posttoday
แบงก์คนจน

แบงก์คนจน

04 พฤษภาคม 2558

โดย...ต้นหลิว

โดย...ต้นหลิว

สัปดาห์นี้ขอกลับมาเขียนถึง “นาโนไฟแนนซ์” อีกเล็กน้อยค่ะ เพราะมีท่านผู้อ่านแลกเปลี่ยนความเห็นกับหลิวมาว่า ไม่เข้าใจว่าทำไมเราถึงต้องมีนาโนไฟแนนซ์ ที่มาคิดดอกเบี้ยกับประชาชนสูงถึง 36% ซึ่งเป็นเพดานดอกเบี้ยระดับโหดสุดเท่าที่แบงก์ชาติยอมให้ระบบสถาบันการเงินในบ้านเราเรียกเก็บได้ ทำไมเราถึงไม่สามารถขอกู้เงินกับแบงก์เพื่อนำเงินมาใช้ประกอบอาชีพได้ตามเรตดอกเบี้ยปกติ และทำไมรัฐบาลถึงปล่อยให้ประชาชนถูกเอาเปรียบเช่นนี้

หากจะว่ากันในด้านความรู้สึกแล้ว คงมีคนไม่น้อยที่ไม่ชอบใจกับธุรกิจแบงก์ เพราะมองว่าเป็นธุรกิจเสือนอนกินที่มีแต่ได้ ยามเฟื่องฟูก็กำไรกันหมื่นล้านแสนล้าน แต่ยามลำบากก็เซฟตัวเองด้วยการไม่ปล่อยกู้ หรือไม่ลดดอกเบี้ยเงินกู้ตาม แม้ว่าแบงก์ชาติจะลดดอกเบี้ยนโยบายลงไปแล้ว

แต่ไม่ว่าจะรู้สึกอย่างไรก็ตาม ที่สุดแล้ว เราก็คงต้องยอมรับกฎกติกาสากลร่วมกันว่า แบงก์ปกติทั่วโลกคือธุรกิจที่มุ่งแสวงหาผลกำไรเป็นหลัก ซึ่งทำให้หลายประเทศต้องพยายามหาทางออกให้คนหาเช้ากินค่ำตามมา และนาโนไฟแนนซ์ หรือไมโครไฟแนนซ์ ก็คือนวัตกรรมธนาคารคนจนที่เชื่อกันว่าเป็นทางออกที่ลงตัวที่สุดในขณะนี้

ก่อนจะคิดว่า ไม่มีธุรกิจอะไรที่ไปต่อยอดให้ได้ผลที่ดีกว่าเพื่อนำมาจ่ายดอกเบี้ย 36% เราอาจต้องมองให้กว้างขึ้นว่า ในความเป็นจริง หลายคนพร้อมที่จะยอมกู้เพราะรู้ดีว่าต้องยอมแลกกับการที่ไม่มีเครดิตความน่าเชื่อถือในการขอกู้ หรือไม่มีอะไรค้ำประกันได้ว่าจะไม่หนีหนี้ หากทำธุรกิจไปไม่รอด

หลายคนไม่ได้ขอกู้เพื่อทำมาค้าขายให้รวย แต่เพื่อประคองตัวเลี้ยงชีพโดยอาจฝากความหวังไว้ที่คนรุ่นลูกรุ่นหลาน และการกู้ในกรอบที่กฎหมายกำหนดชัดเจนและจับตามองเป็นพิเศษ ก็ย่อมปลอดภัยมากกว่าการกู้เงินนอกระบบ ซึ่งเป็นเหตุผลอันดับต้นๆ ที่ทำให้ต้องมีนาโนไฟแนนซ์ขึ้นมาสู้

โดยปกติแล้ว อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยของนาโนไฟแนนซ์จะอยู่ที่ราว 37% แต่ในหลายที่ที่ธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จ ดอกเบี้ยจะทยอยลดลงมาตามการแข่งขันของธุรกิจ หลายประเทศกำลังพัฒนาที่ดูว่าเจริญกว่าบ้านเรา เช่น เกาหลีใต้ ก็ยังต้องมีนาโนไฟแนนซ์เพื่อรองรับกลุ่มคนที่ยังขาดโอกาสในสังคม ส่วนในบางประเทศ คนส่วนหนึ่งต้องฆ่าตัวตายเพราะหาเงินมาใช้หนี้นาโนไฟแนนซ์ไม่ได้ แต่นี่ก็ไม่ใช่เหตุผลที่จะปิดธุรกิจนี้ เพราะยังมีคนส่วนมากที่ยังต้องการเงินอยู่

แบงก์เพื่อคนจนที่แท้จริงนั้นอาจไม่มีอยู่จริง แต่อย่างน้อยที่สุด ก็ได้ช่วยให้คนจนพอมีวันพรุ่งนี้อยู่บ้างค่ะ

ข่าวล่าสุด

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า