posttoday
ธปท.ผ่อนคลายเคลื่อนย้ายเงินลงทุนเพิ่มความคล่องตัว

ธปท.ผ่อนคลายเคลื่อนย้ายเงินลงทุนเพิ่มความคล่องตัว

30 เมษายน 2558

ธปท.ประกาศผ่อนคลายเงินทุนเคลื่อนย้ายระหว่างประเทศเพิ่มความคล่องตัวในการทำธุรกรรมกระจายความเสี่ยง

ธปท.ประกาศผ่อนคลายเงินทุนเคลื่อนย้ายระหว่างประเทศเพิ่มความคล่องตัวในการทำธุรกรรมกระจายความเสี่ยง

นางจันทวรรณ สุจริตกุล ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายตลาดการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ธปท.ได้ประกาศแนวทางผ่อนคลายเพิ่มเติม ภายใต้แผนแม่บทเงินทุนเคลื่อนย้ายระหว่างประเทศในช่วงปี 2558-2560 นี้ เพื่อจะช่วยเพิ่มความลึกและความกว้างให้กับตลาดเงินไทย รวมทั้งเพิ่มความคล่องตัวในการทำธุรกรรมและกระจายความเสี่ยงการลงทุนของบุคคลในประเทศ และผู้มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศ ซึ่งจะสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไป

ทั้งนี้ การผ่อนคลายแบ่งเป็น การผ่อนคลายหลักเกณฑ์การแลกเปลี่ยนเงินของบุคคลในประเทศ คือ (1) การฝากเงินตราต่างประเทศกับสถาบันการเงินในประเทศ ธปท.ได้ขยายวงเงินให้บุคคลในประเทศซื้อเงินตราต่างประเทศเพื่อฝากกับสถาบันการเงินในประเทศได้โดยเสรี แต่มียอดคงค้างไม่เกิน 5 ล้านเหรียญสหรัฐ (2) การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ต่างประเทศจะขยายวงเงินให้บุคคลในประเทศ โอนเงินออกเพื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์ และสิทธิในการเช่าอสังหาริมทรัพย์ในต่างประเทศ ได้ไม่เกินปีละ 50 ล้านเหรียญสหรัฐ จากเดิมให้ได้ไม่เกิน 10 ล้านเหรียญสหรัฐ

และ (3) การลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศ ประกอบ  3.1 เพิ่มช่องทางให้บุคคลในประเทศสามารถลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศผ่านธนาคารพาณิชย์ได้  3.2 ทยอยผ่อนคลายให้บุคคลในประเทศที่มีคุณสมบัติตามที่กำหนดฝากเงินกับสถาบันการเงินในต่างประเทศได้ และลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศได้โดยไม่ผ่านตัวกลางในประเทศภายในวงเงินที่กำหนด 3.3 ให้บุคคลในประเทศลงทุนในผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่เสนอขายในประเทศที่เกี่ยวกับเงินตราต่างประเทศ เช่น structured product สกุลเงินบาทอ้างอิงอัตราแลกเปลี่ยนที่เกี่ยวกับเงินบาท

(4)การอนุญาตให้ผู้ประกอบธุรกิจเงินตราต่างประเทศของบริษัทหลักทรัพย์ โดยให้บริษัทหลักทรัพย์ซื้อขายเงินตราต่างประเทศกับลูกค้าภายใต้ขอบเขตการประกอบธุรกิจเป็นนายหน้าค้าหลักทรัพย์ได้ด้วย (5)การผ่อนคลายหลักเกณฑ์การประกอบธุรกิจของศูนย์บริหารเงิน (Corporate treasury center) โดยให้ศูนย์บริหารเงินสามารถบริหารจัดการเงินตราต่างประเทศให้แก่บริษัทในเครือได้คล่องตัวมากขึ้น เช่น ผ่อนคลายเกณฑ์การฝากเงินตราต่างประเทศ การกู้เงินบาทจากกลุ่มบริษัทในต่างประเทศ และการจัดเก็บเอกสารหลักฐาน (6) ผ่อนคลายคุณสมบัติและหลักเกณฑ์การประกอบธุรกิจของตัวแทนโอนเงินระหว่างประเทศ(Money transfer agent) และบุคคลรับอนุญาต (Money changer): เช่น อนุญาตให้ผู้ประกอบธุรกิจด้านการสื่อสารโทรคมนาคมให้บริการโอนเงินระหว่างประเทศ รวมทั้งขยายวงเงินการทำธุรกรรมของบุคคลรับอนุญาตกับลูกค้า

นอกจากนี้ ในส่วนของการผ่อนคลายการทำธุรกรรมมที่เกี่ยวข้องกับเงินบาทของผู้มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศ (non-residentหรือ NR) ธปท.จะดำเนินการให้ (1) ขยายวงเงินให้ NR กู้ยืมเงินบาทจากสถาบันการเงิน โดยไม่มีการค้าการลงทุนในประเทศไทย (underlying)รองรับได้เป็นไม่เกิน 600 ล้านบาท ต่อกลุ่ม NR ต่อ สถาบันการเงิน หนึ่งราย จากเดิมที่ให้ทำได้ไม่ได้และมียอดคงค้างไม่เกิน 300 ล้านบาทต่อวัน  ซึ่งเรื่องนี้คาดว่าจะมีผลบังคับใช้ได้ในเดือนพ.ค.ปีนี้  (2) ผ่อนคลายให้ผู้ประกอบการในต่างประเทศที่มิใช่สถาบันการเงินสามารถกู้ยืมเงินบาทโดยตรง (direct loan) เพื่อลงทุนในประเทศไทย ยกเว้นเพื่ออสังหาริมทรัพย์และหลักทรัพย์ในประเทศไทย และ (3) ผ่อนคลายให้ผู้ประกอบการที่มิใช่สถาบันการเงิน(นันแบงก์)ซึ่งตั้งอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน สามารถกู้ยืมเงินบาทโดยตรง(direct loan) เพื่อประโยชน์ในการค้าการลงทุนระหว่างประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบ้านได้

อย่างไรก็ดีมาตรการผ่อนคลายต่างๆของธปท.จะออกบังคับใช้ไม่พร้อมกัน จะประกาศใช้ตามระยะเวลาที่เหมาะสม โดยธปท.จะเร่งเสนอกระทรวงการคลังและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาด หลักทรัพย์(กลต.) และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตทล.) เพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์