posttoday
ออมสินตั้งเป้าขยับกำไรแตะ3หมื่นล.

ออมสินตั้งเป้าขยับกำไรแตะ3หมื่นล.

04 พฤษภาคม 2558

ออมสินวางเป้าหมายทำกำไรพุ่งในอีก 3-4 ปีหน้า งัดกลยุทธ์ดันรายได้จากค่าธรรมเนียมเพิ่ม 8% พร้อมลดต้นทุนไม่จำเป็น

ออมสินวางเป้าหมายทำกำไรพุ่งในอีก 3-4 ปีหน้า งัดกลยุทธ์ดันรายได้จากค่าธรรมเนียมเพิ่ม 8% พร้อมลดต้นทุนไม่จำเป็น

นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารวางเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนการเติบโตของกำไรเฉลี่ยปีละ 10% ในช่วง 3-4 ปี หลังจากนี้ หรือเพิ่มจาก 2.1 หมื่นล้านบาทในปี 2558 เป็น 3 หมื่นล้านบาท ในปี 2561-2562 ซึ่งส่วนหนึ่งจะเป็นผลมาจากการเพิ่มรายได้จากค่าธรรมเนียมให้มากขึ้น โดยจะเข้ามาทดแทนรายได้จากดอกเบี้ยรับ รวมถึงการพยายามลดต้นทุนค่าใช้จ่ายในส่วนต่างๆ ที่ไม่จำเป็น ซึ่งเชื่อว่าปัจจัยเสริมดังกล่าวจะช่วยสนับสนุนผลการดำเนินงานของธนาคารให้เติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ ธนาคารได้วางเป้าหมายแนวทางในการหารายได้จากค่าธรรมเนียมในระยะต่อไปเพิ่มขึ้นเป็น 7-8% จากปัจจุบันอยู่ที่ 5-6% หรือราว 4,000-5,000 ล้านบาท ขณะที่ภาพรวมรายได้กว่า 94-95% เป็นรายได้ที่มาจากดอกเบี้ยรับ

“เรามีการวางแผนว่าจะเพิ่มผลิตภัณฑ์ทางการเงินให้ครบวงจรมากขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้ามากขึ้นด้วย เช่น การให้บริการโมบายแบงก์กิ้ง การรับชำระค่าบริการของสถาบันการเงินเฉพาะกิจลีสซิ่ง และการเพิ่มการให้บริการผ่านบัตรเดบิต ที่ปัจจุบันมีฐานลูกค้าอยู่ 6 ล้านใบ จากลูกค้าเงินฝากกว่า 20 ล้านคน ซึ่งเราจะเพิ่มสัดส่วนผู้ใช้บัตรเดบิตอีกราว 3-5 ล้านใบ หรือเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 1 ล้านใบ” นายชาติชาย กล่าว

สำหรับภาพรวมการปล่อยสินเชื่อช่วง 3 เดือนแรกของปี 2558 อยู่ที่ 1.77 ล้านล้านบาท ใกล้เคียงกับช่วงปลายปีก่อน ขณะที่เงินฝากอยู่ที่ 1.9 ล้านล้านบาท อยู่ในระดับทรงตัว เนื่องจากธนาคารยังไม่มีการออกผลิตภัณฑ์มากระตุ้นการออม ส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) อยู่ที่ 1.7-1.8% และทั้งปีตั้งเป้าจะบริหารให้ไม่เกิน 1.7% โดยขณะนี้ได้มอบนโยบายไปยังสาขาและเขตให้ติดตามดูแลลูกหนี้อย่างใกล้ชิด หลังจากนี้จะมีการหารือกับสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ด้วยว่า จะปรับเป้าหมายการดำเนินงานของธนาคารในปีนี้หรือไม่ จากเดิมตั้งเป้าโต 6% ภายใต้จีดีพีขยายตัว 4% แต่ขณะนี้คาดว่าจีดีพีจะขยายตัวได้ 2.8-3% เท่านั้น

อย่างไรก็ดี การปล่อยสินเชื่อเพื่อสนับสนุนกองทุนหมู่บ้านวงเงิน 4 หมื่นล้านบาท ร่วมกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) นั้น ถือเป็นการสนับสนุนและต่อยอดให้ประชาชนนำเงินไปใช้ประกอบอาชีพต่อไป ซึ่งที่ผ่านมาเอ็นพีแอลในส่วนนี้ยังต่ำกว่า 1% จึงไม่ได้เป็นเรื่องที่น่ากังวล

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ