posttoday
รีดภาษีตั้งกองทุนฯ

รีดภาษีตั้งกองทุนฯ

04 พฤษภาคม 2558

โดย...เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง

โดย...เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง

แม้ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะมีนโยบายให้กระทรวงการคลังไปศึกษาดูว่าจะสามารถนำเงินภาษีบาปของกรมสรรพสามิตมาตั้งกองทุนดูแลคนชรา เพื่อดูแลคนแก่ของประเทศที่เพิ่มมากขึ้น และเงินที่รัฐบาลดูแลยังมีจำนวนน้อยไม่เพียงพอ แต่กระทรวงการคลังก็ยังแบ่งรับแบ่งสู้ว่าจะทำได้หรือไม่

รังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง โยนเผือกร้อนนี้ให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เป็นผู้ศึกษาถึงความเป็นไปได้ เป็นการซื้อเวลาเรื่องนี้ออกไปก่อน ในขณะที่ผู้บริหารกรมสรรพสามิตไม่ให้ความเห็นเรื่องนี้ เพราะเป็นเรื่องของฝ่ายนโยบายที่เจ้ากระทรวงและรัฐบาลจะเป็นผู้ชี้ขาด กรมสรรพสามิตเป็นผู้ดำเนินการตามนโยบายและกฎหมาย

หากว่ากันตามหลักการ การตั้งกองทุนดูแลคนชรา ทางกระทรวงการคลังอยากให้รัฐบาลใช้เงินจากการของบประมาณปกติ เพราะมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ทำให้ไม่เสียวินัยการเงินการคลังของประเทศ

เหตุที่เป็นเช่นนั้น ด้วยที่ผ่านมาการใช้เงินจากภาษีบาปเพื่อไปตั้งกองทุนต่างๆ หลายกองทุน โดยที่มีการออกกฎหมายพิเศษขึ้นมาจัดเก็บ ซึ่งหน่วยงานที่ออกกฎหมายเป็นหน่วยงานที่ไม่ใช่กระทรวงการคลัง ซึ่งไม่ถูกหลักวินัยการเงินการคลัง เพราะเรื่องการเก็บภาษีควรเป็นกฎหมายที่ออกโดยกระทรวงการคลังไม่ใช่หน่วยงานอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับการดูแลเรื่องการเก็บภาษี

ปัจจุบันมีการเก็บเงินจากภาษีบาปไปใช้หลายกองทุน ประกอบด้วยกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จากผู้ผลิตและนำเข้าสุราและยาสูบในอัตรา 2% หรือปีละประมาณ 3,000 ล้านบาท

นอกจากนี้ ยังต้องเก็บให้กับสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส 1.5% ปีละประมาณ 2,000 ล้านบาท ล่าสุดเก็บให้กองทุนส่งเสริมกีฬา ซึ่งกฎหมายมีผลบังคับใช้สดๆ ร้อนๆ อีก 2% เป็นเงินประมาณ 3,000 ล้านบาท รวมเป็นเงินที่ต้องเก็บภาษีบาปให้กับกองทุนโดยตรงปีละ 8,000 ล้านบาท ซึ่งการเก็บภาษีเป็นการบวกเพิ่มจากอัตราภาษีกรมสรรพสามิตเก็บอยู่เดิม

ปัญหาที่กระทรวงการคลังเป็นห่วงมากตอนนี้ว่า หากให้มีการตั้งกองทุนเพื่อเก็บเงินจากภาษีบาปขึ้นมาอีก ในอนาคตก็จะมีหน่วยงานต่างๆ ขอมาเรื่อยไม่หยุด เพราะเห็นว่าทำได้ง่าย ออกกฎหมายครั้งเดียวก็มีเงินใช้ได้ตลอด ต่างจากการขอเงินจากงบประมาณที่ต้องทำเรื่องทุกปี ซึ่งอาจจะไม่ได้เท่ากันทุกปี หรือได้เงินปีละไม่กี่ร้อยล้านบาท ไม่ใช่เป็นหลักพันล้านบาทเหมือนปัจจุบัน

นอกจากนี้ คลังยังเป็นห่วงว่า เงินที่หน่วยงานได้ไปมีจำนวนมากเกินความจำเป็น และมีการใช้จ่ายที่คุ้มค่าหรือไม่ ไม่ใช่ตั้งโครงการเพื่อใช้เงินที่ได้รับมาจำนวนมากๆ ให้หมดไปเท่านั้น

รังสรรค์ จึงให้ สศค.ลงไปดูว่าหน่วยงานที่ได้รับเงินไปมีการไปใช้จ่ายและใช้หมดหรือไม่ หากมีเงินมากเกินไปก็ควรลดการเก็บเงินลง เพื่อรักษาวินัยการเงินการคลังของประเทศ ที่ปัจจุบันการเก็บภาษีมีปัญหาต่ำกว่าเป้า ทั้งเศรษฐกิจไม่ดี การเก็บภาษียังมีประสิทธิภาพน้อย มีการรั่วไหลอยู่มาก

สัญญาณที่กระทรวงการคลังส่งถึงรัฐบาลถือเป็นเรื่องใหญ่ เพื่อป้องกันไม่ให้การออกนโยบายต่างๆ ของรัฐบาลมากระทบฐานะการคลังของประเทศในระยะยาว ที่ผ่านมา สมหมาย ภาษี รมว.คลัง ก็ผลักดันการปฏิรูปภาษีของประเทศครั้งใหญ่ เพื่อให้ประเทศมีรายได้เพียงพอกับการพัฒนาประเทศ

รัฐบาลจึงควรเดินหน้าการปฏิรูปภาษีต่อจะได้มีเงินมาดูแล ซึ่งเป็นแนวทางที่ยั่งยืนในการหาเงินมาพัฒนาประเทศด้านต่างๆ ดีกว่าการแก้ปัญหาแบบไปล้วงเงินภาษีบาปไปใช้ให้เสียวินัยการเงินการคลังของประเทศ 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท