
ดุสิตฯเปิดเกมรุก แอฟริกา-ตะวันออกกลาง
ในอดีตอาจเห็นธุรกิจต่างชาติเข้ามาสร้างอาณาจักรในเมืองไทย แต่ยุคนี้เป็นยุคที่จะได้เห็นธุรกิจไทยไปสร้างอาณาจักรในต่างแดนกันหนาตา
ในอดีตอาจเห็นธุรกิจต่างชาติเข้ามาสร้างอาณาจักรในเมืองไทย แต่ยุคนี้เป็นยุคที่จะได้เห็นธุรกิจไทยไปสร้างอาณาจักรในต่างแดนกันหนาตา โดยเฉพาะโรงแรมแบรนด์ไทยต่างๆ ที่ใช้จุดแข็งเรื่องบริการเปี่ยมไปด้วยเอกลักษณ์ความเป็นไทยไปปักธงตามภูมิภาคต่างๆ แน่นขนัด ส่วนใหญ่เป็นรูปแบบการรับบริหารมากกว่าควักกระเป๋าไปลงทุนสร้างโรงแรมเอง
ศิรเดช โทณวณิก ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจและการลงทุน ดุสิต อินเตอร์เนชั่นแนล ซึ่งเป็นทายาทของชนินทธ์ โทณวณิก กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ดุสิต อินเตอร์เนชั่นแนล เปิดเผยว่า ขณะนี้จะเห็นดุสิตฯ เติบโตเร็วมาก เป็นการเติบโตในต่างประเทศมากกว่าในประเทศ พื้นที่ที่ดุสิตฯ ต้องการเติบโตมากคือ แอฟริกา เนื่องจากเป็นพื้นที่ใหม่สำหรับผู้ประกอบการโรงแรม ยังมีผู้เล่นเข้าไปไม่มาก การแข่งขันจึงยังไม่สูง มีโอกาสเติบโตได้ดี โดยที่ผ่านมาเปิดโรงแรมไปแล้ว 1 แห่ง คือ โรงแรมดุสิตดีทู ไนโรบี ประเทศเคนยา หลังจากนี้ก็จะมองหาเมืองที่น่าสนใจในแอฟริกาเปิดโรงแรมอีก
สำหรับยุทธศาสตร์สำคัญต่อไปของดุสิตฯ คือ ภูมิภาคตะวันออก กลาง เนื่องจากเป็นพื้นที่สร้างรายได้สำคัญของดุสิตฯ อยู่แล้วจากโรงแรมที่เปิดมานานในพื้นที่ คือ ดุสิตธานี ดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ รวมถึงโรงแรมที่เปิดตามหลัง คือ ดุสิตธานี อาบูดาบี ดุสิตเรสซิเดนท์ ดูไบ มารีน่า และเพิร์ลคอสต์ พรีเมียร์ อพาร์ทเม้นท์ ดูไบ ซึ่งทั้งหมดอยู่ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เช่นกัน และดุสิตฯ มีสำนักงานในพื้นที่นี้จึงมีความพร้อมมากสำหรับวางกลยุทธ์ขยายโรงแรมใตะวันออกกลาง
ที่ผ่านมาเพิ่งร่วมกับไดยาร์โฮเท็ล แอนด์ รีสอร์ท บริษัทในซาอุดิอาระเบีย จัดตั้งบริษัทร่วมทุนเพื่อขยายโรงแรมในตะวันออกกลาง โดยเริ่มกับ 3 โครงการ ในจำนวนนี้ตั้งอยู่เมืองเจดดาห์ ประเทศซาอุดิอาระเบีย 2 โครงการ ส่วนอีกโครงการตั้งอยู่ในเมืองโดฮา ประเทศกาตาร์ ซึ่งหลังจากนี้ก็น่าจะได้เห็นการขยายโรงแรมในซาอุดิอาระเบียเพิ่มเติมจากนี้อีก
การได้เข้าไปขยายโรงแรมในซาอุดิอาระเบียครั้งนี้ถือว่าเป็นโอกาสดีมาก เพราะเป็นประเทศที่เข้าไปลงทุนยาก แต่เพราะมีพันธมิตรที่ดีจึงเจาะตลาดนี้ได้ โดยซาอุดิอาระเบียเป็นประเทศที่มีกำลังซื้อสูง เป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ที่สุดในโลก มีเมืองสำคัญทางศาสนา อย่างเมกกะ รวมถึงเมืองเมดินา ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยว ทั้งสองเมืองนี้จะเป็นจุดหมายสำหรับดุสิตฯ ในระยะถัดไป ส่วนประเทศอื่นในตะวันออกกลางที่สนใจแต่ยังไม่มีโอกาสเข้าไป คือ โอมาน
อีกพื้นที่ที่ดุสิตฯ จะเข้าไปเปิดโรงแรมมาก คือ จีน การเข้าไปตลาดนี้ช้ากว่าแบรนด์ระดับโลก 10-20 ปี จึงไม่ได้มุ่งที่เมืองหลักอย่างปักกิ่งหรือเซี่ยงไฮ้ เพราะเป็นพื้นที่ที่มีโรงแรม 5 ดาวมากแล้ว แต่หากมีพื้นที่ที่เปิดได้ก็พร้อมจะเปิด แต่จุดที่ให้ความสำคัญคือเมืองรองๆ ที่มีประชากรไม่ต่ำกว่า 10 ล้านคน เพราะโรงแรม 5 ดาวเข้าไปไม่มาก
หากดุสิตฯ เปิดโรงแรมในจีนได้มาก จะเป็นประโยชน์ต่อการสร้างแบรนด์ดุสิตฯ ในจีน ซึ่งเป็นตลาดที่มีการเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศปีละ 110 ล้านคน มีโอกาสดึงมาใช้บริการดุสิตฯในไทยและพื้นที่อื่นได้
ด้านพื้นที่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ก็สนใจขยายเพิ่มเติม จุดหมายที่ให้ความสำคัญ คือ ฟิลิปปินส์ จะลงทุนทั้งโรงเรียนและโรงแรมเพิ่มจากปัจจุบันมีโรงแรมอยู่แล้ว 1 แห่ง โดยมองว่าการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) จะทำให้ฟิลิปปินส์เป็นเมืองที่มีศักยภาพสูงในธุรกิจโรงแรม เพราะคนฟิลิปปินส์มีนิสัยรักการบริการ มีทักษะภาษาอังกฤษที่ดี
ขณะที่ฟิลิปปินส์มีแหล่งท่องเที่ยวสวยงามอยู่มาก เพียงแต่ยังไม่ได้รับการประชาสัมพันธ์มากนัก หากบริหารจัดการดีก็เป็นจุดหมายที่มีโอกาสโตได้อีกไกล นอกจากนี้ยังมีเวียดนาม พม่า และสิงคโปร์ที่ดุสิตฯ จะมีโรงแรมเปิดให้บริการในปี 2560
“ยุโรปก็เป็นอีกจุดหมายที่น่าไปขยาย หากไปก็จะไปเพื่อจุดประสงค์การสร้างแบรนด์ เป็นพื้นที่เชิงกลยุทธ์ แต่ก็ไม่ใช่จุดหมายที่จำเป็นต้องเข้าไปทันที ต้องดูความคุ้มค่าลงทุนด้วย ส่วนในประเทศไทยอาจไม่เห็นดุสิตฯ ขยายโรงแรมมาก เพราะในอดีตเติบโตในประเทศมามากแล้ว จะเน้นการรักษาแบรนด์ในตลาดมากกว่า” ศิรเดช กล่าว
ศิรเดช กล่าวทิ้งท้ายว่า กลยุทธ์ 5-10 ปีจากนี้ ดุสิตฯ จะเดินหน้าขยายโรงแรมในต่างประเทศ แต่จะไม่ไปในลักษณะที่เห็นโรงแรมไทยรายไหนไปแล้วต้องไปขยายตาม โดยจะไปในพื้นที่ที่เห็นว่ามีศักยภาพดีจริงๆ ขณะที่ภาพรวมธุรกิจโรงแรมหลังจากนี้ ระดับดาวของโรงแรมจะมีความสำคัญต่อการตัดสินใจของลูกค้าน้อยลง จากการมีอินเทอร์เน็ต คนรู้จักทางเลือกโรงแรมเพิ่มขึ้น
ถือเป็นการเปิดเกมรุกของธุรกิจโรงแรมไทยในตลาดโลกที่น่าจับตาทีเดียว







