posttoday
ทายาทรุ่น 2 ‘สปริงเมท’ เดินหน้าขยายตลาดเครื่องนอน

ทายาทรุ่น 2 ‘สปริงเมท’ เดินหน้าขยายตลาดเครื่องนอน

01 พฤษภาคม 2558

โดย...จะเรียม สำรวจ

โดย...จะเรียม สำรวจ

หลังจากเข้ามาสืบทอดธุรกิจของครอบครัวมากว่า 9 ปี นพพล เตชะพันธ์งาม ทายาทรุ่น 2 ของบริษัท สมพลเบดดิ้ง แอนด์ แมทเทรส อินดัสตรี หรือเอสพีบี ผู้ผลิตที่นอนและเครื่องนอนคุณภาพระดับพรีเมียมภายใต้แบรนด์ “สปริงเมท” ยังคงมุ่งมั่นเดินหน้าขยายธุรกิจทั้งในและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป้าหมายการยังคงความเป็นผู้นำในธุรกิจเครื่องนอน

ล่าสุดก็เตรียมส่งออกเครื่องนอนภายใต้แบรนด์สปริงเมท เข้าไปทำตลาดในประเทศศรีลังกา เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับขาธุรกิจการส่งออก จากปัจจุบันได้มีการส่งสินค้าเข้าไปทำตลาดแล้วในประเทศเนปาล มัลดีฟส์ พม่า ลาว เวียดนาม และกัมพูชา

นพพล เล่าว่า แนวทางการดำเนินธุรกิจในตลาดต่างประเทศนับจากนี้ บริษัทยังคงให้ความสำคัญกับภูมิภาคเอเชียใต้และอาเซียนเหนือเป็นหลัก เนื่องจากยังมีโอกาสให้เข้าไปขยายธุรกิจได้อีกมาก โดยเฉพาะประเทศที่เพิ่งเปิดและเริ่มมีนักท่องเที่ยวให้ความสนใจเข้าไปท่องเที่ยว ซึ่งปัจจัยดังกล่าวถือเป็นเรื่องที่ดีต่อการทำธุรกิจที่นอนและเครื่องนอน เนื่องจากจะมีโรงแรมใหม่เกิดขึ้นและเกิดการสั่งซื้อที่นอนและเครื่องนอนตามมา

สำหรับการขยายตลาดส่งออกในปีนี้ นพพลคาดว่าจะมีความพร้อมเข้าไปขยายธุรกิจเพียงประเทศเดียวเท่านั้น เนื่องจากต้องการทำธุรกิจแบบค่อยเป็นค่อยไป ประกอบกับกลุ่มประเทศเก่าที่ได้เข้าไปทำตลาดมาบ้างแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเนปาล ลาว หรือพม่า ก็ยังมีโอกาสให้เข้าไปทำตลาดอีกมาก เพราะเพิ่งเปิดประเทศได้ไม่นาน และปัจจุบันก็มีกลุ่มนักท่องเที่ยวให้ความสนใจเข้าไปเที่ยวในประเทศดังกล่าวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

แม้ว่าจะหันมาให้ความสำคัญกับการส่งออกมากขึ้น แต่สัดส่วนรายได้หลักยังคาดว่าจะยังมาจากการทำตลาดในประเทศ ซึ่งปีนี้คาดว่าจะมีสัดส่วนรายได้จากแบรนด์สปริงเมท สำหรับตลาดในประเทศอยู่ที่ประมาณ 86% และต่างประเทศ 14% ซึ่งกว่าสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศจะแซงหน้าตลาดในประเทศได้ นพพลคาดว่าจะต้องใช้ระยะเวลาอีกไม่ต่ำกว่า 5 ปี

นอกจากจะมีแบรนด์สปริงเมทเข้าทำตลาดที่นอนและเครื่องนอนเพื่อสร้างรายได้หลักให้กับบริษัท สมพลเบดดิ้ง แอนด์ แมทเทรส อินดัสตรี แล้ว ยังมีแบรนด์ เซเน ที่นอนและเครื่องนอนสำหรับลูกค้าทั่วไป แบรนด์ รอบบี้ แอนด์ เบอร์คกิ้ง ผลิตภัณฑ์เครื่องเงินชั้นสูงระดับลักซ์ชัวรี่อันเก่าแก่จากเยอรมนี แบรนด์ คาโบ ผลิตภัณฑ์สำหรับการเดินทางจากสหรัฐอเมริกา เช่น หมอนรองคอ ผ้าปิดตา และถุงเท้าสำหรับการเดินทาง

ทั้งนี้ ในส่วนของแบรนด์ คาโบ ถือเป็นสินค้าน้องใหม่ที่เพิ่งนำเข้ามาจำหน่ายเมื่อช่วงเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา ด้วยการประเดิมนำหมอนรองคอเข้ามาทำตลาดเป็นสินค้าตัวแรกที่คิง เพาเวอร์ สาขาสนามบินสุวรรณภูมิ ส่วนสินค้าน้องใหม่อีกหนึ่งตัวที่เริ่มนำเข้ามาทำตลาดเมื่อช่วงเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา คือ แบรนด์ พาร์คเกอร์ แอนด์ มอร์แกน เป็นแบรนด์สินค้าลักซ์ชัวรี่ด้านการพักผ่อน เช่น ผ้าห่ม หมอนรองขา และหมอนคนท้อง

นพพลเล่าต่อว่า ในด้านของการดำเนินธุรกิจตลาดในประเทศยังคงเดินหน้าขยายจุดจำหน่ายของสินค้าทุกแบรนด์อย่างต่อเนื่องเช่นกัน โดยยังคงเน้นช่องทางห้างค้าปลีกเป็นหลัก ส่วนสาขาในรูปแบบสแตนด์อะโลน ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษา จึงทำให้ปัจจุบันมีสาขาสแตนด์อะโลนแบรนด์สปริงเมทเพียง 1 แห่งเท่านั้นที่ย่านถนนศรีนครินทร์

หลังจากออกมาเดินหน้าขยายธุรกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง นพพลคาดว่าสิ้นปี 2558 นี้ภาพรวมรายได้ของบริษัท สมพลเบดดิ้ง แอนด์ แมทเทรส อินดัสตรี จะมีอัตราการเติบโตสูงถึง 50% หลังจากปี 2557 ไม่เติบโต เพราะได้รับผลกระทบจากปัจจัยลบทางเศรษฐกิจ

นพพล กล่าวปิดท้ายว่า เป้าหมายของการดำเนินธุรกิจในฐานะทายาทรุ่นที่ 2 ผมจะทำให้ลูกค้าพึงพอใจในสินค้าให้ได้มากที่สุด ขณะเดียวกันก็ต้องขึ้นเป็นผู้นำด้านการผลิตที่นอนให้ได้ หรือเรียกได้ว่าถ้าจะซื้อที่นอนต้องคิดถึงแบรนด์สินค้าของเราเป็นแบรนด์แรก

แม้ว่าปัจจุบันภาพรวมเศรษฐกิจของไทยจะยังไม่ฟื้นตัวในทิศทางที่ดีนัก แต่นพพลก็มีความมั่นใจว่าปีนี้จะทุบสถิติการเติบโตของยอดขายให้ได้ เนื่องจากกำลังซื้อของกลุ่มเป้าหมายระดับบนยังเติบโตในทิศทางที่ดี เห็นได้จากแบรนด์สินค้าลักซ์ชัวรี่ที่ตบเท้าเข้ามาเปิดให้บริการในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล