
ผลวิจัยพบเทรดหุ้นตามกระแสเสี่ยงสูง
ก.ล.ต. เผยผลงานวิจัย มก. ชี้พฤติกรรมผู้ลงทุนไทยที่ลงทุนซื้อขายหลักทรัพย์ตามกระแสเสี่ยงขาดทุนสูง
ก.ล.ต. เผยผลงานวิจัย มก. ชี้พฤติกรรมผู้ลงทุนไทยที่ลงทุนซื้อขายหลักทรัพย์ตามกระแสเสี่ยงขาดทุนสูง
นายชาลี จันทนยิ่งยง รองเลขาธิการ รักษาการเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวว่า งานสัมมนา SEC Working Papers Forum ครั้งที่ 3/2558 ก.ล.ต. เผยแพร่ผลงานวิจัยของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เกี่ยวกับสภาพคล่องและพฤติกรรมผู้ลงทุนตามกระแส (noise trader) ในตลาดหุ้นไทย ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการศึกษาข้อมูลและการประเมินมูลค่าพื้นฐานของหลักทรัพย์ให้รอบคอบก่อนการตัดสินใจลงทุน เพื่อลดความเสี่ยงในการซื้อขายหลักทรัพย์
ผศ.ดร. ธนโชติ บุญวรโชติ นักวิจัยจากคณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เปิดเผยว่า ผลงานวิจัยเรื่องแรกหัวข้อ “ความสัมพันธ์ระหว่างอัตราผลตอบแทน ปริมาณซื้อขายหลักทรัพย์ของนักลงทุนและความผันผวนของอัตราผลตอบแทนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย”พบว่า มีความเสี่ยงจากการซื้อขายหลักทรัพย์ตามกระแสในตลาดหลักทรัพย์ แสดงให้เห็นว่าดัชนีตลาดหลักทรัพย์ ได้รับอิทธิพลจากปัจจัยอื่นที่ไม่ใช่ปัจจัยพื้นฐานในระดับสูง เช่น ปริมาณการซื้อขาย ซึ่งแตกต่างจากตลาดหลักทรัพย์ในสหรัฐอเมริกา ที่การเพิ่มขึ้นหรือลดลงของดัชนีตลาดได้รับอิทธิพลส่วนใหญ่จากปัจจัยพื้นฐาน
สำหรับงานวิจัยเรื่องที่สองเกี่ยวกับ “การวิเคราะห์พฤติกรรมแบบ Noise Traders ของนักลงทุนภายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย” ซึ่งได้ศึกษาวิจัยไปแล้วเมื่อปี 2553 โดยพบว่า ผู้ลงทุนรายย่อยมีแนวโน้มพฤติกรรมลงทุนตามกระแสนั้น ต่อมาได้ทำวิจัยเพิ่มเติมและได้ข้อสรุปใหม่ คือ พฤติกรรมการลงทุนของผู้ลงทุนทุกประเภทใน SET เป็นผู้ลงทุนที่ทำการบ้านอย่างดีก่อนการตัดสินใจซื้อขาย
อย่างไรก็ตาม เมื่อวัดผลตอบแทนการลงทุนของผู้ลงทุนแต่ละประเภท ปรากฏว่า ผลตอบแทนการลงทุนของผู้ลงทุนต่างประเทศมีค่าสูงสุด ขณะที่ผู้ลงทุนรายย่อยมีผลตอบแทนการลงทุนต่ำสุด เนื่องจากข้อจำกัดที่เกิดจากวิธีการส่งคำสั่ง โดยผู้ลงทุนสถาบันส่งคำสั่งซื้อขายโดยใช้ราคาตลาด ขณะที่ผู้ลงทุนรายย่อยส่งคำสั่งซื้อขายโดยวิธีระบุราคาจึงได้รับผลกระทบจากความผันผวนของราคาหลักทรัพย์มากกว่า







