posttoday
ซุปเปอร์บอร์ด ไฟเขียว แผนแก้รัฐวิสาหกิจ7แห่ง

ซุปเปอร์บอร์ด ไฟเขียว แผนแก้รัฐวิสาหกิจ7แห่ง

07 พฤษภาคม 2558

ซุปเปอร์บอร์ดเห็นชอบกรอบสาระสำคัญในกฎหมายกำกับรัฐวิสาหกิจก่อนเสนอ สนช.ภายเดือน ก.ค. พร้อมไฟเขียวแผนแก้รัฐวิสาหกิจ7แห่ง

ซุปเปอร์บอร์ดเห็นชอบกรอบสาระสำคัญในกฎหมายกำกับรัฐวิสาหกิจก่อนเสนอ สนช.ภายเดือน ก.ค. พร้อมไฟเขียวแผนแก้รัฐวิสาหกิจ7แห่ง

นายกุลิศ สมบัติศิริ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ ในฐานะฝ่ายเลขาธิการคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ(คนร.) หรือซุปเปอร์บอร์ด เปิดเผยว่า การประชุม คนร.ซึ่งมีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เมื่อวันที่ 6 พ.ค. ได้เห็นชอบกรอบซึ่งจะเป็นสาระสำคัญในกฎหมายเพื่อกำกับรัฐวิสาหกิจ และเห็นชอบให้ร่างกฎหมายฉบับดังกล่าว ซึ่งสาระสำคัญของกฎหมายจะกำหนดรูปแบบการบริหารจัดการรัฐวิสาหกิจออกเป็น 2  ระบบ แยกเป็นการกำกับรัฐวิสาหกิจที่มีกฎหมายจัดตั้งขึ้นโดยเฉพาะ ส่วนนี้ให้ สคร. ปรับปรุงประสิทธิภาพการปฏิบัติงานให้โปร่งใสและมีมาตรฐาน และรัฐวิสาหกิจที่มีสถานะเป็นบริษัท 12 แห่ง  ที่จะอยู่ภายใต้การดูแลของบรรษัทวิสาหกิจแห่งชาติซึ่งมีสถานะเป็นหน่วยงานรัฐและไม่ใช่ส่วนราชการ

“กฎหมายกำกับรัฐวิสาหกิจที่อนุกรรมการชุดที่นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการ ธปท.ได้รับมอบหมายให้ร่างกฎหมายนี้ จะมี 2 ส่วนหลักคือส่วนของธรรมาธิบาลที่จะใช้กำกับรัฐวิสาหกิจทั้งส่วนที่อยู่ภายใต้ สคร. และบรรษัทวิสาหกิจแห่งชาติ และส่วนที่ 2 จะว่าด้วยการตั้งบรรษัทวิสาหกิจหรือโฮลดิ้งที่จะเข้ามาเป็นเจ้าของรัฐวิหสากิจทั้ง 12 แห่ง โดย คนร. วางเป้าหมายที่จะให้กฎหมายฉบับนี้เสนอต่อ สนช.ได้ภายในเดือน ก.ค. และตั้งโฮลดิ้งได้ตั้งแต่ ม.ค. 2559 เป็นต้นไป” นายกุลิศ กล่าว
 
นายกุลิศ กล่าวว่า ส่วนการแก้ไขปัญหารัฐวิสาหกิจที่ประสบปัญหา 7 แห่งนั้นในส่วนการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) คนร.เห็นชอบให้ดำเนินการดังนี้ 1.ให้กระทรวงคมนาคมและกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเร่งการดำเนินการพิจารณา EIA ของโครงการรถไฟทางคู่ให้แล้วเสร็จตามกำหนด 2. เร่งดำเนินการมอบสิทธิการใช้ประโยชน์ที่ดินย่านมักกะสันให้กระทรวงการคลัง เพื่อดำเนินการพัฒนาเป็นพื้นที่สีเขียวของกรุงเทพฯ พร้อมทั้งมีพื้นที่เชิงพาณิชย์โดยให้มีสัดส่วนที่เหมาะสม ทั้งนี้แม้ก่อนหน้านี้ คนร. จะมีมติให้มีการพิจารณาโอนที่ดิน รฟท.มาให้คลังบริหารแลกกับการที่กระทรวงการคลังจะเข้าไปรับภาระหนี้ให้ 8 หมื่นล้านบาท ที่ดินเฉพาะแปลงมักกะสันไม่เพียงพอ แต่ คนร. ก็ให้ดำเนินการเป็นรายการๆ ไปเสร็จจากแปลงนี้แล้วค่อยไปดำเนินการแปลงอื่นๆ  และ3. ให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาให้ผู้ประกอบการเอกชนเข้าร่วมในการดำเนินโครงการรถไฟฟ้า Airport Rail Link และรายงานผลต่อ คนร. ต่อไป

นายกุลิศ กล่าวว่า ในส่วนการแก้ไขปัญหาองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ให้กรมขนส่งทางบก สร้างความชัดเจนในการปรับปรุงเส้นทางเดินรถโดยให้ ขสมก. เป็นผู้เดินรถในเส้นทางหลักและกำกับดูแลรถร่วมบริการให้เกิดประโยชน์ และรายงานผังเส้นทางเดินรถต่อ คนร. ภายใน 60 วัน  โดยหลักการที่มอบให้กรมขนส่งทางบกไปพิจารณาคือเส้นทางที่กำไรจะต้องเปิดประมูลต้องมีการจ่ายเงินให้รัฐ ส่วนเส้นทางที่ขาดทุนรัฐค่อยเข้าไปอุดหนุน 

ส่วนกรณีการจัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวีล็อตแรก 489 คัน ขสมก. รายงานว่าได้ผู้ชนะการประมูลเพื่อนำเข้ารถแล้ว โดยมีราคาเฉลี่ย 3.5 ล้านบาทต่อคัน รวมใช้งบประมาณ 1,735 ล้านบาท และขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจาค่าซ่อมบำรุง คาดว่าจะสามารถลงนามในสัญญาได้ในเดือนพ.ค. นี้และนำเข้ารถได้ในเดือนมิ.ย. 

นายกุลิศ กล่าวว่า  คนร.ได้เห็นชอบกรอบการปล่อยสินเชื่อของธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) ต่อรายให้เป็นไม่เกิน 30 ล้านบาท จากเดิมไม่เกิน 15 ล้านบาท เนื่องจากมีข้อเสนอแนะจากคณะกรรมการขับเคลื่อนชุดของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหมมีข้อเสนอแนะว่าขณะนี้มีเอสเอ็มอีที่มีศักยภาพต้องการได้รับการสนับสนุนทั้งเอสเอ็มอีกที่กำลังขยายธุรกิจในประเทศและไปต่างประเทศ แต่ทั้งนี้ก็ให้เอสเอ็มอีแบงก์ยึดหลักการให้สินเชื่อตามมาตรฐานของ ธปท. โดยต้องมีเกณฑ์การพิสูจน์ว่าธนาคารไม่ได้ให้สินเชื่อแก่ผู้ประกอบการที่มีปัญหาและสร้างภาระต่อธนาคาร

ส่วนของบริษัท การบินไทย คนร. เห็นว่าสามารถดำเนินการแก้ไขปัญหาได้เป็นไปตามแผนที่ คนร. ให้ความเห็นชอบไปก่อนหน้านี้ เช่น การปรับปรุงเส้นทางบินและฝูงบิน และการปรับปรุงด้านการบริหารจัดการ และลดต้นทุน ทางด้านบริษัท ทีโอที และบริษัท กสท โทรคมนาคม คนร. ได้กำชับให้รัฐวิสาหกิจทั้ง 2 แห่งเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาข้อพิพาทกับภาคเอกชนโดยเฉพาะเรื่องเสาโทรคมนาคม ให้สอดคล้องกับแผนการประมูลคลื่นความถี่ 4G

นายกุลิศ กล่าวว่า  คนร. ได้เห็นชอบให้มีการจำหน่ายและนำหุ้นบริษัทบริหารสินทรัพย์กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด(บสก.) เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.) โดยให้นำหลักเกณฑ์การกระจายหุ้นรัฐวิสาหกิจให้ประชาชนทั่วไป ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2547 มาถือปฏิบัติ สำหรับสัดส่วนการจำหน่ายหุ้นนั้นให้กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน พิจารณาความเหมาะสมและนำเสนอ ครม.พิจารณาต่อไป โดยตามแผนที่ บสก. เสนอคาดว่า บสก.จะสามารถยื่นไฟลิ่งได้ภายในปีนี้ 

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน