
ใช่…แต่ไม่ถูก!
หลายปีที่ผ่านมา กระแสเรื่องการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Corporate Governance) ให้โปร่งใสตรวจสอบได้ มีพื้นที่มากขึ้นในสื่อต่างๆ หนทางหนึ่งในการเพิ่มประสิทธิภาพเรื่องนี้ คือ การกำหนดให้กิจการที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ต้องมีกรรมการอิสระไม่น้อยกว่า 1 ใน 3
หลายปีที่ผ่านมา กระแสเรื่องการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Corporate Governance) ให้โปร่งใสตรวจสอบได้ มีพื้นที่มากขึ้นในสื่อต่างๆ หนทางหนึ่งในการเพิ่มประสิทธิภาพเรื่องนี้ คือ การกำหนดให้กิจการที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ต้องมีกรรมการอิสระไม่น้อยกว่า 1 ใน 3
ในเดือนที่ผ่านมา มีโอกาสติดตามเรื่องคุณทิชา ณ นคร อดีตสมาชิก สปช. และอดีตกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ประกาศลาออกเพราะไม่สามารถผลักดันให้สตรีมีพื้นที่ทางการเมืองในสัดส่วนที่เหมาะสมได้
2 เรื่องนี้เกี่ยวกันอย่างไร?
เมื่อหลายวันก่อน ผมได้อ่านข่าวเกี่ยวกับการปฏิรูปตลาดทุนของคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์อินเดีย (Securities & Exchange Board of India - SEBI) ที่กำหนดให้บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ทุกแห่งต้องมีกรรมการที่เป็นผู้หญิงอย่างน้อย1 คน ภายในเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา
กฎใหม่นี้ออกมาโดยมุ่งหวังอยากให้ผู้หญิงที่มีความรู้ความสามารถ มีโอกาสได้รับตำแหน่งที่สูงขึ้น เนื่องจากวัฒนธรรมอินเดียค่อนข้างให้ความสำคัญกับผู้ชายมากกว่า ดังนั้นผู้หญิงเก่งหลายคนจึงถูกดองไว้ในตำแหน่งที่ต่ำกว่าความสามารถของพวกเธอ นอกจากนั้นอินเดียยังถูกหลายประเทศทั่วโลกรวมถึงประชาชนชาวอินเดียเอง แสดงความไม่พอใจที่รัฐบาลไม่ได้ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของเพศหญิงเท่าที่ควร (ผู้หญิงอินเดียถูกข่มขืนเฉลี่ยชั่วโมงละ 92 คน) เรื่องราวจึงถูกโยงมาเป็นประเด็นความไม่เท่าเทียมกันทางเพศ
เมื่อกฎนี้ออกมา หลายองค์กรพยายามค้นหาผู้บริหารหญิงที่มีคุณสมบัติครบถ้วนเข้ามาเป็นกรรมการ พนักงานหญิงตามบริษัทต่างๆ และข้าราชการหญิงที่เกษียณอายุไปแล้ว ล้วนเป็นเป้าหมายที่ถูกทาบทาม แต่ด้วยปริมาณบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ มีมากถึงกว่า 6,000 แห่ง ในขณะที่ผู้บริหารหญิงที่มีคุณสมบัติตามที่ต้องการไม่เพียงพอ หลายองค์กรไม่สามารถหากรรมการหญิงได้ตามระยะเวลาที่กำหนดไว้แม้ตอนนี้ทาง SEBI จะยืดเวลาการบังคับใช้ออกไปจนถึงวันที่ 1 เม.ย. 2558 แต่ปัญหาก็ยังไม่ทุเลาลง
เจตนารมณ์ที่ดีของกติกาใหม่เริ่มถูกบิดเบือน เมื่อบริษัทหลายแห่งแก้ปัญหาด้วยวิธีการแบบ “ศรีธนญชัย” แต่งตั้งผู้หญิงที่เป็นเพื่อนฝูง เครือญาติ และคนรู้จัก มาเป็นกรรมการให้ครบตามคุณสมบัติที่กฎหมายกำหนด โดยไม่สนใจประเด็นเรื่องความรู้ความสามารถและไม่ได้คาดหวังให้พวกเธอมีบทบาทอะไรมากนัก
ถามว่าผิดไหม… ไม่ผิด! ถามว่าถูกไหม… ไม่ถูก! การกระทำแบบนี้ เรียกหรูๆ ให้งงเล่นๆ ว่า “ใช่...แต่ไม่ถูก”
ประเทศไทยเองก็มีปัญหาแบบนี้เช่นกัน แม้กฎหมายจะกำหนดสัดส่วนรวมทั้งคุณสมบัติของกรรมการอิสระไว้อย่างชัดเจน และบริษัททุกแห่งในตลาดหลักทรัพย์ก็ปฏิบัติตามนั้น แต่ต้องยอมรับว่าในความเป็นจริง กรรมการอิสระไม่มีความเป็นอิสระอย่างชื่อเรียก
กรรมการอิสระ คือ ตัวแทนของผู้ถือหุ้นรายย่อยที่ช่วยเสริมสร้างการกำกับดูแลกิจการที่ดี หน้าที่ของกรรมการอิสระ คือ ตรวจสอบการทำงานของทีมบริหาร ให้ความเห็นที่เป็นอิสระและเป็นกลางต่อผู้ถือหุ้น โดยเฉพาะกรณีที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ซึ่งจะส่งผลเสียหายต่อผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสียอื่นๆ
ตามกติกา กรรมการอิสระถูกกำหนดให้เป็นผู้ที่ไม่มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับบริษัทและไม่มีส่วนได้เสียที่อาจทำให้ขาดความเป็นอิสระในการปฏิบัติหน้าที่
แต่ในโลกของความเป็นจริง กรรมการอิสระหลายคนไม่ได้เป็นอิสระอย่างแท้จริง แม้จะมีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด แต่กลับมีความสัมพันธ์ทางอื่นกับผู้ถือหุ้นรายใหญ่ทีมผู้บริหาร หรือประธานกรรมการของบริษัท เป็นต้น
ผมเคยถามผู้สันทัดกรณีเกี่ยวกับวิธีการคัดสรรกรรมการอิสระที่บริษัทต่างๆ นิยมกัน ได้ความว่า กรรมการอิสระนอกจากต้องผ่านเกณฑ์ตามที่กฎหมายกำหนดแล้ว ยังต้องมีคุณสมบัติอีก 2-3 ประการดังนี้ หนึ่ง ต้องรู้จักใครสักคนหรือต้องมีใครสักคนในกรรมการรู้จัก สอง ต้องพูดคุยกันรู้เรื่อง และสาม หากจำเป็นต้อง “ขอ” ได้!
จริงอยู่ อาจไม่ใช่ทุกบริษัท แต่เชื่อไหมว่าหลายบริษัทเป็นเช่นนี้!
ดังนั้น จึงเป็นหน้าที่ของพวกเราทุกคนที่ต้องช่วยกัน ลด ละ เลิกและกำจัด ทัศนคติการแก้ปัญหาแบบ “ศรีธนญชัย” ให้หมดไปจากสังคมไทย
คนละไม้คนละมือ เราช่วยกันได้
หากท่านเป็นเจ้าของกิจการ - มองหาคนที่มีความรู้ความสามารถมาเป็นกรรมการอิสระ แทนการหาคนที่รู้จักและพูดคุยกันรู้เรื่องเพียงอย่างเดียว หากไม่รู้จะหาคนเหล่านี้ที่ไหน เริ่มต้นที่สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย(IOD - www.thai-iod.com)
หากท่านเป็นผู้ถือหุ้น - เข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้นทุกครั้ง อ่านเอกสาร ทำการบ้านไปล่วงหน้า ซักถามกรรมการและผู้บริหาร เพื่อให้แน่ใจว่าทุกฝ่ายทำหน้าที่ของตนสมบูรณ์และดูแลรักษา
ผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นทุกรายอย่างเท่าเทียมกัน
หากท่านเป็นกรรมการอิสระ - ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่และมีความอิสระในการแสดงความคิดเห็นอย่างเต็มที่เพื่อประโยชน์ของผู้มีส่วนได้เสียทุกราย หากกังวลว่ายังไม่มีความรู้เพียงพอในการเป็นกรรมการที่ดี ลองมองหาหลักสูตรฝึกอบรมที่ช่วยเสริมสร้างศักยภาพของท่านในฐานะกรรมการ
หากท่านเป็นประชาชนที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรง - ช่วยส่งเสริมและสนับสนุนคนเก่งคนดีให้ได้ทำหน้าที่แทนเรา
โดยยึดคำสอนของ
พ่อหลวงที่ว่า “ไม่มีใครทำให้คนทุกคนเป็นคนดีได้ หากแต่อยู่ที่การส่งเสริมคนดีให้ได้ปกครองบ้านเมืองและควบคุมคนไม่ดีไม่ให้มีอำนาจ”
ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ เริ่มต้นจากก้าวเล็กๆ เสมอ







