posttoday
ข้อคิดนิรนาม... ของนิสัยหน้าใหญ่ไร้เงินออมของผู้คนในยามนี้

ข้อคิดนิรนาม... ของนิสัยหน้าใหญ่ไร้เงินออมของผู้คนในยามนี้

04 พฤษภาคม 2558

ข้อเขียนจากไลน์ที่เพื่อนๆ ได้ส่งมาบางครั้งผมรู้สึกว่าเป็นความกรุณาอย่างมากของท่านที่เขียน บางกรณีอยากขอบคุณท่านเหล่านั้นด้วยตัวเอง ด้วยเหตุผลที่ข้อความ เนื้อหานั้นสร้างแรงบันดาลใจให้กับตัวผมในความพยายามที่จะสื่อสารให้ผู้คนที่สนใจได้กลับมาคิดเรื่องของการใช้การจ่ายของตัวเราเองและคนใกล้ชิด คนรอบข้าง คนในครอบครัว และในยามที่อากาศของบ้านเรานั้นร้อนเป็นอย่างมาก บางคนก็บ่นว่า แทบจะอยู่ไม่ได้ บ้างก็ว่าแทบจะละลาย บ้างก็ว่าทำร้ายถึงสุขภาพ จนมีคำพูดว่าอากาศที่ร้อนจนทำให้เกิดการป่วยไข้ เป็นลม หมดสติ หรืออาจถึงขั้นเสียชีวิตได้

ข้อเขียนจากไลน์ที่เพื่อนๆ ได้ส่งมาบางครั้งผมรู้สึกว่าเป็นความกรุณาอย่างมากของท่านที่เขียน บางกรณีอยากขอบคุณท่านเหล่านั้นด้วยตัวเอง ด้วยเหตุผลที่ข้อความ เนื้อหานั้นสร้างแรงบันดาลใจให้กับตัวผมในความพยายามที่จะสื่อสารให้ผู้คนที่สนใจได้กลับมาคิดเรื่องของการใช้การจ่ายของตัวเราเองและคนใกล้ชิด คนรอบข้าง คนในครอบครัว และในยามที่อากาศของบ้านเรานั้นร้อนเป็นอย่างมาก บางคนก็บ่นว่า แทบจะอยู่ไม่ได้ บ้างก็ว่าแทบจะละลาย บ้างก็ว่าทำร้ายถึงสุขภาพ จนมีคำพูดว่าอากาศที่ร้อนจนทำให้เกิดการป่วยไข้ เป็นลม หมดสติ หรืออาจถึงขั้นเสียชีวิตได้

ผมได้รับข้อความเป็นเชิงเปรียบเทียบจากไลน์ของเพื่อนที่ส่งมา พอได้อ่านแล้วมันทำให้ฉุกคิดว่านิสัยใจคอและพฤติกรรมที่เกินเหตุ เกินกำลัง ในเรื่องการใช้จ่ายและจ่ายเงินเนื่องในสาเหตุต่างๆ ของผู้คนในเวลานี้แบบ “หน้าใหญ่ ไร้เงินออม” มันน่าจะหนักข้อขึ้นทุกที การเลี้ยงฉลอง กินกันแบบสนุกสนานแบบจัดเต็ม โดยมีใครคนหนึ่งที่ไม่รู้กำลังตนแสดงความกล้าหาญในการรับผิดชอบภาระค่าใช้จ่ายทั้งหมดคนเดียว มีการใช้บัตรเครดิตชำระเงิน และพอครบรอบบิลก็กัดฟันจ่ายขั้นต่ำที่เหลือก็แขวนไว้เป็นหนี้ด้วยดอกเบี้ย 20% ต่อปี จากนั้นก็มาบ่นว่าหนี้เยอะ “เกียรติจอมปลอมที่ได้รับ กับการเป็นหนี้ในชีวิตจริง” สะท้อนในบทบรรยายที่ผมได้รับดังนี้ครับ

...เรามารู้จักโรคลมแดก Eat Stroke กันสักนิดของผู้คนในเวลานี้ (ขออภัยในข้อความบางจุดที่อาจใช้ภาษาโบราณที่อาจตีความว่าไม่สุภาพนะครับ) สาเหตุเกิดจากเลี้ยงคนอื่น แล้วมันกินกันเกินงบที่กำหนดไว้ พอเช็กบิลจะชำระหนี้ เมื่อเห็นยอดเงินที่ต้องจ่ายแล้วจะเป็นลม มีอาการหน้ามืด ตาลาย กะทันหัน คลื่นไส้อยากอาเจียน บางคนบางท่านมีอาการตาเหลือก คล้ายกรดไหลย้อนด้วย

โรคนี้มักเกิดกับบุคคลที่มีความเสี่ยงในการเป็นเจ้าภาพงานต่างๆ เป็นหัวหน้าคน เป็นผู้ที่ถูกหวย เป็นผู้ได้รับการเลื่อนขั้น เลื่อนยศ ขึ้นเงินเดือน และพวกที่ถูกนับอายุงาน อายุตัวว่าอาวุโสกว่าคนอื่น

วิธีการปฐมพยาบาล คือ เอาผ้าชุบน้ำเย็นเช็ดหน้า ใช้พัดโบก พัดลมเป่า อย่าให้เกิดไทยมุง พร้อมกับพูดคำชัดเจนเสียงดังให้ผู้ป่วยได้ยินว่า “ทุกคนจะช่วยจ่าย” หรือ “เรามาหารเฉลี่ยกัน” อาการของคนที่เป็น Eat Stroke จะดีขึ้นทันที บางรายทันตาเห็นเมื่อสิ้นเสียง

วิธีการป้องกันโรค Eat Stroke คือหากเรามีข่าวดีอะไรก็ตาม อย่ารีบบอกคนอื่น อย่ารับปากอะไรที่ถูกเสนอมาทันที เมื่อมีคนบอกให้เลี้ยงฉลอง ในกรณีที่จำเป็นและไม่อาจเลี่ยงได้ ก็ให้เชิญคนหรือเพื่อนเฉพาะที่ต้องเชิญเท่านั้น ห้ามไม่ให้มีผู้ติดตามและญาติสนิทหรือมิตรสหายเข้ามาร่วมด้วย อ้างให้ได้ว่าเป็นเรื่องในวงจำกัดเท่านั้น ต่อมาคือให้เลือกร้านที่ราคาถูกและดี หรือจะซื้อมาทำกินที่บ้านก็ได้...

ข้อคิดความรู้เชิงสุขภาพทางการเงินที่สะท้อนเปรียบเทียบตามแบบไทยนิยมคงช่วยคลายร้อน คลายเครียดให้ความรู้ที่แฝงข้อคิดนะครับ...

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน