posttoday
ทางเดินที่สวยงามกับตลาดบ้าน

ทางเดินที่สวยงามกับตลาดบ้าน

04 พฤษภาคม 2558

สัปดาห์ที่แล้วดิฉันมีโอกาสแวะไปประเทศสิงคโปร์มา บรรยากาศของถนนหนทางที่นั่นดูร่มรื่นน่าเดินมากค่ะ ทางเท้าริมถนนในประเทศสิงคโปร์นั้นมีลักษณะที่เป็นทางเท้าใหญ่ เดินได้สะดวก แถมบรรยากาศข้างทางก็ดูร่มรื่นและสะอาดเรียบร้อย เห็นแบบนี้แล้วก็อยากให้กรุงเทพฯ ของเรามีบรรยากาศน่าเดินแบบนี้ด้วยเหมือนกัน

สัปดาห์ที่แล้วดิฉันมีโอกาสแวะไปประเทศสิงคโปร์มา บรรยากาศของถนนหนทางที่นั่นดูร่มรื่นน่าเดินมากค่ะ ทางเท้าริมถนนในประเทศสิงคโปร์นั้นมีลักษณะที่เป็นทางเท้าใหญ่ เดินได้สะดวก แถมบรรยากาศข้างทางก็ดูร่มรื่นและสะอาดเรียบร้อย เห็นแบบนี้แล้วก็อยากให้กรุงเทพฯ ของเรามีบรรยากาศน่าเดินแบบนี้ด้วยเหมือนกัน

เรื่องความสะดวกและเพลิดเพลินในการเดินนั้น นอกจากจะเป็นเรื่องที่หลายๆ คนใส่ใจในชีวิตประจำวันแล้ว ยังมีนัยสำคัญต่อการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยด้วยนะคะ หลายท่านอาจสงสัยว่าทำไมเรื่องเล็กๆ แค่นี้ถึงสำคัญต่อตลาดบ้านมาก ต้องไม่ลืมว่าปัจจัยหนึ่งที่คนตัดสินใจซื้อบ้านและมีผลไปถึงราคาที่ดินและมูลค่าของบ้านนั้น ก็คือความสะดวกสบายในการเดินทาง ซึ่งในวิถีชีวิตของคนเมืองในปัจจุบันนั้นมักจะคำนึงถึงทำเลที่ติดกับระบบรถไฟฟ้าเป็นอันดับแรกค่ะ

ดังนั้นแล้วบรรดาดีเวลอปเปอร์ต่างๆ จึงต้องแข่งกันตุนที่ดินในจุดที่ใกล้สถานีรถไฟฟ้าปัจจุบันหรือที่จะเกิดขึ้นในอนาคตเข้ามาไว้ในมือให้มากๆ ซึ่งจุดนี้เองก็ส่งผลให้ที่ดินและบ้านในทำเลติดรถไฟฟ้านั้นมีราคาสูงขึ้นตามไปด้วยค่ะ

หลายท่านอาจจะสงสัยว่าทำเลแบบไหนถึงจะเรียกว่าติดรถไฟฟ้า ตรงนี้ไม่มีคำตอบตายตัวในตำราค่ะ แต่ดีเวลอปเปอร์จะรู้ดีว่า ตรงนี้จะวัดจาก Walking Distance หรือ “ระยะเดิน” ที่คนรับได้ ระยะเดินที่คนไทยรับได้นั้นจะอยู่ที่ 300 เมตร ไกลกว่านั้นคนส่วนใหญ่ไม่นิยมเดินแล้วค่ะ ต้องใช้รถ Shuttle Bus มารับ ซึ่งตรงนี้เองที่ทำให้เวลาจะพัฒนาโครงการที่ได้ชื่อว่า “ใกล้รถไฟฟ้า” นั้น ที่ดินเป้าหมายจะถูกล็อกไว้ที่รัศมี 300 เมตร รอบๆ สถานีทันที ยิ่งทำเลไหนอยู่ใกล้ใจกลางเมือง หรือมีโอกาสทางธุรกิจสูง ที่ดินรอบๆ สถานีรถไฟฟ้าละแวกนั้นก็จะมีราคาที่พุ่งสูงไปด้วยค่ะ

ปัญหาของระยะเดินที่จำกัดของคนไทยนั้น ส่งผลให้ศักยภาพในการพัฒนาโครงการรอบๆ สถานีรถไฟฟ้ามีค่อนข้างจำกัด และเสี่ยงต่อภาวะฟองสบู่ในที่ดินรอบๆ สถานีรถไฟฟ้ามาก ขณะเดียวกันราคาบ้านก็จะแพงมากจนเกินกำลังซื้อของคนส่วนใหญ่ด้วย

ฉะนั้นแล้วหากเราสามารถพัฒนาเมืองให้มีภูมิทัศน์ที่ร่มรื่น สะดวกสบายในการใช้ชีวิต มีทางเดินที่ปลอดโปร่งโล่งสบาย ก็จะเป็นการสร้างแรงจูงใจให้คนในเมืองหันมาเดินในระยะทางที่ไกลขึ้นได้ อย่างในฮ่องกงเองนั้น มีงานวิจัยบอกว่า Walking Distance ที่คนฮ่องกงพอใจจะเดินนั้นยาวถึงเกือบ 1 กิโลเมตรเลยค่ะ

ลองนึกภาพนะคะว่า กรุงเทพฯ เรามีความสามารถในการพัฒนาทำเลที่ใกล้รถไฟฟ้าในรัศมี 1 กิโลเมตร แทนที่จะเป็น 300 เมตร แบบทุกวันนี้ เราจะมีโครงการทางเลือกสำหรับคนที่ต้องการความสะดวกสบายในการเดินทางมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเลย ซึ่งนั่นจะส่งผลให้คนสามารถเข้าถึงทำเลอยู่อาศัยได้ในราคาที่ถูกลงกว่าปัจจุบันเยอะ เพราะอุปทานของที่ดินที่พัฒนาได้จะเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่า โดยอัตโนมัติทันทีค่ะ และยังจะช่วยลดความแออัดของพื้นที่รอบๆ รถไฟฟ้าลง เป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนเมืองให้ดีขึ้นไปด้วยค่ะ

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ