
ดอลลาร์อ่อนค่าระยะสั้น รับการชะลอตัวของศก.สหรัฐ
โดย...ณัฏฐริยา วิทยธนเศรษฐ์
โดย...ณัฏฐริยา วิทยธนเศรษฐ์
สายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย คาดว่าค่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 32.25-32.50 ในสัปดาห์นี้ แนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบแคบ เนื่องจากยังไม่มีปัจจัยสำคัญมากำหนดทิศทางค่าเงิน โดยสัปดาห์นี้น่าจะเป็นช่วงที่นักลงทุนปรับการลงทุนเตรียมรับการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่จะมีขึ้นในวันที่ 29 เม.ย. นักลงทุนต่างชาติบางส่วนอาจเข้ามาซื้อพันธบัตรระยะสั้นของไทยเพื่อเก็งกำไรก่อนการประชุมของ ธปท. เนื่องจากตัวเลขเศรษฐกิจ 2 เดือนแรกยังไม่มีสัญญาณฟื้นตัวชัดเจน อัตราเงินเฟ้อในเดือน เม.ย. มีแนวโน้มติดลบ ประกอบกับทั้งภาครัฐและเอกชนต่างต้องการเห็น ธปท.ปรับลดดอกเบี้ย ช่วยลดการแข็งค่าของเงินบาทเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างไรก็ตาม นักเศรษฐศาสตร์ในตลาดส่วนใหญ่ รวมทั้งธนาคารกสิกรไทยมองว่า ธปท.จะคงดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้ ดังนั้นการเข้ามาเก็งกำไรจึงเป็นปัจจัยระยะสั้นที่หนุนเงินบาทเท่านั้น ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อในภาคการผลิตของประเทศหลัก รวมทั้งตัวเลขภาคบ้านและคำสั่งซื้อสินค้าของโรงงานในสหรัฐประจำเดือน มี.ค. ซึ่งมองว่าตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐจะยังสะท้อนโมเมนตัมที่อ่อนแอ น่าจะทำให้นักลงทุนมองว่าเฟดอาจไม่สามารถขึ้นดอกเบี้ยได้เร็วเหมือนที่เคยคาดไว้
ในสัปดาห์ที่ผ่านมา นักลงทุนต่างชาติเทขายพันธบัตรไทยสุทธิ 5,100 ล้านบาท แต่เข้าซื้อหุ้นไทยสุทธิ 5,500 ล้านบาท ทำให้ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบแคบระหว่าง 32.30-32.50 โดยสกุลเงินเอเชียโดยรวมแข็งค่าขึ้น นำโดยเงินเหรียญสิงคโปร์ที่ปรับแข็งค่าขึ้นถึง 1.6% หลังธนาคารกลางสิงคโปร์มีมติคงนโยบายการเงิน ทำให้นักลงทุนกลับเข้าซื้อเงินเหรียญสิงคโปร์อย่างรุนแรง เนื่องจากก่อนการประชุมนักลงทุนคาดว่าธนาคารกลางสิงคโปร์จะประกาศผ่อนคลายนโยบายการเงิน
นอกจากนี้ ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐยังออกมาน้อยกว่าที่ตลาดคาดไว้ สะท้อนว่าเศรษฐกิจสหรัฐอาจใช้เวลาฟื้นตัวนานกว่าที่คาด ทำให้นักลงทุนลดการเก็งกำไรว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในเดือน มิ.ย. ประกอบกับเศรษฐกิจจีนในไตรมาสแรกขยายตัวได้เพียง 7% เป็นระดับต่ำสุดในรอบ 6 ปี ทำให้นักลงทุนมองว่าจีนจะต้องออกแผนกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมในระยะต่อไป ปัจจัยดังกล่าวส่งผลดีต่อความเชื่อมั่นนักลงทุน และค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นปิดตลาดที่ 32.35 (ณ วันศุกร์ เวลา 17.00 น.)
เงินเหรียญสหรัฐปรับอ่อนค่าลงในสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นสัญญาณเปลี่ยนแปลงคาดการณ์ของนักลงทุนในตลาดเงินอย่างชัดเจน สะท้อนจากเงินเยนแข็งค่าขึ้นจาก 121.00 มาที่ 118.50 แต่ไม่แข็งค่าขึ้นมาก เนื่องจากมีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ประกันชีวิต และบริษัทญี่ปุ่นเข้าซื้อเงินเหรียญสหรัฐ ส่วนเงินยูโรปรับแข็งค่าขึ้นจาก 1.0510 ไปที่ 1.0840 แม้จะมีข่าวร้ายเกี่ยวกับการเจรจาแผนปฏิรูปของกรีซมากระทบความเชื่อมั่นแต่ก็ไม่สามารถทำให้เงินยูโรอ่อนค่าลง







