
ประวิตรสั่งหาข้อมูลแก้ปัญหาผลผลิตปาล์ม
"ประวิตร"สั่งเกษตรหาข้อมูลผลผลิตปาล์มน้ำมันที่แท้จริงเพื่อแก้ปัญหาให้ตรงจุด
"ประวิตร"สั่งเกษตรหาข้อมูลผลผลิตปาล์มน้ำมันที่แท้จริงเพื่อแก้ปัญหาให้ตรงจุด
นางวิวรรณ บุณยประทีปรัตน์ เลขาธิการสมาคมปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มแห่งประเทศไทย เปิดเผยหลังร่วมประชุม คณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ ที่มีพล.อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธาน ว่าที่ประชุมได้รับฟังสถานการณ์ของปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์มในปัจจุบัน ซึ่งอยู่ในช่วงของผลผลิตล้นตลาดและราคาตกลง แต่ที่ประชุมยังไม่มีมาตรการใดๆออกมาช่วยเหลือ แต่ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปประเมินสถานการณ์ทั้งผลผลิตและสต๊อกรวมถึงความต้องการบริโภคเพื่อให้เกิดความชัดเจนและ ใกล้เคียงเพื่อให้แก้ปัญหาได้อย่างถูกจุด เพราะผลปาล์มที่ออกมาตอนนี้มีปัญหาจากอากาศร้อน แล้ง ทำให้การนำผลปาล์มมาสกัดเปอร์เซ็นต์มาทำน้ำมันได้น้อยลงจากค่าเฉลี่ยปกติที่ 17% สามารถสกัดน้ำมันได้เพียง 15-16%
"ขณะนี้ต้นทุนผลปาล์มดิบของเกษตรกรที่ 3.38 บาทต่อกิโลกรัม แต่ราคาตลาดอยู่ที่ 3.25 - 3.40 บาทต่อกิโลกรัม ด้านผลปาล์มคุณภาพยังได้ราคาที่ 4 บาทต่อกิโลกรัม โดยราคาที่ตกลงนี้ไม่เกี่ยวกับการนำเข้าน้ำมันปาล์มดิบในเดือนก.พ.ที่เสร็จสิ้นไปแล้ว ส่วนราคาน้ำมันปาล์มอยู่ที่กิโลกรัมละ 25-26 บาท แต่ราคาสูงกว่ามาเลเซียกิโลกรัมละ 5-6 บาท ที่ราคาอยู่ที่ 19- 20 บาท ทำให้พล.อ.ประวิตร มีความเป็นห่วงการลักลอบนำเข้าน้ำมันปาล์มเข้ามาประเทศไทย จึงให้กรมศุลกากรเข้มงวดตรวจสอบด้วย" นางวิวรรณ กล่าว
นางวิวรรณ กล่าวว่า แม้จะยังไม่มีมาตรการที่แน่ชัด แต่ที่ประชุมก็มีการหารือหลายแนวทางเช่น ว่ารัฐบาลจะเก็บสต๊อกเองหรือไม่ แต่จะต้องดูความเป็นไปได้ในทางปฏิบัติด้วยทั้งหน่วยงานที่ปฏิบัติและงบประมาณที่จะนำมาใช้ รวมทั้งผลที่จะได้รับกันจริงๆว่าช่วยได้หรือไม่ เพราะปัญหาครั้งนี้ไม่ได้เกิดเฉพาะประเทศไทย แต่เป็นสถานการณ์ของโลกที่ผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำทั้งหมดเศรษฐกิจโลกก็ชะลอตัว และความต้องการใช้น้ำมันปาล์มก็ลดลงเนื่องจากกลุ่มประเทศยุโรปโจมตีเรื่องคุณสมบัติว่าเป็นน้ำมันที่อาจจะมีอันตราย ซึ่งต้องมาหารือกันแนวทางการสร้างความเชื่อมั่นในการใช้น้ำมันปาล์มจากไทยด้วย
สำหรับหลักการของการแก้ปัญหามีเรื่องของการประกันราคา คงไม่มีการนำมาใช้ เนื่องจากอาจจะไม่ทั่วถึง โดยเฉพาะชาวสวนรายย่อย นอกจากนี้มีการเสนอวิธีการแทรกแซงราคาโดยให้องค์การคลังสินค้า(อคส.) ซื้อเก็บในกรณีที่มีน้ำมันปาล์มส่วนเกินเยอะ แต่ก็ยังเป็นเพียงแค่หลักการของการแก้ปัญหาเท่านั้น
ขณะเดียวกัน ได้มีการแนวทางของการดูดซับน้ำมันออกไปเพื่อให้ปริมาณในตลาดลดลง ซึ่งขณะนี้ก็มีความหวังเรื่องการผลิตน้ำมันดีเซลที่มี B7 ที่เริ่มมีการใช้จริงเมื่อวันที่ 22 เม.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งการผลิตไบโอดีเซล บี 7 ทำให้มีความต้องการการใช้น้ำมันปาล์มเพิ่มขึ้น 75,000 ถึง 80,000 ตันต่อปี







