
JASดึงต่างชาติถือหุ้น20%ประมูล4จี
จัสมินลุย 4จี เต็มสูบ เปิดให้ต่างชาติถือหุ้น 15-20% รู้ผลครึ่งปีหลัง แจงกำไรไตรมาสแรกไม่ได้แย่อย่างที่หลายฝ่ายคาด
จัสมินลุย 4จี เต็มสูบ เปิดให้ต่างชาติถือหุ้น 15-20% รู้ผลครึ่งปีหลัง แจงกำไรไตรมาสแรกไม่ได้แย่อย่างที่หลายฝ่ายคาด
นายพิชญ์ โพธารามิก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล (JAS) เปิดเผยหลังการประชุมผู้ถือหุ้นประจำปีว่า ภายในครึ่งปีหลังคาดว่าจะได้พันธมิตรต่างชาติที่จะเข้ามาส่งเสริมธุรกิจในการเข้าประมูล 4จี ซึ่งปัจจุบันกำลังเจรจาอยู่ทั้งหมด 5-6 ราย ส่วนรูปแบบการเข้ามาน่าจะเป็นในลักษณะเช่นเดียวกับที่บริษัท ไชน่า โมบายล์ เข้าถือหุ้นในบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE) โดย JAS จะยอมแบ่งสัดส่วนการถือหุ้นให้พันธมิตรประมาณ 15-20% คาดคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จะเปิดประมูลคลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิรตซ์ ในช่วงปลายปี
“พันธมิตรที่เข้ามาจะต้องมีคุณสมบัติอันดับแรก คือ ต้องมีโนว์ฮาวที่ดี ซึ่งเข้ามาช่วยส่งเสริมกลยุทธ์ในการทำธุรกิจให้จัสมินได้เป็นอย่างดี ขณะที่มองฐานะทางการเงินเป็นเรื่องรอง เพราะแต่ละปีบริษัทมีกระแสเงินสดที่เข้ามาเป็นจำนวนมาก แต่ราคาที่เสนอขายก็ต้องเป็นราคาพรีเมียมที่ไม่น้อยเกินไป” นายพิชญ์ กล่าว
นายพิชญ์ อธิบายถึงเหตุผลของการเข้าประมูล 4จี ในที่ประชุมว่า หากสามารถประมูลได้จะสามารถมีกำไรจากการดำเนินงานได้ตั้งแต่ปีแรก เพราะเริ่มจากฐานลูกค้าบรอดแบนด์ในปัจจุบันที่มีอยู่ 1.7 ล้านราย และคาดว่าสิ้นปี 2558 จะถึง 2 ล้านราย โดยจะเป็นการขยับฐานลูกค้าจากกลุ่มบรอดแบนด์ไปสู่โมบายบรอดแบนด์ ซึ่งจุดแข็งของบริษัทคือไม่มีลูกค้าระบบ 2จี ทำให้จำนวนคลื่นที่ประมูลได้มาจะสามารถรองรับการใช้งานข้อมูลในระบบ 4จี ได้ครบทั้ง 20 ล้านราย
ขณะที่คู่แข่งที่เป็นผู้ให้บริการมือถือ 3 รายในปัจจุบัน อย่างบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) ยังไม่มีการให้บริการ 4จี เพราะมีจำนวนคลื่นความถี่ไม่เพียงพอรองรับ 3จี ขณะที่บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (DTAC) มีลูกค้า 4จี จำนวน 6 แสนราย และ TRUE มีลูกค้า 4จี จำนวน 8 แสนราย
“การตัดสินใจเข้าประมูล 4จี ก็เพื่อพัฒนาและขยายฐานการทำธุรกิจใหม่ ซึ่งเป็นการต่อยอดธุรกิจได้เป็นอย่างดี หลายคนอาจมองว่าเราเป็นผู้เล่นรายใหม่คงไม่ใช่ เราไม่ได้เริ่มจากศูนย์”
JAS เคยเป็นผู้วางระบบเครือข่ายมือถือเป็นอันดับแรกของอุตสาหกรรม มีโนว์ฮาว มีทีมวิศวกร และบุคลากรที่พร้อม รวมถึงการมีช็อปบริการกว่า 350 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งอาจมีพื้นที่ไม่กว้างเท่าผู้บริการ 3 รายใหญ่ แต่ทุกพื้นที่ใช้ต้นทุนที่ไม่สูงมาก และเชื่อว่าทั้งหมดจะเป็นบริษัทที่ควบคุมต้นทุนได้ดี ดังนั้นจึงพร้อมสู่การแข่งขันในอุตสาหกรรมที่ท้าทาย
นายพิชญ์ กล่าวต่อว่า ผลประกอบการไตรมาสแรกปีนี้ไม่น่าจะแย่ตามที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้ กำไรจากการดำเนินงานปกติจะใกล้เคียงหรือไม่ต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนแน่ แต่กำไรโดยรวมต้องสูงกว่าปีก่อน เพราะจะมีการรับรู้กำไรพิเศษจากนำสินทรัพย์ขายเข้ากองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ต จัสมิน (JASIF) ทำให้ปัจจุบันมีเงินสดในมือ 1.04 หมื่นล้านบาท ส่วนปีนี้งบลงทุนปกติ 7,000 ล้านบาท ใช้ขยายโครงข่ายบรอดแบนด์ทั่วทุกตำบลทั้งประเทศเป็น 3,800 แห่ง







