
CKคาดปีนี้รายได้3.5หมื่นล้าน
CK ตั้งเป้ารายได้ปีนี้ใกล้เคียงปีก่อน 3.5 หมื่นล้าน อัตรากำไรขั้นต้น 9-10% ไตรมาสแรกเข้าเป้า 7‚000-8‚000 ล้าน คาดคว้างานรัฐ 20-25% ของ 1 แสนล้าน
CK ตั้งเป้ารายได้ปีนี้ใกล้เคียงปีก่อน 3.5 หมื่นล้าน อัตรากำไรขั้นต้น 9-10% ไตรมาสแรกเข้าเป้า 7‚000-8‚000 ล้าน คาดคว้างานรัฐ 20-25% ของ 1 แสนล้าน
นายปลิว ตรีวิศเวทย์ ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ช.การช่าง (CK) เปิดเผยภายหลังการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นว่า แนวโน้มธุรกิจรับเหมาก่อสร้างยังมีโอกาสเติบโตที่ดี และขณะนี้จะเห็นว่ารัฐเร่งผลักดันโครงการลงทุนต่างๆ ออกมา ซึ่งในส่วน CK พร้อมที่จะเข้าร่วมประมูลในทุกงาน และปีนี้คาดหวังว่าจะมีส่วนร่วมในการประมูลงานรัฐที่จะออกมาวงเงิน 1 แสนล้านบาท ประมาณ 20-25% เพิ่มเติมงานในมือของบริษัทให้เพิ่มมากขึ้นจากปัจจุบันมีงานในมือประมาณ 1 แสนล้านบาท
“ในเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา บริษัทมีเรื่องสำคัญๆ เกิดขึ้นหลายอย่าง ทั้งการขายหุ้นที่ถืออยู่ในบริษัท ไซยะบุรี พาวเวอร์ หรือ XPCL 30% ให้กับบริษัท ซีเค พาวเวอร์ (CKP) ซึ่งการตัดสินใจขายให้ CKP เพราะการก่อสร้างยากๆ เสร็จสิ้นหมดแล้ว และคาดว่าหลังจากนี้ไม่เกิน 4 ปี ทุกอย่างจะแล้วเสร็จและน่าจะผลิตไฟฟ้าได้ก่อนกำหนดประมาณ 5-6 เดือน ส่วนการควบรวมบริษัท ทางด่วนกรุงเทพ (BECL) และบริษัท รถไฟฟ้ากรุงเทพ (BMCL) ซึ่งจะได้บริษัทใหม่ที่มีความมั่นคงและแข็งแรงทางด้านการเงิน ทำให้บริษัทมีความพร้อมในการเข้าประมูลงานรัฐในทุกๆ ด้าน” นายปลิว กล่าว
นายประเสริฐ มริตตนะพร รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส กลุ่มงานบริหาร บริษัท ช.การช่าง กล่าวว่า คาดรายได้รวมปีนี้จะใกล้เคียงปีก่อนที่ทำได้ 3.5 หมื่นล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ประมาณ 9-10% ใกล้เคียงปีก่อนเช่นกัน แต่กำไรสุทธิจะดีขึ้นกว่าปีก่อนที่ทำได้ 2,296 ล้านบาท
สำหรับผลประกอบการไตรมาสแรกปี 2558 คาดว่ารายได้จะเป็นไปตามเป้าหมายที่ 7,000-8,000 ล้านบาท ส่วนกำไรก็จะโตตามปกติ แต่กำไรจะค่อนข้างโดดเด่นในไตรมาส 2 เนื่องจากเป็นไตรมาสที่บันทึกกำไรจากการขายหุ้น XPCL ให้กับ CKP เข้ามาประมาณกว่า 1,000 ล้านบาท
นายประเสริฐ กล่าวถึงความคืบหน้าควบรวมกิจการระหว่าง BECL กับ BMCL ว่าจะแล้วเสร็จในเดือน ก.ค.นี้ และบริษัทใหม่น่าจะเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ในเดือน ส.ค.นี้
กรณีคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ปรับลดดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% บริษัทจะได้รับผลบวกในแง่ของต้นทุนทางการเงินที่จะปรับลดลง ส่วนมาตรการผ่อนคลายเงินลงทุนในต่างประเทศนั้น ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีที่จะสนับสนุนให้เอกชนไปลงทุนในต่างประเทศ ซึ่งในส่วนของ CK ได้ออกไปลงทุนอยู่ก่อนแล้ว และที่ผ่านมากฎเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ก็เอื้อต่อการลงทุนในต่างประเทศอยู่แล้ว โดยเฉพาะ CK ที่มีการลงทุนผลิตไฟฟ้าในต่างประเทศ ก็ได้มีการขายไฟฟ้ากลับมาในประเทศไทยด้วย ซึ่งถือว่าเกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติ
สำหรับที่ประชุมผู้ถือหุ้นอนุมัติให้จ่ายเงินปันผลหุ้นละ 0.55 บาท จากผลงานปี 2557 ซึ่งผู้ถือหุ้นพยายามเสนอให้จ่ายเพิ่มขึ้น เพราะมีกำไรสุทธิต่อหุ้นกว่า 1.36 บาท ซึ้งบริษัทชี้แจงว่ายังมีความจำเป็นต้องใช้เงินลงทุนในโครงการต่างๆ ของรัฐ เพื่อสร้างการเติบโตในอนาคต







