posttoday
วรรณรุกตลาดไทยมุสลิม

วรรณรุกตลาดไทยมุสลิม

06 พฤษภาคม 2558

บลจ.วรรณ เล็งเปิดตัวกองทุนคุณธรรม (ชะรีอะห์) ขยายตลาดชาวไทยมุสลิม ลงทุนตามหลักศาสนาอิสลาม

บลจ.วรรณ เล็งเปิดตัวกองทุนคุณธรรม (ชะรีอะห์) ขยายตลาดชาวไทยมุสลิม ลงทุนตามหลักศาสนาอิสลาม

นายวิน อุดมรัชตวนิชย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม (บลจ.) วรรณ เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมออกกองทุนคุณธรรม (ชะรีอะห์) 6 ฟันด์เพื่อเป็นทางเลือกให้แก่ชาวไทยมุสลิมทั่วประเทศได้ลงทุนตามหลักชะรีอะห์หรือประมวลข้อปฏิบัติต่างๆ ของกฎหมายศาสนาอิสลาม ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีกองทุนตามหลักชะรีอะห์ภายในประเทศ

สำหรับนโยบายการลงทุนของกองทุนจะเน้นลงทุนหุ้นในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่ตรงตามหลักศาสนาอิสลามและมีอัตราการเติบโตที่ดี ซึ่งปัจจุบันมีหุ้นมากกว่า 200 บริษัทในตลาด โดยขณะนี้อยู่ระหว่างรอการอนุมัติจากคณะกรรมการทางศาสนาอิสลามและสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) พิจารณาแบบคำขอจัดตั้งกองทุน ซึ่งคาดว่าจะเสนอขายได้ภายในเดือน พ.ค. 2558 นี้

“การจัดตั้งกองทุนดังกล่าว เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางการลงทุนให้กับชาวไทยมุสลิมในประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันมีจำนวนมากและเป็นกลุ่มที่มีเงินลงทุนค่อนข้างสูง โดยช่วงแรกจะเน้นในพื้นที่กรุงเทพมหานครก่อน จึงไม่ได้ตั้งเป้ายอดขายกองทุนไว้มากนัก เบื้องต้นตั้งไว้ประมาณ 100-200 ล้านบาท” นายวิน กล่าว

นอกจากนี้ บริษัทยังเตรียมหาช่องทางการขยายฐานลูกค้าในกลุ่มดังกล่าวกับธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยด้วย

นายวิน กล่าวว่า สำหรับสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (เอยูเอ็ม) ของบริษัทปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 1.05 แสนล้านบาท ซึ่งเติบโตทะลุเป้าหมายที่ตั้งไว้อยู่ที่ 1 แสนล้านบาทไปแล้ว หลังจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพและกองทุนส่วนบุคคลมีการเติบโตค่อนข้างสูง

ปัจจุบันบริษัทมีมูลค่าสินทรัพย์ของกองทุนรวมประมาณ 5 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วน 45% กองทุนส่วนบุคคล มูลค่า 3.9 หมื่นล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 40% และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ มูลค่า 1.4 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 15% และที่เหลือเป็นกองทุนอสังหาริมทรัพย์ (กอง 1)

สำหรับแผนการเติบโตของบริษัทโดยการซื้อกิจการ บลจ.อื่น เพื่อเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การบริหารนั้น บริษัทไม่ได้ปิดกั้น โดยยังเปิดกว้างทุกรูปแบบและหาโอกาสในการซื้อกิจการหากเป็นประโยชน์กับบริษัทและผู้ถือหุ้น

ขณะที่แนวโน้มตลาดหุ้นไทยในไตรมาส 2 นี้ คาดว่าดัชนีจะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,500-1,600 จุด เนื่องจากทิศทางตลาดยังไม่ค่อยดีจากปัจจัยในประเทศยังไม่มีความชัดเจน ทำให้หุ้นที่ปรับตัวขึ้นมาก็ถูกขายทำกำไร แม้ปัจจัยต่างประเทศเริ่มดีขึ้นจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐและหลายประเทศมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ
(คิวอี) เข้าระบบ จึงมองปัจจัยต่างประเทศเป็นบวกมากกว่าในประเทศที่รอความชัดเจน

อย่างไรก็ตาม มองว่าจากนี้ไปจนถึงสิ้นปีตลาดยังรอนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ เม็ดเงินลงทุนในโครงการต่างๆ ที่ยังมีความล่าช้า ดังนั้นตลาดคงแกว่งในกรอบ 100 จุด ขณะเดียวกันสถานการณ์ช่วงปลายปีจะให้น้ำหนักความอ่อนไหวทางการเมืองเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญเป็นหลัก หากเกิดความขัดแย้งรุนแรงโอกาสที่ดัชนีจะหลุด 1,400 จุดมีสูง แต่สถานการณ์ตอนนี้ยังคงเป้าหมายดัชนีสิ้นปีไว้ที่ 1,700 จุด

“ปัจจุบันการลงทุนในตลาดหุ้นไทยอยู่ที่นักลงทุนรายย่อยเป็นหลัก โดยมีสัดส่วนกว่า 50% ซึ่งในส่วนนี้เป็นนักลงทุนรายใหญ่มากกว่าครึ่ง และเมื่อรวมส่วนของนักลงทุนรายย่อยกับพอร์ตโบรกเกอร์แล้วคิดเป็นสัดส่วน 70% ในขณะที่นักลงทุนสถาบันและต่างชาติมีสัดส่วนที่น้อยกว่า ดังนั้นการที่พูดกันว่าทริกเกอร์ฟันด์ทุบหุ้นนั้นไม่น่าจะเป็นไปได้” นายวิน กล่าว

สำหรับกลุ่มหุ้นที่ยังน่าสนใจ ได้แก่ กลุ่มธนาคารพาณิชย์ อาจเน้นในหุ้นขนาดกลางที่ไม่เกี่ยวเนื่องกับนาโนไฟแนนซ์ กลุ่มพลังงานขนาดใหญ่ กลุ่มอาหารและค้าปลีก โดยกลยุทธ์การลงทุนยังแนะนำให้เลือกหุ้นรายตัว โดยเฉพาะหุ้นของบริษัทที่มีรายได้จากต่างประเทศ ซึ่งหลายบริษัทมีการขยายการลงทุนไปต่างประเทศ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท