
ทองร่วงภาคหลวงทรุด
พิษสงราคาทองโลกร่วงกระทบค่าภาคหลวงไทย ยอดขอประทานบัตรโต เงินเข้าหลวงกลับเท่าเดิม
พิษสงราคาทองโลกร่วงกระทบค่าภาคหลวงไทย ยอดขอประทานบัตรโต เงินเข้าหลวงกลับเท่าเดิม
นายชาติ หงส์เทียมจันทร์ รองอธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) เปิดเผยว่า ผลจากราคาทองคำในตลาดโลกที่ตกต่ำอย่างต่อเนื่อง ได้ส่งผลกระทบต่อการจัดเก็บค่าภาคหลวงของประเทศไทยอย่างมาก โดยคาดการณ์ว่ายอดการเก็บค่าภาคหลวงแร่ในปีนี้จะไม่ขยายตัวเพิ่มขึ้น และน่าจะจัดเก็บได้ในอัตราใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมาที่จัดเก็บได้ประมาณ 3,000 ล้านบาท แม้ว่าจะมีเอกชนยื่นขอประทานบัตรเหมืองแร่เพิ่มขึ้นหลายแห่งก็ตาม
ส่วนรายได้จากค่าภาคหลวงของเหมืองทองคำปีนี้ อาจจะจัดเก็บได้แค่ 300 ล้านบาทเท่านั้น จากที่เดิมเคยจัดเก็บได้ปีละกว่า 500 ล้านบาท เนื่องจากราคาที่จัดเก็บค่าภาคหลวงจะเปลี่ยนแปลงทุกครั้งตามราคาทองคำโลกที่เพิ่มขึ้นหรือลดลง
สำหรับสถิติค่าภาคหลวงทองคำของไทยในช่วงที่ผ่านมา พบว่า มีอัตราการลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยปี 2554 ราคาอยู่ที่ 1,540.21 บาท/ออนซ์ ปี 2555 ราคาขึ้นมาอยู่ที่ 1,667.76 บาท/ออนซ์ ปี 2556 ราคาลดลงอยู่ที่ 1,391.20 บาท/ออนซ์ ปี 2557 ราคาลดลงมาอยู่ที่ 1,320.27 บาท/ออนซ์ และปัจจุบันราคาร่วงลงมาอยู่ที่ 1,247.36 บาท/ออนซ์
“ยอดขอประทานบัตรเปิดเหมืองแร่ในช่วงที่ผ่านมาถือว่ามากกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน เพราะว่ารัฐมนตรีได้อนุมัติไปมากจนไม่มีการค้าง แต่ก็คาดว่าปีนี้ค่าภาคหลวงน่าจะทรงตัว เพราะมันมาเฉลี่ยกับค่าภาคหลวงทองคำที่ปัจจุบันราคาทองในตลาดโลกร่วง ซึ่งการเก็บค่าภาคหลวงในปีนี้จะซึมๆ” นายชาติ กล่าว
สำหรับการอนุมัติประทานบัตรและคำขออาชญาบัตรของกระทรวงอุตสาหกรรมในช่วงครึ่งปีแรกของปีงบประมาณ 2558 มีทั้งหมด 195 แปลง แบ่งเป็นการอนุมัติประทานบัตรใหม่ 30 แปลง ต่ออายุประทานบัตร 18 แปลง เป็นปูนซิเมนต์ 3 แปลง การโอนประทานบัตรเหมืองแร่ 3 แปลง คำขออาชญาบัตรพิเศษ 80 แปลง และคำขออาชญาบัตรผูกขาดสำรวจแร่ 64 แปลง รวมเป็นใบอนุญาตใหม่กว่า 120 แปลง ส่วนใหญ่เป็นเหมืองโลหะ ดีบุก หินปูน และโปแตช 1 แปลง เป็นต้น โดยเป็นรายใหม่กว่า 120 แปลง
อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า ที่ผ่านมามีนักลงทุน 7-8 ราย ได้ยื่นขออาชญาบัตรพิเศษ เพื่อขอทำการสำรวจแร่ทองคำในพื้นที่ใน 11 จังหวัด ได้แก่ เลย พิจิตร เพชรบูรณ์ พิษณุโลก ปราจีนบุรี ลพบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี สระบุรี สตูล และสระแก้ว พื้นที่กว่า 1 ล้านไร่
นายชาติ ชี้แจงว่า ขณะนี้ กพร.กำลังจัดทำประชาพิจารณ์ เพื่อปลดล็อกประทานบัตรและอาชญาบัตรพิเศษเหมืองทองคำตามมติคณะรัฐมนตรีปี 2552 ที่ให้ระงับการออกใบอนุญาต เนื่องจากเห็นว่า ผลประโยชน์ตอบแทนที่ให้กับรัฐน้อยเกินไป และยังมีระบบการจัดการเหมืองทองคำที่ไม่ได้มาตรฐาน







