posttoday
เปิดสูตรความสำเร็จ ตีตลาด...กัมพูชา

เปิดสูตรความสำเร็จ ตีตลาด...กัมพูชา

01 พฤษภาคม 2558

โดย...ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล

โดย...ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล

การขยายธุรกิจไปประเทศเพื่อนบ้านเป็นเป้าหมายของผู้ประกอบการยุคนี้ ดังนั้นธนาคารไทยพาณิชย์จึงได้รวมผู้คร่ำหวอดในตลาดกัมพูชามาบอกเล่าประสบการณ์ในงานสัมมนา “SCB FIRST เปิดโลก AEC เจาะลึกกัมพูชา 360 ธุรกิจทำได้จริง” เพื่อแนะแนวทางการทำธุรกิจ

จีรนันท์ วงษ์มงคล อัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายการพาณิชย์) ประจำกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา อธิบายว่า กัมพูชาเป็นประเทศที่มีศักยภาพมากและมีโอกาสกว้างขวางสำหรับนักธุรกิจไทยแต่ที่ผ่านมากลับเป็นประเทศที่คนไทยสนใจไปลงทุนอันดับท้ายๆ เพราะคิดว่าไม่น่าสนใจ ขณะที่ความจริงการทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จในกัมพูชาไม่ใช่เรื่องยาก แต่ต้องเข้าใจ เข้าถึง ใจกล้า ต้องปรับตัว และเข้าถูกช่องทางและถูกคน

ทั้งนี้ เพื่อลดความเสี่ยงในการทำธุรกิจจะต้องศึกษา 5 เรื่องให้ดี ได้แก่ 1.ศึกษากฎหมายให้ละเอียดและปฏิบัติตาม  2.หาคู่ค้าที่ดีและไว้ใจได้ เพราะการตั้งตัวแทนจำหน่ายในกัมพูชาเป็นเรื่องจำเป็น 3.ศึกษาคู่แข่งที่จะมีหลากหลายชาติ เพราะกัมพูชาเปิดรับการลงทุนจากทุกชาติ จึงมีสินค้าจากทั่วโลกเข้ามาเช่นกัน  4.เส้นทางการขนส่งโลจิสติกส์เพราะเป็นต้นทุนของธุรกิจ ซึ่งไทยได้เปรียบเพราะมีต้นทุนขนส่งโลจิสติกส์ต่ำกว่าประเทศอื่น เนื่องจากอยู่ใกล้กับกัมพูชา และ 5.การให้เครดิต ซึ่งไม่แนะนำให้เปิดตลาดด้วยการให้เครดิต ยกเว้นทำการค้ามานานจนไว้ใจกันได้และชาวกัมพูชาส่วนใหญ่ค้าขายด้วยเงินสด

ด้านเอกชนที่ประสบความสำเร็จด้านการทำธุรกิจในกัมพูชาอย่าง ดวงใจ จันทร ประธานอนุกรรมการส่งเสริมเศรษฐกิจกับประเทศกัมพูชา และกรรมการผู้จัดการ บริษัท นันธกันต์ (กัมพูชา) ผู้ดำเนินธุรกิจโลจิสติกส์ระหว่างไทย-กัมพูชา ชี้ว่า สินค้าไทยมีโอกาสเข้าไปขยายตลาดในกัมพูชามากผู้ประกอบการต้องศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคว่าต้องการสินค้าแบบใด โดยในอดีตสินค้าไทยมีส่วนแบ่งในตลาดกัมพูชามากถึง 80% แต่เมื่อมีปัญหาชายแดนกรณีปราสาทพระวิหาร ทำให้สินค้าไทยหายไปจากตลาดและปัจจุบันสามารถดึงส่วนแบ่งขึ้นมาที่ระดับ 60%

ขณะเดียวกันผู้ประกอบการไทยยังมีโอกาสจากช่องทางการค้าชายแดนผ่านด่านถาวร ซึ่งในส่วนนี้ยังมีมูลค่าการค้าอีกมหาศาลซ่อนอยู่  เนื่องจากไม่ได้แสดงอยู่ในตัวเลขมูลค่าการค้า-การนำเข้าระหว่างไทย-กัมพูชา ที่มีมูลค่า 1.3 แสนล้านบาท เมื่อปี 2556

“ขอสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยไปลงทุนในกัมพูชา เพราะเป็นตลาดที่มีโอกาสเปิดกว้าง แต่ขอแนะนำว่าก่อนตัดสินใจทำธุรกิจจะต้องสำรวจตลาดสินค้า พฤติกรรม ความต้องการของตลาด และคู่ค้าให้ดี ค่อยๆ เลือก โดยเฉพาะเรื่องคู่ค้า เพราะหากเร่งตั้งตัวแทนจำหน่ายแล้วถูกผูกขาดสินค้าจะทำให้ทำตลาดลำบาก และที่สำคัญคือเรื่องเครดิตที่ต้องพิจารณาให้ถี่ถ้วน” ดวงใจ แนะนำ

ด้าน ชัชชวี วัฒนสุข ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ที.เอ.ซี.คอมซูเมอร์ เจ้าของสินค้าชาเขียวแบรนด์เซนย่า ที่มีส่วนแบ่งการตลาดชาเขียวในกัมพูชา 50% ของตลาดทั้งหมด กล่าวว่า กัมพูชาเป็นตลาดคนรุ่นใหม่ โดยผู้บริโภค 52.1% เป็นกลุ่มคนที่อายุไม่เกิน 24 ปี แต่เป็นประเทศที่มีช่องว่างทางรายได้สูง ดังนั้นการกำหนดราคาสินค้าและวางตำแหน่งสินค้าในตลาดจะต้องศึกษาให้ดี ขณะเดียวกันการโฆษณาสินค้าในกัมพูชายังสามารถทำได้ง่าย และมีต้นทุนถูกกว่าไทยมาก จึงไม่ใช่เรื่องยากสำหรับผู้ประกอบการไทยที่สนใจเข้าไป
ลงทุนจริงๆ

“การทำธุรกิจให้สำเร็จต้องเริ่มจากการมีแรงบันดาลใจ จากนั้นต้องคิดโมเดลทางธุรกิจที่ดี ซึ่งต้องเกิดจากการได้เข้าไปสัมผัส ทำความรู้จัก และเข้าใจตลาดจริงเสียก่อน เราจึงสามารถวางแผนขยายธุรกิจให้มีขนาดใหญ่ขึ้นและอยู่ได้อย่างยั่งยืน” ชัชชวี กล่าว

มุมมองต่อกัมพูชาข้างต้นสอดคล้องกับความคิดของ รุ่งเรือง สุขเกิดกิจพิบูลย์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่อาวุโส ธนาคารไทยพาณิชย์ ที่เห็นว่ากัมพูชาเป็นอีกประเทศที่นักธุรกิจไทยไม่ควรมองข้าม เพราะเป็นประเทศที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง ค่าแรงถูก ทรัพยากรอุดมสมบูรณ์และรัฐบาลกัมพูชาสนับสนุนการลงทุนของต่างชาติเต็มที่ ซึ่งธนาคารไทยพาณิชย์พร้อมสนับสนุนนักลงทุนไทยที่ต้องการไปทำธุรกิจในกัมพูชา

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท