
ปล่อยกู้เพื่อนบ้าน4พันล้าน
สพพ.เล็งปล่อยกู้เพื่อนบ้าน 4,000 ล้านบาท เผย 10 ปี หนุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่อนบ้านแล้วกว่า 1.4 หมื่นล้าน
สพพ.เล็งปล่อยกู้เพื่อนบ้าน 4,000 ล้านบาท เผย 10 ปี หนุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่อนบ้านแล้วกว่า 1.4 หมื่นล้าน
นายเนวิน สินสิริ ผู้อำนวยการสำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (สพพ.) เปิดเผยว่า สพพ.อยู่ระหว่างการเจรจากับรัฐบาลประเทศเพื่อนบ้านในการให้ความช่วยเหลือทางการเงินทั้งในรูปแบบเงินกู้เงื่อนไขผ่อนปรนหรือเงินให้เปล่า โดยในปี 2558 จะให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติมอีกอย่างน้อย 3 โครงการ ในลาว พม่า และเวียดนาม วงเงินทั้งสิ้น 4,106 ล้านบาท
ทั้งนี้ โครงการที่อยู่ระหว่างการเจรจา ประกอบด้วย 1.โครงการก่อสร้างสายส่งไฟฟ้าขนาด 115 กิโลวัตต์ และสถานีไฟฟ้าช่วงน้ำทง-ห้วยทราย ของลาว วงเงิน 1,137 ล้านบาท โดยลาวจะขอซื้อไฟฟ้าจากไทย เพื่อให้พื้นที่ชายแดนบ้านห้วยทรายมีไฟฟ้าพอใช้ และในอนาคตไทยอาจจะขอซื้อไฟฟ้าจากลาวผ่านทางสายส่งไฟฟ้าดังกล่าว
2.โครงการปรับปรุงระบบไฟฟ้าเขตโอคคะละปะเหนือและเขตดะโกนเหนือ ในเมืองย่างกุ้งของพม่า วงเงิน 1,785 ล้านบาท เป็นโครงการเพื่อแก้ปัญหาไฟฟ้าดับบ่อย และ 3.โครงการก่อสร้างประตูกั้นน้ำที่
เติ่นทวน นครโฮจิมินห์ของเวียดนาม วงเงิน 1,184 ล้านบาท ซึ่งโครงการนี้อาจพิจารณาเงินให้เปล่า เนื่องจากผลตอบแทนทางเศรษฐกิจต่ำ
หลังจากนี้เมื่อเจรจาเงื่อนไขเสร็จสิ้นจะเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอนุมัติวงเงินช่วยเหลือให้กับประเทศเพื่อนบ้านต่อไป
นายเนวิน กล่าวว่า ในระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา สพพ.ได้ให้ความช่วยเหลือประเทศเพื่อนบ้านทั้งการช่วยเหลือรูปแบบการเงินและช่วยเหลือทางวิชาการรวม 60 โครงการ คิดเป็นวงเงินกว่า 1.44 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นโครงการช่วยเหลือในรูปแบบเงินกู้เงื่อนไขผ่อนปรนและเงินให้เปล่า เพื่อเป็นค่าใช้งานทำโครงการพัฒนาและปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน 21 โครงการ วงเงิน 1.42 หมื่นล้านบาท ความช่วยเหลือทางวิชาการในรูปแบบเงินให้เปล่า เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการศึกษาความเหมาะสม และความเป็นไปได้ของโครงการรวมทั้งออกแบบงานก่อสร้างต่างๆ 16 โครงการ วงเงิน 244 ล้านบาท รวมถึงฝึกอบรมถ่ายทอดความรู้ให้กับเจ้าหน้าที่ประเทศเพื่อนบ้าน 218 คน ใน 23 โครงการ วงเงิน 10.47 ล้านบาท
“เราช่วยเหลือเพื่อนบ้าน เพื่อสร้างโครงข่ายความร่วมมือและพัฒนาเศรษฐกิจในภาพรวมของภูมิภาค โดยคำนึงถึงความเชื่อมโยงกัน ความคุ้มค่าทางด้านเศรษฐกิจ รวมทั้งรักษาความเป็นศูนย์กลางภูมิภาคอาเซียนของไทยเอาไว้ บางโครงการเห็นผลตอบแทนทางเศรษฐกิจชัดเจนเป็นมูลค่าทางการค้าด้วย เช่น โครงการก่อสร้างถนนระหว่างไทย-พม่า ช่วยให้มูลค่าการค้าชายแดนแม่สอดเพิ่มเป็น 2 หมื่นล้านบาท/ปี” นายเนวิน กล่าว







