posttoday
แกร็บแท็กซี่ประกันรายได้คนขับ

แกร็บแท็กซี่ประกันรายได้คนขับ

06 พฤษภาคม 2558

โดย...บับเบิ้ล บี

โดย...บับเบิ้ล บี

แกร็บแท็กซี่ เพิ่มสวัสดิการให้คนขับรถมูลค่ากว่า 1.8 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 60 ล้านบาท พร้อมแผนรับรองการให้บริการในอนาคตเพื่อลดปัญหาในสังคม ทั้งยังเป็นการเสริมโอกาสและพัฒนาคุณภาพชีวิตให้แก่คนขับรถ

จุฑาศรี คูวินิชกุล ผู้อำนวยการ บริษัท แกร็บแท็กซี่ (ประเทศไทย) กล่าวว่า การร่วมมือกันกับทางพาร์ตเนอร์รายใหญ่ทั้งสองราย คือ ธนาคารกสิกรไทยและเมืองไทยประกันชีวิต เพื่อช่วยเสริมหลักประกันในการคุ้มครองคนขับทั้งในเรื่องของสวัสดิการและรับประกันรายได้เมื่อยามเจ็บป่วย ทั้งยังช่วยให้คนขับไม่ต้องตระเวนบนท้องถนนแบบไร้จุดหมายและไม่ต้องทำงานหนักหลายชั่วโมง

“มีคนขับรถจำนวนมากที่ต้องขับรถเพื่อหาลูกค้าบนท้องถนนเป็นเวลาหลายชั่วโมงต่อวัน นอกจากเสียเวลาแล้วยังสร้างมลภาวะบนท้องถนน ทั้งยังทำให้สุขภาพจิตของคนขับมีความกดดันที่ต้องทำงานต่อเนื่อง ดังนั้นการมีจุดหมายที่ชัดเจนพร้อมรายได้และหลักประกันที่ชัดเจน จะช่วยสร้างแรงจูงใจให้คนขับรถสามารถทำงานได้ในแบบที่ตัวเองต้องการอย่างเต็มที่ ทั้งยังพัฒนาคุณภาพในการให้บริการลูกค้าได้ดีขึ้น” จุฑาศรี กล่าว

ประเทศไทยถือว่าเป็นประเทศที่ 2 ถัดจากสิงคโปร์ที่มีโครงการสวัสดิการนี้ โดยสิงคโปร์จะเป็นรูปแบบของกองทุนเลี้ยงชีพมูลค่า 2.7 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 86 ล้านบาท ได้จัดทำขึ้นเมื่อเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา และมองว่าควรนำมาปรับใช้กับคนขับในไทย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการทำงาน

ในการร่วมมือกับทางพันธมิตร คือ เมืองไทยประกันชีวิต และธนาคารกสิกรไทย จะเป็นรูปแบบของสวัสดิการ แบ่งเป็นวงเงินประกันชีวิต 3 แสนบาท เงินชดเชยรายวันกรณีบาดเจ็บ 1,000 บาท ประกันออมเงินรายได้และกองทุน เป็นต้น

ทั้งนี้ จุดเด่นของแกร็บแท็กซี่คือการนำระบบจีพีเอส (GPS) มาใช้ค้นหาตำแหน่งที่อยู่ของผู้ใช้งานอัตโนมัติ แค่เช็กอินว่าอยู่ที่ใด ระบบจะค้นหาแท็กซี่ที่อยู่ในพื้นที่ให้บริการและแสดงระยะทางจากจุดที่ แท็กซี่อยู่ เพื่อให้ผู้โดยสารกดยืนยันว่าจะให้คนขับมารับ โดยผู้โดยสารจะต้องจ่ายเพิ่มให้คนขับอีก 25 บาท นอกเหนือจากค่ามิเตอร์ตามระยะทาง

ทางด้านของแอพพลิเคชั่นจะมี 2 เวอร์ชั่น คือ สำหรับผู้โดยสารและคนขับ ที่รองรับเฉพาะระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ การเข้าใช้งานในครั้งแรกลูกค้าต้องลงทะเบียนชื่อ เบอร์โทรศัพท์ และอีเมล ในขณะที่คนขับก็จะต้องมาลงทะเบียนกับทางบริษัทเพื่อให้ได้ข้อมูลเบื้องต้น เพื่อให้มั่นใจได้ว่าจะมีความปลอดภัยทั้งสองฝ่าย

ปัจจุบัน มีคนขับมากกว่า 7.5 หมื่นคน ผู้ใช้งานในหลายประเทศไม่ว่าจะเป็นมาเลเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม สิงคโปร์ อินโดนีเซีย และไทย ยอดดาวน์โหลดกว่า 3.8 ล้านครั้ง ส่วนในไทยนอกจากการเรียกใช้งานในเขตกรุงเทพฯ และพัทยาแล้ว ยังอยู่ในช่วงทดลองใช้งานในเชียงรายด้วย

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ