
CKผงาดใหญ่ที่หนึ่งรับเหมาฯ การเงินแกร่งลุยทุกโครงการ
อันดับของวงการอุตสาห กรรมรับเหมาก่อสร้างของประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลง บริษัท ช.การช่าง (CK) พลิกขึ้นมาเป็นบริษัทที่มีขนาดใหญ่ที่สุด โดยมีมูลค่าทรัพย์สินรวม 8 หมื่นล้านบาท เมื่อสิ้นปี 2557 แซงหน้า บริษัท อิตาเลียนไทยดีเวล๊อปเมนต์ (ITD) ที่มีสินทรัพย์รวมที่ 7.42 หมื่นล้านบาท ตามติดมาด้วย บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น (STEC) ที่มีสินทรัพย์รวม 2.5 หมื่นล้านบาท
อันดับของวงการอุตสาห กรรมรับเหมาก่อสร้างของประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลง บริษัท ช.การช่าง (CK) พลิกขึ้นมาเป็นบริษัทที่มีขนาดใหญ่ที่สุด โดยมีมูลค่าทรัพย์สินรวม 8 หมื่นล้านบาท เมื่อสิ้นปี 2557 แซงหน้า บริษัท อิตาเลียนไทยดีเวล๊อปเมนต์ (ITD) ที่มีสินทรัพย์รวมที่ 7.42 หมื่นล้านบาท ตามติดมาด้วย บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น (STEC) ที่มีสินทรัพย์รวม 2.5 หมื่นล้านบาท
แต่ในแง่ของรายได้ ITD ยังสามารถครองแชมป์ได้ต่อไป อยู่ที่ 49,186 ล้านบาท ตามด้วย CK ทำได้จำนวน 35,470 ล้านบาท และ STEC จำนวน 21,955 ล้านบาท
ปัจจัยหนึ่งที่ผลักดันให้บริษัท ช.การช่าง เติบใหญ่ขึ้น เป็นผลมาจากการที่บริษัทมีความมั่นคงและมีความแข็งแกร่งทางด้านการเงินรวมถึงความสามารถบริหารจัดการพอร์ตลงทุนให้เกิดประโยชน์สูงสุดนั่นเอง
“ประเสริฐ มริตตนะพร” กรรมการและรองกรรมการผู้จัดใหญ่อาวุโส กลุ่มงานบริหาร CK ก็น่าจะเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จขององค์กรเพราะเป็นมือการเงินที่มากประสบการณ์
ประเสริฐ กล่าวว่า ความสำเร็จและการเติบโตของ ช.การช่าง ในทุกวันนี้เป็นผลมาจาก “ปลิว ตรีวิศวเวทย์” เจ้าของมีการวางเป้าหมายไว้อย่างชัดเจน ทั้งการดำเนินธุรกิจรับเหมาก่อสร้างและลงทุนในเรื่องของระบบสาธารณูปโภค เพราะถือว่าเป็นฐานรากที่สำคัญในการพัฒนาประเทศและสร้างบริการด้านสาธารณูปโภคที่ดีกับประชาชนและคนรุ่นหลัง ซึ่งเป็นความภูมิใจอย่างมากของ ช.การช่าง
“เราสร้างสถานที่สำคัญๆ ไม่ว่าจะเป็นมหาวิทยาลัย รถไฟฟ้าใต้ดินสายสีน้ำเงิน และทางด่วนขั้นต่างๆ ของประเทศ รวมถึงโครงการลงทุนในเรื่องของไฟฟ้าและพลังงานด้วย เมื่อบริษัทมีเป้าหมายในการทำธุรกิจที่ชัดเจน ผมที่รับผิดชอบในเรื่องของการเงินก็จะต้องมุ่งมั่นและจัดหาแหล่งเงินมาสนับสนุนให้กิจการต่างๆ บรรลุเป้าหมาย”
การหาแหล่งเงินทุนของ ช.การช่าง นั้นจะใช้ทุกๆ ช่องทางที่มีอยู่ ทั้งการกู้เงิน การขายหุ้นกู้ ที่ทุกวันนี้หุ้นกู้ของบริษัทถือว่าเป็นที่นิยมของประชาชนและมีแฟนคลับหุ้นกู้เกิดขึ้น ในตลาดตราสารหนี้ ตอนนี้ CKได้ออกหุ้นกู้มาแล้วกว่า10รุ่นและล่าสุดหุ้นกู้วงเงิน 4,000 ล้านบาท ที่เสนอขายเมื่อเดือน มี.ค. 2558 ได้รับการตอบรับดีมากและมีต้นทุนทางการเงินที่ถูกลง ภายหลังจากบริษัทได้รับการปรับเพิ่มอันดับความน่าเชื่อถือจากทริสเรตติ้งมาอยู่ที่ A- จาก BBB+ ทำให้ต้นทุนดอกเบี้ยของหุ้นกู้ชุดนี้ซึ่งมีอายุ 6 ปี ลงมาอยู่ที่ 4.16% ต่อปี จากก่อนหน้าหุ้นกู้ที่ออกอยู่อายุ 3 ปี อัตราดอกเบี้ย 4.80%
นอกจากนี้ การเข้าไปลงทุนและถือหุ้นในบริษัทต่างๆ เช่น บริษัท ทางด่วนกรุงเทพ (BECL) บริษัท รถไฟฟ้ากรุงเทพ (BMCL) บริษัท ทีทีดับบลิว (TTW) แม้ว่าบริษัทมีการตัดขายเงินลงทุนออกมาบางส่วน ส่วนหนึ่งก็ถือว่าเป็นการบริหารสภาพคล่องภายในกลุ่ม ซึ่งการขายนั้นก็จะขึ้นอยู่กับความเหมาะสมและจังหวะในขณะนั้นๆ ด้วย ถือเป็นกลยุทธ์หนึ่งของบริษัทในการบริหารกลุ่ม
ล่าสุด ตัดสินขายหุ้นบริษัท ไซยะบุรี พาวเวอร์ ให้กับบริษัท ซีเค พาวเวอร์ (CKP) ซึ่งคาดว่าจะรับรู้กำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุนประมาณ 1,000 ล้านบาท ในไตรมาส 2 นี้ส่วนอนาคตนั้นจะมีการขายหุ้นอีกหรือไม่ก็ต้องขึ้นอยู่กับความเหมาะสมและสถานการณ์
ขณะนี้ต้องบอกว่า ช.การช่าง เป็นบริษัทที่มีความแข็งแกร่งมีกระแสเงินสดในมือมากเพียงพอ เพราะสภาพคล่องถือเป็นสิ่งสำคัญมากของธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง จะต้องมีเงินทุนเพียงพอ เพราะหากบริหารสภาพคล่องไม่ได้จะกระทบต่อความสามารถในการรับงานและโครงการใหม่ๆ ได้ และ ณ สิ้นปี 2557 CK มีสภาพคล่องในรูปเงินสด เงินฝาก 1.1 หมื่นล้านบาท และมีมูลค่างานก่อสร้างคงค้าง 1.88 แสนล้านบาท
“หลังควบรวม BECL และ BMCL สำเร็จและเป็นบริษัทใหม่ BEM ทำธุรกิจทางด่วนและรถไฟฟ้า จะมีกำลังทางการเงินที่มากขึ้นและเป็นบริษัทที่แข็งแรงสามารถสร้างผลตอบแทนได้เต็มที่ พร้อมเข้าร่วมประมูลโครงการต่างๆ ของภาครัฐที่จะประกาศออกมาไม่ว่าจะเป็นรถไฟฟ้าสายสีส้ม สีเหลือง สีชมพู สีม่วง ส่วนต่อขยายรถไฟทางคู่ซึ่งทุกโครงการบริษัทจะเข้าร่วมประมูลทั้งหมด และคาดหวังว่าจะมีส่วนแบ่งในงานประมูลของภาครัฐประมาณ 20%”
ปัจจุบัน ช.การช่าง มีการลงทุนถือหุ้นในบริษัทที่เกี่ยวข้อง และมีการขายเงินลงทุนในบางช่วงแต่ไม่คิดที่จะผันตัวเองเป็นโฮลดิ้งคอมพานียังคงใช้ ช.การช่าง เข้าไปลงทุน เพราะ CK ทำธุรกิจรับเหมาก่อสร้างที่อนาคตงานก่อสร้างยังมีอีกมากและเมื่อมีการเปิดเสรีประชาคมอาเซียน (AEC) เชื่อว่าประเทศต่างๆ จะต้องมีการลงทุนในเรื่องของการก่อสร้างระบบสาธารณูปโภค เพื่อสร้างความเจริญให้กับประเทศ เมื่อถึงเวลานั้นก็จะเป็นโอกาส
อีกมากสำหรับธุรกิจของบริษัท
โครงสร้างของรายได้ปัจจุบัน รายได้หลักยังคงมาจากงานก่อสร้าง ซึ่งในปี 2558 บริษัทตั้งเป้ารายได้ไว้ที่ 3.2-3.5 หมื่นล้านบาทนั้น ประมาณ 3.2 หมื่นล้านบาท เป็นรายได้จากงานก่อสร้าง และอีกประมาณ 2,000 ล้านบาท จะเป็นรายได้จากเงินลงทุน
ช.การช่าง เป็นองค์กรที่นักลงทุนกล้าและมั่นใจฝากเงินในอนาคตไว้ จึงไม่แปลกที่ CK เป็นหุ้นที่อยู่ในใจนักลงทุนเพราะมีผู้ถือหุ้นรายย่อยถึง 2.8 หมื่นรายเพิ่มแบบก้าวกระโดดจากจำนวน 1 หมื่นรายเมื่อปีก่อน ซึ่งผู้ถือหุ้นจะเป็นกำลังใจให้บริษัทมุ่งมั่นสร้างความเติบโตต่อไป







