน้า
“เฟสแรกจะพัฒนาโครงการพร้อมขายไปด้วยกัน ซึ่งคาดว่าน่าจะเริ่มขายที่ดินได้ตั้งแต่ปลายปี 2558 เฟสแรกจะเริ่มจากการจัดตั้งเป็นโรงงานอุตสาหกรรมก่อนเพื่อให้มีผู้มาใช้พื้นที่ก่อน ขณะที่เฟสถัดไปก็จะเริ่มสร้างที่อยู่อาศัย พาณิชยกรรม การลงทุนด้านวิจัยและพัฒนา ระบบการศึกษา ระบบโลจิสติกส์ เพื่อให้แหล่งรวมพื้นที่สวนอุตสาหกรรมไฮเทคแบบครบวงจร” นางสมหะทัย กล่าว
นางสมหะทัย กล่าวต่อว่า บริษัทเปิดโอกาสหาพันธมิตรเพิ่มเพื่อมาเสริมโครงการให้มีความแข็งแกร่งขึ้น ซึ่งปัจจุบันกำลังเจรจาอยู่กับบริษัทญี่ปุ่น เกาหลี และสิงคโปร์ โดยไม่จำเป็นต้องเป็นการหาลูกค้าเพื่อมาซื้อที่ดินอย่างเดียว เพราะส่วนหนึ่งการหาลูกค้าเป็นงานที่ต่อเนื่องจากของกลุ่มอมตะอยู่แล้ว และคาดว่ายังไม่สามารถได้ข้อสรุปพันธมิตรภายในปีนี้
“พันธมิตรที่เข้ามาแล้วต้องมาช่วยเพิ่มขาเก้าอี้ตัวนี้ให้ได้มากกว่า 4 ขา เพราะถ้ามาแล้วไม่ได้ช่วยอะไร เราก็ไม่มีความจำเป็นต้องชวนเขามา เพราะปัจจุบันเห็นแล้วว่ามีแค่ 2 รายก็อยู่ได้” นางสมหะทัย กล่าว
ทั้งนี้ อมตะซิตี้ฮาลองถือเป็นการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมเป็นแห่งที่ 3 ในประเทศเวียดนาม และเป็นครั้งแรกที่อมตะ วีเอ็น ปรับขึ้นไปทำในโซนภาคเหนือ เนื่องจากนิคมฯ 2 แห่ง คื อมตะซิตี้ลัมถั่น และอมตะซิตี้เบียนหัว อยู่ในโซนภาคใต้
ปัจจัยที่ทำให้บริษัทสามารถดำเนินการนิคมฯ แห่งที่ 3 ได้รวดเร็วกว่า 2 แห่งแรก เพราะเป็นการซื้อกิจการบริษัทเวียดนามที่ได้รับใบอนุญาตให้ดำเนินการในกิจกรรมเขตธุรกิจมาแล้วเรียบร้อย แต่ยังไม่สามารถสร้างผลประกอบการได้ เนื่องจากเขาทำธุรกิจเร็วเกินไป โดยที่ทางรัฐบาลเวียดนามหรือกลุ่มการลงทุนจากต่างประเทศยังไม่ได้เข้าลงทุนในแถบภาคเหนือของเวียดนามแต่อย่างใด
โครงการอมตะซิตี้ฮาลอง อยู่บริเวณอ่าวฮาลองในเมืองกว๋างเยน และเมืองอองบี ใกล้ท่าอากาศยานนานาชาติ 3 แห่ง และท่าเรือน้ำลึก 1 แห่ง โดยแบ่งพื้นที่โครงการเป็น 3 เขต คือ เขตอุตสาหกรรมประมาณ 65% พื้นที่เขตการศึกษาและวิทยาศาสตร์ประมาณ 25% และพื้นที่เขตการขนส่งและพื้นที่แสดงสินค้าประมาณ 10%
สำหรับปี 2557 อมตะ วีเอ็น มีรายได้รวม 500-600 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 200 ล้านบาท
ขณะที่บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน (AMATA) ปีนี้จะใช้เงินลงทุนรวม 4,500 ล้านบาท โดยแบ่งเป็น 60% ใช้ลงทุนที่ประเทศเวียดนาม และอีก 40% ใช้ลงทุนพัฒนานิคมฯ ในประเทศไทย
น.ส.วิชชุดา ปลั่งมณี นักวิเคราะห์ บล.เคเคเทรด ปรับคำแนะนำหุ้น AMATA จากซื้อ เป็นเก็งกำไร โดยมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตามคืองานในมือปัจจุบันที่มีเพียง 2,000 ไร่ ซึ่งกรณีบริษัทขายที่ดินไม่ได้ตามเป้าหมาย จะมีผลกระทบต่อผลประกอบการในครึ่งหลังปีนี้ และปี 2559







