
มุมมองนักเทรดหุ้นสไตล์มนุษย์เงินเดือน
จากงานรวมพลคนหุ้นกับบริษัทหลักทรัพย์ ซีไอเอ็มบี เมื่อวันเสาร์ที่ 18 เม.ย.ที่ผ่านมา มีหัวข้อสัมมนาที่น่าสนใจ
โดย...บงกชรัตน์ สร้อยทอง
จากงานรวมพลคนหุ้นกับบริษัทหลักทรัพย์ ซีไอเอ็มบี เมื่อวันเสาร์ที่ 18 เม.ย.ที่ผ่านมา มีหัวข้อสัมมนาที่น่าสนใจคือ “เปิดมุมมองคนเทรดหุ้น สไตล์มนุษย์เงินเดือน” จึงมานำเสนอในคอลัมน์เปิดพอร์ตครั้งนี้
“สมเกียรติ สุขเสรีกุล” ผู้ลงทุนและเจ้าของบล็อก isalaryman มีงานประจำและลงทุนหุ้นเพราะอยากมีเงินใช้หลัง 60 ปี แม้ที่บ้านแอนตี้แต่ก็เอาเงินเก็บเงินส่วนตัว 1-2 หมื่นบาท ซื้อหุ้นตัวแรกบริษัท อีจีวี เอ็นเตอร์เทนเมนท์ (EGV) ราคาลง เอาเงินถัวครั้งที่ 2 ลงอีกเลยขายทิ้ง จากนั้นไปซื้อหุ้นการเกษตรและอาหารยักษ์ใหญ่เจ็บตัวเพราะเจอไข้หวัดนก ทั้งสองตัวเส้นทางการลงทุนไม่สดใส และเลือกเล่นตามหน้าหนังสือพิมพ์เก็งกำไรอย่างเดียว มีหนึ่งตัวขาดทุน 90% และยอมถือไป 5-6 ปี จุดหนึ่งมองว่าเงินที่เก็งกำไรมาได้มาแล้วก็หาย ตัดสินใจศึกษาเพิ่ม สะสมทุนใหม่และบอกตัวเองเข้าใจว่าเป็นคนชอบเทคนิคอล แต่สามารถห่อกลับบ้าน 3-5 วัน หรือ 1-2 สัปดาห์
ช่วงแรกของการลงทุนกระทบต่องานเพราะห่วงหน้าจอ แต่กระทบงาน 1-2 วันก็เลิก เพราะตอบตัวเองแล้วไม่ใช่เดย์เทรด ปัจจุบันพอร์ตใกล้ถึงหลัก 1 ล้านบาท เชื่อว่าอีก 1-2 ปีทะลุล้านแรก โดยรวมดูพอร์ตเติบโตขึ้นทุกปีพอ ไม่ตั้งเป้าต่อปีต้องได้กี่เปอร์เซ็นต์ และไม่ออกไปเป็นเทรดเดอร์อย่างเดียว เพราะคิดว่าไม่อิสระจริง ต้องเฝ้าหน้าจอและต้องบังคับให้ตัวเองเทรดเพื่อให้ได้เงินมาเลี้ยงชีพ
“พรลัดดา เดชรัตนวิบูลย์” นักลงทุนอิสระและเป็นผู้บริหารบริษัท ลงทุนเพราะอยากมีเงินเกษียณ เริ่มจากคนรอบข้างกระตุ้น ตามเพื่อน ตามเซียนที่เขาว่า ลงทุนพร้อมกันเลย 2-3 ตัว ลามไปวอร์แรนต์ตัวที่ 2 ออกไม่ทันต้องแปลงสิทธิและโดนไปเยอะ กระทบงานมาก นอนไม่หลับ เครียด จิตใจอยู่กับหุ้น เห็นทั้งภาพที่รวยและดิ่งเหว คิดว่าต้องศึกษาจริงจัง อ่านหนังสือ เรียนการลงทุนหลายหลักสูตร ฟังสัมมนามากขึ้นและเริ่มเข้าใจหุ้น จนตอนนี้ตอบตัวเองเป็นแบบปัจจัยพื้นฐานที่ชอบดูงบการเงิน รู้สึกเสียดายที่ตอนนั้นถ้าศึกษามาดีกว่านี้ บางตัวคงกล้าที่จะถือต่อ บางตัวตัดขาย แต่ทุกวันนี้ตัวที่เคยขาดทุนทำให้เรารู้ว่ามีเหตุผลที่สามารถรอฟื้นกลับมา จากเมื่อก่อนรออย่างไร้เหตุผล ทุกวันนี้จะมาดูหุ้นทุกไตรมาสเพื่อติดตามผล ตอนนี้แม้ยังเกษียณไม่ได้ และตั้งเป้าหมายว่าก่อนเกษียณต้องสามารถปล่อยให้เงินทำงานได้แบบ Passive income
“ศรัณยู ประชากริช” หรือ “บีม” นักแสดงที่ควงคู่มากับแฟนสาว “พัชร์สิตา ภักค์ไพบูลย์” พิธีกร บอกว่าที่ผ่านมาลงทุนตามคำเชิญชวนของเพื่อนโดยเฉพาะหุ้นไอพีโอ และทำให้เราเจ็บหนักได้ ตอนนี้อยู่ระหว่างการปรับตัวและศึกษาเพิ่มทั้งจากอ่านหนังสือและแลกเปลี่ยนกับผู้รู้ที่ลงทุนมาก่อน เพราะคิดว่าจะเป็นเครื่องป้องกันเราได้อย่างดี ตอนนี้จะมีทัั้งเห็นกำไรและขาดทุน แต่เชื่อว่าการลงทุนในหุ้นจะดีกว่าการฝากเงินในแบงก์และพันธบัตรที่ได้เคยลงทุนมา







