posttoday
500 ตุ๊กตุ๊ก ทุ่ม 300 ล้าน ปั้นสตาร์ทอัพสัญชาติไทย

500 ตุ๊กตุ๊ก ทุ่ม 300 ล้าน ปั้นสตาร์ทอัพสัญชาติไทย

29 เมษายน 2558

นักพัฒนาควรทำสินค้าที่รองรับความต้องการของตลาด เพื่อเข้าถึงได้ง่ายและเจาะตลาดได้แบบทันที

โดย...ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ

ข้อมูลจากสมาคมผู้ร่วมลงทุนแห่งชาติสหรัฐ และไพร้ซวอเตอร์เฮาส์ คูเปอร์ส (PWC) กล่าวถึง ตัวเลขการระดมทุนให้กับสตาร์ทอัพของสหรัฐอเมริกา ในปี 2557 มีมูลค่ารวมอยู่ที่ 4.83 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1.57 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2556 ประมาณ 30% ถือว่าเป็นปีที่มีการระดมทุนได้สูงสุดในรอบทศวรรษของการมีธุรกิจประเภทนี้เกิดขึ้นมา โดยเป็นผลมาจากการที่นักลงทุนให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมนี้และมีจำนวนของนักธุรกิจหน้าใหม่ เข้ามาพัฒนาเทคโนโลยีเพิ่มขึ้น โดยคาดว่าสิ้นปีนี้ตัวเลขของการเพิ่มขึ้นจะไม่น้อยกว่า 50%

สหรัฐอเมริกาถือเป็นต้นแบบในการลงทุนให้กับสตาร์ทอัพ และได้แพร่กระจายไปยังภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทยด้วย

ไคลี อึง ที่ปรึกษา 500 สตาร์ทอัพ และที่ปรึกษา 500 ตุ๊กตุ๊ก กล่าวว่า นโยบายหลักของ 500 สตาร์ทอัพ คือ เป็นกองทุนสนับสนุนนักพัฒนาด้านเทคโนโลยีระดับชั้นนำของโลก ซึ่งลงทุนไปแล้ว กว่า 1,000 บริษัท ใน 50 ประเทศทั่วโลก โดยเลือกจากบริษัทที่มีแนวโน้มว่าจะประสบความสำเร็จในสหรัฐ และในอนาคตตั้งเป้าลงทุนอีก 1,000 บริษัท เน้นภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ละตินอเมริกา และตะวันออกกลาง

“สำหรับประเทศไทย เรามองหาบริษัทที่มีศักยภาพและเหมาะแก่การเข้าไปร่วมลงทุน เพราะยังมีนักลงทุนจำนวนมากที่ประสบความสำเร็จในสายงานนี้ไม่ว่าจะเป็น อุ๊คบี หรือบิลค์ ต่างก็ต้องการที่จะเข้าไปสนับสนุนธุรกิจเหล่านี้ในช่วงแรก (Seed Stage) เพื่อเป็นการต่อยอดธุรกิจให้เติบโตได้ แบ่งเป็นนักลงทุนในประเทศกว่า 90% อีก 10% ที่เหลือเป็นนักลงทุนต่างชาติ เพื่อให้การช่วยเหลือธุรกิจในประเทศนี้” ไคลี กล่าว

ณัฐวุฒิ พึงเจริญพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อุ๊คบี และผู้จัดการกองทุน 500 ตุ๊กตุ๊ก กล่าวเสริมว่า มูลค่าของกองทุนนี้อยู่ที่ 10 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 300 ล้านบาท และยังเปิดรับนักลงทุนหน้าใหม่ที่สนใจในธุรกิจนี้ โดยเน้นนักลงทุนไทยเป็นหลัก

“ตอนนี้ 500 ตุ๊กตุ๊ก ได้ลงทุนไปแล้ว ใน 3 บริษัท คือ บลิสบี (Blisby) เว็บไซต์ตลาดออนไลน์ที่รวมของแฮนด์เมดและงานฝีมือจากศิลปินไทย โอมิเซ (Omise)ผู้ให้บริการเพย์เมนต์เกตเวย์และฮับบ้า (Hubba) พื้นที่เช่าสำหรับทำงานและสัมมนา (Co-working Space) ซึ่งแต่ละบริษัทจะลงหุ้นประมาณ 5% หรือมูลค่า 1-3 ล้านบาท/ราย และมีแผนจะลงทุนเพิ่มอีก 10-20 ราย ภายในปีนี้คาดว่าในระยะเวลา 3 ปีข้างหน้า จะลงทุนในกลุ่มนี้ทั้งหมด 50-60 บริษัท” ณัฐวุฒิ กล่าว

เรืองโรจน์ พูนผล อดีตผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท กูเกิล สหรัฐ อเมริกา และผู้จัดการกองทุน 500 ตุ๊กตุ๊ก กล่าวว่า มีหน่วยงานจำนวนมากที่ต่างประเทศต้องการเข้ามา สนับสนุนนักธุรกิจไทย ทั้งด้านเครื่องมือการทำงาน และความรู้ที่มีประโยชน์ต่อผู้ประกอบการ เพื่อให้นักธุรกิจหน้าใหม่สามารถสร้างธุรกิจได้จนประสบความสำเร็จ

“แนวทางการคัดเลือกบริษัทที่จะเข้าไปลงทุน คือ 1.เป็นบริษัทที่มีทีมงานที่ดี 2.มีสินค้าที่ชัดเจนและมีฐานลูกค้าบ้างแล้ว และ 3.มีรูปแบบธุรกิจที่มีโอกาสเติบโตได้ โดยธุรกิจของสตาร์ทอัพที่มีความน่าสนใจ จะต้องรองรับเทรนด์การใช้งานมือถือที่เพิ่มขึ้นในประเทศ มีช่องทางการชำระเงินหรือเพย์เมนต์เกตเวย์และระบบโลจิสติกส์ที่ดี ถือว่าเป็นส่วนเสริมของการเติบโตได้อย่างแน่นอน” เรืองโรจน์ กล่าว

สำหรับเทรนด์ของแอพพลิ เคชั่นที่มองว่ามีโอกาสการเติบโตในอนาคต ได้แก่ ระบบการขายของหรือรองรับธุรกิจอีคอมเมิร์ซกำลังเป็นที่ต้องการอย่างมาก และมีโอกาสโตสูง แอพพลิเคชั่นแบบโซเชียลมีเดีย เพราะสังคมไทยยังนิยมการสื่อสาร และระบบซอฟต์แวร์สำหรับการคำนวณแบบบีทูบี เช่น ระบบคำนวณบัญชีรายรับรายจ่าย ภาษีและสต๊อกสินค้า เพราะกลุ่มธุรกิจเอสเอ็มอีต้องการซอฟต์แวร์รองรับการทำงานแบบทันทีและพร้อมจ่าย

นักพัฒนาควรทำสินค้าที่รองรับความต้องการของตลาด เพื่อเข้าถึงได้ง่ายและเจาะตลาดได้แบบทันที ประตูแห่งความสำเร็จก็ย่อมเปิดกว้างขึ้นแน่นอน

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์