
ทูตยัน"ไอยูยู"ให้ใบเหลืองไทยไม่กระทบส่งออกทะเล
ทูตไทยประจำสหภาพอียูยันไอยูยูให้ใบเหลืองไม่กระทบส่งออกสินค้าทางทะเล
ทูตไทยประจำสหภาพอียูยันไอยูยูให้ใบเหลืองไม่กระทบส่งออกสินค้าทางทะเล
วันที่ 2 พ.ค.นายนพปฎล คุณวิบูลย์ เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงบรัสเซล ประเทศเบลเยี่ยม และหัวหน้าคณะผู้แทนไทยประจำสหภาพยุโรป(อียู) กล่าวถึงกรณีที่อียูประกาศให้ใบเหลืองกับประเทศไทยจากปัญหาการทำประมงผิดกฎหมายขาดการรายงานและไร้การควบคุม (ไอยูยู) เมื่อวันที่ 21 เมษายนที่ผ่านมาว่า เรื่องนี้ยังไม่ส่งผลกระทบต่อการส่งออกสินค้าทางทะเลของไทยไปอียู เพียงแต่เป็นการบอกว่าเราจะต้องทำอะไรให้มากขึ้น ปัจจุบันถือว่าไทยมีปัจจัยบวกหลายประการ ทั้งความมุ่งมั่นของรัฐบาลและยังมีอำนาจพิเศษในการสั่งการต่างๆ ได้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีความตื่นตัวและหลังจากนี้เราจะได้รับความช่วยเหลือจากอียูอย่างเป็นทางการ นับจากอียูนำเอาไอยูยูมาใช้ในปี 2555 จนถึงขณะนี้มีประเทศที่โดนอียูให้ใบเหลืองแล้ว 17 ประเทศ และมีประเทศที่โดนใบแดง 3 ประเทศ
นายนพปฏล กล่าวว่า การที่ไทยได้ใบเหลืองเป็นเรื่องดีและเป็นโอกาสให้มีความร่วมมือกับอียูใกล้ชิดยิ่งขึ้น เพราะใน 6 เดือนข้างหน้า อียูจะส่งเจ้าหน้าที่เทคนิคที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญมาให้คำแนะนำและปรึกษาหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทยอย่างน้อย 2 ครั้งและจะมีการหารือผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนท์ หากเรามีข้อสงสัยอะไรจะได้ทำได้ง่ายขึ้น หลังครบ 6 เดือนแล้ว ไม่ได้หมายความว่าไทยจะต้องได้ใบแดงทันที เพราะอียูสามารถต่อเวลาการให้ใบเหลืองออกไปได้อีกซึ่งเคยทำมาแล้วกับหลายประเทศในอดีต เขาจะดูว่าเรามีความตั้งใจและแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบหรือไม่ คนที่ได้ใบแดงคือคนที่ไม่ทำอะไรเลย เรื่องนี้ไม่น่ากลัว หากทุกคนมีความตั้งใจและช่วยกันคนละไม้คนละมือ
นายนพปฎลยืนยันว่า ไอยูยูไม่เกี่ยวกับปัญหาแรงงานที่มาทำงานบนเรือประมงผิดกฎหมายหรือเรื่องการค้ามนุษย์ แต่เป็นปัญหาเรื่องเทคนิคที่เกี่ยวกับการทำประมงโดยแท้ และเป็นปัญหาที่น่าจะแก้ง่ายกว่ารายงานสถานการณ์การค้ามนุษ์ของสหรัฐ(ทิปรีพอร์ต) เพราะอียูจะส่งเจ้าหน้าที่มาช่วยไทย แต่ต้องยอมรับว่าปัญหาประมงผิดกฎหมายเป็นปัญหาที่มีมานานแล้ว เมื่อรัฐบาลนี้มารับหน้าที่ก็ได้พยายามแก้ไขไปมากแล้ว แต่อาจจะยังทำไม่ได้ครอบคลุมมาตรฐานของเขาทั้งหมดซึ่งก็ต้องทำกันต่อไป และมั่นใจว่ารัฐบาลจะสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างแน่นอน







