posttoday
PLEขายลูกไม่ทำกำไรทิ้ง

PLEขายลูกไม่ทำกำไรทิ้ง

06 พฤษภาคม 2558

PLE ตัดใจขายขาดทุน 2 บริษัทลูกไม่ทำกำไรทิ้ง ทั้งห้างโซโหและโรงไฟฟ้าชีวมวล หันมุ่งธุรกิจหลักงานรับเหมาก่อสร้าง

PLE ตัดใจขายขาดทุน 2 บริษัทลูกไม่ทำกำไรทิ้ง ทั้งห้างโซโหและโรงไฟฟ้าชีวมวล หันมุ่งธุรกิจหลักงานรับเหมาก่อสร้าง

นายเสวก ศรีสุชาต ประธานกรรมการ บริษัท เพาเวอร์ไลน์ เอ็นจิเนียริ่ง (PLE) เปิดเผยว่า บริษัทได้ตัดสินใจจะขายเงินลงทุนใน 2 บริษัทลูกซึ่งไม่ทำกำไร คือ ศูนย์ค้าส่งค้าปลีกโซโห และโรงไฟฟ้า
ชีวมวล วัตถุดิบจากแกลบ โดยจะกลับมามุ่งเน้นการดำเนินธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ซึ่งเป็นธุรกิจหลักและเป็นธุรกิจที่บริษัทมีความชำนาญ

ขณะนี้อยู่ระหว่างการมอบหมายให้ทางสถาบันการเงินเป็นผู้ช่วยหาผู้ลงทุนรายใหม่เข้ามารับซื้อต่อ บริษัทคาดว่าอาจต้องใช้เวลาระยะหนึ่ง แต่บริษัทกำหนดไว้ว่าจะต้องขายให้แล้วเสร็จภายในปีนี้ และอาจต้องยอมขายขาดทุน เนื่องจากบริษัทลูกทั้งสองแห่งเป็นสาเหตุหลักฉุดภาพรวมผลกำไรของบริษัทให้ลดลงในระยะที่ผ่านมา

ทั้งนี้ ในส่วนห้างโซโหนั้น มูลค่าจริงประมาณ 2,000 ล้านบาท และโรงไฟฟ้าชีวมวลมูลค่าจริงประมาณ 700-800 ล้านบาท แต่เวลาขายอาจต้องยอมขายต่ำกว่าทุน เพราะในส่วนของศูนย์ค้าส่งค้าปลีกโซโหนั้น ได้รับผลกระทบจากภาพรวมเศรษฐกิจชะลอตัว ทำให้ภาพรวมตลาดไม่ค่อยดีจากกำลังซื้อที่ลดลง ขณะที่บริษัทถือหุ้นในสัดส่วนสูงเกือบ 100% ขณะที่โรงไฟฟ้าชีวมวล ประสบปัญหาในเรื่องของการขาดแคลนวัตถุดิบเพื่อนำมาผลิต

“2 ธุรกิจดังกล่าวมีผลขาดทุน หรือเลือดไหลไม่หยุด บริษัทจำเป็นขายเพื่อห้ามเลือด และจำเป็นต้องยอมขายขาดทุน ซึ่งผลของการขายขาดทุนอาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการของบริษัทในปี 2558 นี้ แสดงผลขาดทุนได้ แต่บริษัทต้องทำ เพราะจะส่งผลดีต่อผลประกอบการของบริษัทในระยะยาว เพราะจะมุ่งเน้นแต่ธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ซึ่งบริษัทมีความชำนาญและสร้างผลกำไรที่ดีให้กับบริษัท และในระยะสั้นทำให้บริษัทได้รับกระแสเงินสดเข้ามาประมาณ 2,000 ล้านบาท ทำให้มีสภาพคล่องเพียงพอในการนำไปใช้ในธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง และอาจไม่จำเป็นต้องใช้หุ้นกู้” นายเสวก กล่าว

ทั้งนี้ เงินที่ได้จากการขาย 2 บริษัทลูกไม่ทำกำไร จะทำให้สภาพคล่องของบริษัทดีขึ้น และอาจไม่จำเป็นต้องออกหุ้นกู้เพิ่มเติม หลังจากบริษัทเพิ่งได้รับอนุมัติวงเงินในการออกหุ้นกู้จากผู้ถือหุ้นอีก 800 ล้านบาท รวมวงเงินเดิมที่มีอยู่ ทำให้มีวงเงินในการออกหู้นกู้ได้อีก 1,500 ล้านบาท

“เดิมบริษัทไม่ได้ตั้งใจคิดทำศูนย์การค้าดังกล่าว แต่ลูกค้าไม่มีเงินจ่ายค่าก่อสร้าง ทำให้จำเป็นต้องรับเข้ามา ซึ่งเป็นธุรกิจที่เราไม่ชำนาญ และบริษัทได้พยายามสู้มาเป็นเวลา 1-2 ปีแล้ว ส่วนธุรกิจโรงไฟฟ้าชีวมวลจากแกลบนั้น เกิดข้อผิดพลาดในส่วนของพาร์ตเนอร์ที่จะจัดสรรวัตถุดิบให้ไม่ได้ตามที่ตกลง ทำให้เกิดผลขาดทุน แต่บริษัทยังให้ความสนใจในส่วนของพลังงานทดแทน และอยู่ระหว่างการมองหาโอกาสในการลงทุน แต่อาจเป็นพลังงานไฟฟ้าจากโรงงานขยะ หรือไม่ก็แสงอาทิตย์” นายเสวก กล่าว

ขณะที่สาเหตุที่บริษัทยังให้ความสนใจลงทุนในธุรกิจพลังงานทดแทน เพราะมองว่าเป็นแนวโน้มธุรกิจของอนาคตและไฟฟ้าเป็นสิ่งที่จำเป็น และเป็นช่องทางในการสร้างผลตอบแทนให้กับบริษัทเพิ่มขึ้น นับเป็นการกระจายความเสี่ยงให้กับผลประกอบการของบริษัทในภาวะธุรกิจรับเหมาก่อสร้างไม่ดี แต่ทั้งนี้การพิจารณาลงทุนคงเป็นไปด้วยความรอบคอบมากขึ้น

สำหรับธุรกิจรับเหมาก่อสร้างนั้น แม้ว่าเมื่อช่วงต้นปีนี้จำนวนงานออกสู่ตลาดในระดับต่ำ ส่งผลให้เกิดการแข่งขันสูงจนกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น (มาร์จิ้น) ลดลง 2-3% ทำให้ในส่วนของมาร์จิ้นในงานโยธาลดลงจาก 8-10% เหลือ 6-8% และงานระบบจาก 12-14% ลดลงเหลือในช่วง 10-12%

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้สถานการณ์การแข่งขันเริ่มดีขึ้นจากมูลค่างานที่เริ่มทยอยออกมา และคาดว่าหากรัฐบาลเร่งรัดผลักดันงานต่างๆ ออกมาได้เร็วขึ้น จะทำให้สถานการณ์ดีขึ้น และคาดว่าน่าจะคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้นในช่วงไตรมาส 3 นี้

ในปีนี้บริษัทคาดว่าจะเข้าร่วมประมูลงานอีกประมาณ 3-4 หมื่นล้านบาท และคาดว่ามีโอกาสจะได้รับงานในสัดส่วนประมาณ 25% ของมูลค่างานที่เข้าร่วมประมูล ซึ่งในงานดังกล่าวมีทั้งงานของภาครัฐและเอกชน ไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาล โครงสร้างพื้นฐานในการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีต่างๆ ของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) รวมไปถึงรถไฟทางคู่ เป็นต้น

ผลของการเข้าร่วมประมูลดังกล่าว เพื่อจะรักษาระดับของมูลค่างานในมือให้อยู่ในระดับใกล้เคียงกับปัจจุบันซึ่งอยู่ที่ระดับ 7,000-8,000 ล้านบาทได้ และคาดว่ารายได้ของบริษัทในปีนี้น่าจะประมาณ 7,000-8,000 ล้านบาท แต่ผลประกอบการน่าจะขาดทุน แต่เชื่อว่าสถานการณ์ในปี 2559 ทิศทางของบริษัทจะดีขึ้น

สำหรับผลประกอบการของบริษัทในปี 2557 มีรายได้รวมจำนวน 9,360 ล้านบาท เติบโต 7.7% จากปีก่อนหน้า และมีกำไรสุทธิ 16.5 ล้านบาท โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นที่ระดับ 4.68% และอัตรากำไรสุทธิที่ระดับ 1.35%

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน