
มิลล์คอนเดินหน้าโครงการเหล็ก
มิลล์คอนเตรีมเดินหน้าโครงการผลิตบิลเล็ต มูลค่า 5,000 ล้านบาท หวังลดการนำเข้าได้ 15% หลังโครงการติดอยู่ในมาบตาพุด ก่อสร้างเสร็จพร้อมยื่นขอใบอนุญาตดำเนินกิจการทันที
มิลล์คอนเตรีมเดินหน้าโครงการผลิตบิลเล็ต มูลค่า 5,000 ล้านบาท หวังลดการนำเข้าได้ 15% หลังโครงการติดอยู่ในมาบตาพุด ก่อสร้างเสร็จพร้อมยื่นขอใบอนุญาตดำเนินกิจการทันที
นายสิทธิชัย ลีสวัสดิ์ตระกูล ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการบริษัทมิลล์คอน สตีล อินดัสทรีย์ เปิดเผยภายหลังการเข้าพบกับนายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รมว.อุตสาหกรรม ว่า บริษัทมิลล์คอนเตรียมเดินหน้าดำเนินโครงการผลิตเหล็กแท่งทรงยาว (บิลเล็ต) มูลค่า 5,000 ล้านบาท หลังจากโครงการถูกสั่งระงับชั่วคราวจากปัญหามาบตาพุดภายใต้ชื่อบริษัทบีอาร์พี ที่เป็นบริษัทลูกของมิลล์คอน ซึ่งการผลิตในครั้งนี้จะทำให้ช่วยลดการนำเข้าได้ประมาณ 10-15%
โครงการดังกล่าวศาลได้อนุญาตให้สามารถดำเนินการก่อสร้างได้เมื่อ 4-5 เดือนที่แล้ว ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้าง และเมื่อก่อสร้างเสร็จก็พร้อมที่จะไปขอใบอนุญาตประกอบกิจการจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม โดยตอนนี้ได้เตรียมส่งเรื่องไปยังอัยยการให้ยื่นปลดออกจากคำสั่งการถูกระงับชัวคราว เนื่องจากไม่ใช่โครงการที่อยู่ในบัญชีรายชื่อกิจการรุนแรงที่อาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน ซึ่งคาดว่าจะเริ่มเดินเครื่องจักรได้ภายในปี 2554
ทั้งนี้ โรงงานแห่งใหม่จะมีกำลังการผลิตบิลเล็ตได้ 5 แสนตันต่อปี ซึ่งจะใช้เป็นวัตถุดิบสำหรับการนำมาผลิตหล็กรูปพรรณ 80% และส่งออกอีก 20% ซึ่งจะช่วยลดการนำเข้าวัตถุดิบได้ จากเดิมที่ต้องนำเข้าวัตถุดิบกว่า 70-80% โดยนำเข้าบิลเล็ตในราคา 500 เหรียญสหรัฐต่อตัน แต่เมื่อมีโรงงานผลิตเองแล้วก็จะนำเข้าเศษเหล็กในราคา 300 เหรียญสหรัฐต่อตัน เข้ามาหลอมเป็นบิลเล็ตแทน จะช่วยลดมูลค่าการนำเข้าต่อปีได้อย่างมาก
เมืองไทยเป็นประเทศกำลังพัฒนา มีความต้องการใช้เหล็กเพิ่มมากขึ้นทุกปี บริษัทที่อยู่ในอุตสาหกรรมนี้จึงมีความเข้าใจอย่างดี เห็นช่องทางการตลาดที่มีรองรับสินค้าอยู่แล้ว การลงทุนในเมืองไทยจึงไม่มีความเสี่ยง และเป็นการลงทุนเพื่อลดต้นทุนสร้างมูลค่าเพิ่ม” นายสิทธิชัย กล่าว
สำหรับโครงการดังกล่าวบริษัทได้ใช้เทคโนโลยีจากบริษัทดานิลี่ ฟาร์อีส ผู้ผลิตเทคโนโลยีจากอิตาลี ซึ่งเป็นเทคโนโลยีในการผลิตเหล็กคุณภาพพิเศษ ลดการใช้พลังงานได้ 20-25% และมีฝุ่นต่ำกว่ามาตรฐาน 10 เท่า ซึ่งเป็นเทคโนโลยีตัวแรกที่นำเข้ามาติดตั้งในเมืองไทย และเป็นเทคโนโลยีเดียวกับที่ใช้ในบริษัท โตเกียว สตีล และดองวู โดยโครงการนี้ได้รับการอนุมัติส่งเสริมการลงทุนจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ในการลงทุนเพิ่มผลิตเหล็กคุณภาพสูง







