posttoday
รายย่อยกระทุ้งคลังปล่อยกู้4%

รายย่อยกระทุ้งคลังปล่อยกู้4%

05 พฤษภาคม 2558

สภาเอสเอ็มอี กระทุ้ง รมว.คลังอีกรอบ ขอสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ 4% เสริมสภาพคล่องธุรกิจ

สภาเอสเอ็มอี กระทุ้ง รมว.คลังอีกรอบ ขอสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ 4% เสริมสภาพคล่องธุรกิจ

นางเพ็ญทิพย์ พรจะเด็ด นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ประอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอทีเอสเอ็มอี) เปิดเผยว่า ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมากลุ่มคณะกรรมการก่อตั้งสภาเอสเอ็มอี ได้เข้าพบ นายสมหมาย ภาษี รมว.คลัง เพื่อขอทราบความคืบหน้าการออกนโยบายสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำ วงเงิน 1.5 หมื่นล้านบาท อัตราดอกเบี้ย 4% โดย รมว.คลัง ยืนยันว่า ภายในสัปดาห์นี้จะเห็นความชัดเจนของโครงการออกมาอย่างแน่นอน

อย่างไรก็ตาม การเข้าไปพบ รมว.คลังในครั้งนี้ เนื่องจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้เห็นชอบในหลักการเบื้องต้นแล้ว แต่อยู่ที่กระทรวงการคลังจะต้องมีนโยบายเป็นแนวปฏิบัติออกมา เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยที่กำลังได้รับผลกระทบจากสถานการณ์เศรษฐกิจที่ชะลอตัว ให้มีสภาพคล่องในการทำธุรกิจเพิ่มขึ้น และเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน โดยเฉพาะในตลาดส่งออกต่างประเทศ

ทั้งนี้ เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ของประเทศไทย ปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 7-9% ถือว่าสูงเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ มาเลเซีย ที่มีอัตราดอกเบี้ยประมาณ 3.7-3.8% เท่านั้น ทำให้ผู้ประกอบการมีศักยภาพในการแข่งขันมากกว่าไทย

นางเพ็ญทิพย์ กล่าวต่อว่า ในขณะนี้เริ่มเห็นสถาบันการเงินเข้มงวดการให้สินเชื่อกับผู้ประกอบการรายย่อยมากขึ้น โดยเป็นไปตามสถานการณ์เศรษฐกิจ ยิ่งส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะเอสเอ็มอี ดังนั้นภาครัฐจึงควรมีนโยบายที่จะสนับสนุนสินเชื่อให้ผู้ประกอบรายย่อยออกมา

“ควรจะมีโครงการอัตราดอกเบี้ยต่ำออกมาให้เร็วขึ้น เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการไทยที่กำลังได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจหดตัว และประชาชนในประเทศไม่มีกำลังซื้อ จึงเลือกซื้อสินค้าน้อยลง ทำให้ผู้ประกอบการต้องปรับลดกำลังการผลิตสินค้าลงตามไปด้วย หลายบริษัทเริ่มขาดสภาพคล่อง ซึ่งจะกระทบต่อเนื่องไปยังกลุ่มแรงงาน”นางเพ็ญทิพย์ กล่าว

นอกจากนี้ ไม่เห็นด้วยที่มีเสียงเรียกร้องออกมาจากกลุ่มผู้ใช้แรงงานอยากให้มีการปรับขึ้นค่าแรง เพราะจะยิ่งกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการมากยิ่งขึ้น ยิ่งในยามที่ภาวะเศรษฐกิจไทยยังไม่ฟื้นตัว

นางเพ็ญทิพย์ กล่าวว่า การเข้าพบ รมว.คลัง สมาคมฯ ยังได้เสนอเรื่องการจัดตั้งสภาเอสเอ็มอี เพราะรัฐบาลได้มีนโยบายการส่งเสริมธุรกิจเอสเอ็มอีเป็นวาระแห่งชาติแล้ว โดย รมว.คลังก็รับพิจารณาในเรื่องนี้ไว้ โดยกลุ่มคณะกรรมการก่อตั้งสภาเอสเอ็มอีจะร่วมผลักดันการจัดตั้งสภาเอสเอ็มอี เพราะมีความสำคัญต่อการขับเคลื่อนนโยบาย และการนำเสนอข้อเสนอต่างๆ ของกลุ่มผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยในอนาคต

สำหรับโครงการสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ วงเงิน 1.5 หมื่นล้านบาท จะคิดดอกเบี้ยจากเอสเอ็มอีในอัตรา 4% ต่อปี เอสเอ็มอีแบงก์อยู่ระหว่างขอให้กระทรวงการคลังชดเชยดอกเบี้ย 3% โดยกลุ่มเป้าหมาย แบ่งเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่1.เอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ 2.เอสเอ็มอีในระยะเริ่มแรกที่มีนวัตกรรม 3.เอสเอ็มอีขนาดเล็กที่มีศักยภาพ สามารถเติบโตเป็นขนาดกลางได้ ซึ่งกลุ่มนี้จะขยายวงเงินปล่อยกู้จากไม่เกิน 15 ล้านบาท เป็นไม่เกิน 50 ล้านบาท และ 4.เอสเอ็มอีที่ประสงค์จะค้าขายหรือลงทุนในกลุ่มประเทศเออีซีและจีนตอนใต้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท