
ทองคำกับ การปรับพอร์ตสมดุล
การลงทุนในทองคำทั้งในระบบทองคำแท่งและ Gold Futures สิ่งที่นักลงทุนจะต้องเข้าใจก็คือ การปรับพอร์ตให้สมดุล คำว่าการปรับพอร์ตให้สมดุล ถ้าเทียบกับศัพท์ทางโบรกเกอร์ นั่นก็หมายถึงการที่นักลงทุนจะต้องคอยตรวจเช็กพอร์ตที่เทียบกับราคาตลาด ณ ปัจจุบัน เราเรียกว่า Mark to Market
การลงทุนในทองคำทั้งในระบบทองคำแท่งและ Gold Futures สิ่งที่นักลงทุนจะต้องเข้าใจก็คือ การปรับพอร์ตให้สมดุล คำว่าการปรับพอร์ตให้สมดุล ถ้าเทียบกับศัพท์ทางโบรกเกอร์ นั่นก็หมายถึงการที่นักลงทุนจะต้องคอยตรวจเช็กพอร์ตที่เทียบกับราคาตลาด ณ ปัจจุบัน เราเรียกว่า Mark to Market
การที่นักลงทุนต้องคอยปรับพอร์ตให้สมดุลอยู่เสมอ หรือคอยตรวจเช็ก Mark to Market ทุกวัน จะช่วยทำให้นักลงทุนมีกลยุทธ์และมีการปรับเปลี่ยนให้ทันกับสภาพตลาดได้อยู่ตลอดเวลา มิฉะนั้นแล้วในที่สุดนักลงทุนหลายคนก็จะล้มเหลวในการลงทุนทองคำและการลงทุน Gold Futures เนื่องจากมีการใช้ Margin สูง หรือมีการใช้ Leverage ในการลงทุนจำนวนมาก นักลงทุนหลายๆ คนยังไม่เข้าใจว่าการใช้ Leverage มากๆ จำเป็นอย่างยิ่งที่นักลงทุนจะต้องติดตามตลาดใกล้ชิด ยิ่งใช้ Margin สูงหรือ Leverage มากเท่าไร
เช่น ใช้ Leverage ในอัตรามากกว่า 4 เท่าขึ้นไป นักลงทุนเองก็จะต้องคอยระแวดระวังและติดตามสภาพตลาดอยู่เสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการติดตามบทวิเคราะห์ เพื่อให้เข้าใจว่าจุดที่เราจะต้องคอยควบคุมพอร์ตของเราก็คือ บริเวณที่จะทะลุผ่านแนวรับหรือแนวต้านที่สำคัญ ที่จะทำให้เกิดสภาวะขาดทุน สภาวะขาดทุนในการลงทุนในตลาด TFEX จะเป็นจำนวนเท่าของเงินลงทุน หมายความว่า ยิ่งท่านใช้ Leverage มาก การขาดทุนเพียงเล็กน้อยก็จะทำให้ท่านต้องถูก Call Margin หรือ Mark to Market ได้
ตลาดทองคำในสภาวะผันผวน
ในวันศุกร์ที่ผ่านมา ตลาดทองคำมีการเคลื่อนตัวอย่างผันผวน และหลุดแนวรับสำคัญบริเวณ 1,180 เหรียญสหรัฐลงมา โดยที่ภาพรวมของตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐอยู่ในเกณฑ์ที่ดี แต่ก็ไม่มากนัก หลายครั้งตัวเลขการเจริญเติบโตก็ต่ำกว่าที่คาด ทำให้ราคาทองคำมีความผันผวนในกรอบ 1,190-1,210 เหรียญสหรัฐ แต่แล้วในที่สุดราคาก็หลุดระดับ 1,180 เหรียญสหรัฐลงมาในคืนวันศุกร์ ซึ่งเข้าสู่สภาวะที่ได้เขียนไว้ว่า นักลงทุนควรปรับพอร์ตให้สมดุล หรือระมัดระวังพอร์ตของตนเองก่อนล่วงหน้า
การปรับพอร์ตให้สมดุล
การที่จะต้องใช้ Stop Loss หรือการตัดขาดทุนในบางสภาวะที่นักลงทุนเกิดการขาดทุนจากสภาพตลาดที่เปลี่ยนแปลงไปดังกล่าว ดังนั้นการที่มีวินัยในการลงทุน และมีหลักการในการลงทุนตามแนวโน้มของตลาดจะมีสิ่งที่สำคัญสุด ซึ่งแนวโน้มของตลาดจะมีจุดเปลี่ยนต่างๆ บริเวณแนวรับ แนวต้าน ตามแต่นักลงทุนที่เป็นนักลงทุนระยะสั้น กลาง และยาวขนาดไหน ซึ่งในที่สุดแล้วการมีวินัยในการลงทุน และการติดตามตลาดอยู่เสมอ จะทำให้นักลงทุนเข้าใจและสามารถทำกำไรได้ในตลาดลงทุนของทองคำอย่างยั่งยืนเรามาดูกราฟราคาทองคำจะเห็นได้ว่า ราคาทองคำทำจุดสูงและค่อยๆ เคลื่อนลงมาเรื่อยๆ และมีลักษณะเป็นรูปสามเหลี่ยมที่ลาดลง จนทะลุแนวรับสำคัญบริเวณ 1,185 เหรียญสหรัฐลงมา ซึ่งเป็นจุดที่สำคัญที่อาจจะบอกได้ว่า แนวโน้มถัดไปของทองคำได้เข้าสู่แนวโน้มขาลงอย่างสมบูรณ์ หลังจากที่ราคาทองคำเคลื่อนตัวในทิศทาง Sideways ในกรอบ 1,190-1,210 เหรียญสหรัฐ มาเป็นเวลากว่า 2 สัปดาห์ แนวรับถัดไปของทองคำจะอยู่ที่ระดับ 1,160 เเละ 1,150 เหรียญสหรัฐ ตามลำดับ จึงยังคงเน้นย้ำให้นักลงทุนเข้าใจในการปรับพอร์ตให้สมดุลกับสภาพตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป โดย MTS Gold Futures เป็นบริษัทโบรกเกอร์ผู้เชี่ยวชาญในการลงทุนทองคำ ทั้ง Gold Futures และทองคำแท่งอย่างมีระบบ และมี Marketing ที่จะคอยช่วยเเนะนำการบริหารพอร์ตการลงทุนที่ถูกต้องอยู่ตลอดเวลา ถ้าท่านต้องการข้อมูลในการลงทุนเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่ MTS Call Center 02-770-7777







