posttoday
ซื้อหุ้นไตรมาส 2 ...ซื้อเมื่อถูก?

ซื้อหุ้นไตรมาส 2 ...ซื้อเมื่อถูก?

01 พฤษภาคม 2558

ต้องยอมรับตรงๆ ว่า การประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในรอบหลังๆ จะสร้างความประหลาดใจให้กับนักวิเคราะห์พอสมควร เหตุผลก็เนื่องจากส่วนใหญ่คาดว่าน่าจะมีกาตรึงดอกเบี้ยที่ 1.75% ซึ่งการลดล่าสุดลงมาที่ 1.5% ย่อมสร้างความประหลาดใจ ประเด็นที่น่าสนใจก็คือ หลายท่านอาจจะมีมุมมองที่ดีต่อตลาดหุ้นกรณีมีการลดอัตราดอกเบี้ย เพราะโดยแนวคิดพื้นฐานแล้ว กรณีผลตอบแทนในตลาดเงินมีการปรับตัวลดลง เงินก็อาจจะไหลเข้ามาที่ตลาดทุน

ต้องยอมรับตรงๆ ว่า การประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในรอบหลังๆ จะสร้างความประหลาดใจให้กับนักวิเคราะห์พอสมควร เหตุผลก็เนื่องจากส่วนใหญ่คาดว่าน่าจะมีกาตรึงดอกเบี้ยที่ 1.75% ซึ่งการลดล่าสุดลงมาที่ 1.5% ย่อมสร้างความประหลาดใจ ประเด็นที่น่าสนใจก็คือ หลายท่านอาจจะมีมุมมองที่ดีต่อตลาดหุ้นกรณีมีการลดอัตราดอกเบี้ย เพราะโดยแนวคิดพื้นฐานแล้ว กรณีผลตอบแทนในตลาดเงินมีการปรับตัวลดลง เงินก็อาจจะไหลเข้ามาที่ตลาดทุน

แต่ปัญหาที่ประเทศไทยพบอยู่ ณ ขณะนี้ ต้องยอมรับว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่ปริมาณเงิน หรือการต้องการผลตอบแทน แต่ปัญหาอยู่ที่การชะลอตัวทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นมากกว่าที่คาด สะท้อนมาจากตัวเลขต่างๆ โดยเฉพาะตัวเลขการส่งออกในไตรมาสแรก ซึ่งแน่นอนว่า GDP ประเทศไทย 50-60% ยังถ่วงน้ำหนักมาจากการส่งออก เพราะฉะนั้นจึงไม่ใช้เรื่องแปลกสำหรับการรายงานผลการดำเนินงานสำหรับบริษัทจดทะเบียนที่จะออกมาต่ำกว่า ที่มีการคาดการณ์ไว้

ในแนวคิดเดียวกัน การลดดอกเบี้ยก็คือ การใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย ซึ่งกรณีการใช้แบบค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป ก็ต้องมองได้ว่า เป็นการช่วยประคองแนวโน้มเศรษฐกิจ แต่ปรากฎการณ์ในปีนี้ ในการประชุม 2 ครั้งล่าสุด การลดดอกเบี้ยแบบที่ตลาดไม่มีการคาดการณ์ไว้ก่อนหน้าย่อมเป็นสัญญาณที่บ่งชี้ได้ว่า เศรษฐกิจน่าจะย่ำแย่กว่าที่คาด จึงต้องใช้นโยบายที่แรงกว่าเดิม

การกระตุ้นด้วยการลดดอกเบี้ย ต้องยอมรับว่ามีกรอบที่จำกัด โดยเฉพาะกรณีสหรัฐอาจจะมีการขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งอาจจะทำให้ Gap ส่วนต่างดอกเบี้ยระหว่างไทยสหรัฐ ซึ่งเดิมอาจจะห่างในระดับมากกว่า 2% อาจจะลดเหลือเพียง 1-1.25% ซี่งแน่นอนที่สุด การไหลออกของเม็ดเงินอาจจะเป็นประเด็นที่ต้องจับตา แม้ในตลาดหุ้นเงินนอกอาจจะมีไม่มากนัก เพราะขายไปในหลายปีก่อน แต่ในตลาดเงินแล้ว เงินของนักลงทุนต่างประเทศนั้นมีสูงมาก กรณีเกิดการไหลออกของเงิน ก็จะทำให้ภาพเป็นลบเช่นเดียวกัน

เพราะฉะนั้น การลดดอกเบี้ยครั้งนี้ของ กนง. อาจจะทำให้นักลงทุนในตลาดหุ้นเริ่มวิตกกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจมากขึ้น ซึ่งแน่นอนว่า เราอาจจะเห็นผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนที่ย่ำแย่กว่าเดิมหรือมากกว่าที่คาด จนอาจจะทำให้การปรับประมาณการลงของนักวิเคราะห์เกิดขึ้นอีกครั้งหนึ่งด้วยเหตุผลดังกล่าว

กรณีท่านนักลงทุน ย้อนบทความฉบับเก่าๆ ผมเคยเล่าให้ฟังว่า กลยุทธ์การลงทุนของตลาดหุ้นไทยปีนี้ คือ ไตรมาสแรกน่าจะแย่ ไตรมาส 2 เป็นไตรมาสตั้งหลัก และกรณีทรงตัวได้ จะมีลุ้นดีในช่วงปลายปี ซึ่งคำว่า ตั้งหลัก ก็คือ กรอบการแกว่งตัว กรอบบนไม่น่าจะผ่าน 1‚600 ส่วนกรอบล่าง น่าจะเห็น 1‚500 หรือ 1‚400 ซึ่งก็หมายถึงว่า การเข้าซื้อสะสมจังหวะที่ดีก็คือ การเข้าซื้อในช่วงมีข่าวร้าย และยิ่งการเข้าสู่บริเวณ 1‚400 จุดเท่าไร จะมีโอกาสสูงมาก ที่เป็นกลยุทธ์ที่ถูกต้องในการลงทุนเพื่อรับผลกำไรในช่วงครึ่งปีหลัง

บทสรุปของบทความในวันนี้ ต้องการนำเสนอว่า การปรับตัวลดลงของตลาดหุ้นไทยในช่วงระยะสัปดาห์ เป็นสัญญาณการยืนยันแนวคิดที่เคยนำเสนอว่า ความผันผวนของตลาดหุ้นไทยยังคงเกิดขึ้น โดยเฉพาะในช่วงไตรมาส 2 เป็นช่วงเวลาที่ตั้งหลัก และการส่งสัญญาณการใช้นโยบายการเงินกระตุ้นเศรษฐกิจ และเรื่องอื่นๆ เป็นอาการที่บ่งชี้ว่า แนวโน้มเศรษฐกิจในช่วงต่อไปอาจจะไม่ดีนัก แต่สำหรับในมุมของนักลงทุน ก็น่าจะเป็นโอกาศที่ดีในการเป็นจังหวะเข้าลงทุน โดยเฉพาะกรณีที่เราเห็นตัวเลข SET Index ที่ 1‚400 จุด หรือใกล้เคียง!

หมายเหตุ เปิดสัมมนาการลงทุน “เทคนิคพิชิตหุ้น ตอน เคล็ดลับแมงเม่าสำราญ” วันอาทิตย์ที่ 31 พ.ค. 2558 เวลา 09.00-17.00 น. ณ ห้องออดิทอเรียม ชั้น 1 สมาคมธรรมศาสตร์ สนใจติดต่อที่ 08-1783-8888 หรือจองได้ที่ http://www.aekinvestment.com/seminar-booking เนื้อหาสัมมนาก็คือ การสอนเคล็ดลับการลงทุนเพื่อให้ชนะตลาด และรวมหุ้นเด็ด เพื่อชนะตลาดในช่วงครึ่งปีหลัง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท