posttoday
การกำกับดูแลที่ดีกับความน่าเชื่อถือบริษัทจดทะเบียนไทย

การกำกับดูแลที่ดีกับความน่าเชื่อถือบริษัทจดทะเบียนไทย

24 มิถุนายน 2553

 

.....ชัยยุทธ์ ชำนาญเลิศกิจ

 

การประเมิน CG ของบริษัทจดทะเบียนไทยเริ่มอย่างเป็นรูปธรรมในปี พ.ศ. 2545 โดย Model การประเมินแบบ CGR (Corporate Governance Report) โดยสถาบันกรรมการไทย (IOD) ภายใต้การสนับสนุนของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และสำนักงาน ก.ล.ต.

โดยสรุป ภาพรวมของการกำกับดูแลกิจการของบริษัทจดทะเบียนไทยมีระดับการพัฒนาที่สูงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยคะแนนเฉลี่ยของปี พ.ศ. 2552 ได้เพิ่มขึ้นมาเป็น 75% จากคะแนนเฉลี่ย 60% ในปี พ.ศ. 2551

ทั้งนี้ เมื่อวิเคราะห์ในรายละเอียดจะพบได้ว่า คะแนนในหมวดสิทธิของผู้ถือหุ้น มีคะแนนเฉลี่ยเพิ่มขึ้นสูงที่สุด (91% เปรียบเทียบกับ 88% ของปีก่อน) และคะแนนในหมวดความรับผิดชอบของกรรมการมีคะแนนเฉลี่ยเพิ่มขึ้นน้อยที่สุด (อยู่ที่ 68% เปรียบเทียบกับ 61% ของปีก่อน)

ข้อกังวลในการประเมิน CGR นั้น มีประเด็นจากการอาศัยข้อมูลจากการเปิดเผยเท่านั้น (Disclosure Basis) ซึ่งทำให้หลายฝ่ายมองว่าการประเมิน CGR เป็นการประเมินตามรูปแบบ ไม่สามารถที่จะวัดในสาระสำคัญได้ (Form over Substance)

ประเด็นปัญหานี้เกิดจากการที่หลายฝ่ายได้ตั้งความคาดหวังที่สูงเกินไป เพราะการประเมิน CGR นั้นสามารถทำการประเมินได้ในลักษณะที่เป็นมาตรฐานขั้นต่ำ (Baseline) เท่านั้น

แต่ CGR ก็เป็นวิธีประเมินที่มีต้นทุนที่เหมาะสม และจากการประชุม OECD Asian Roundtable on CG ในเดือน ก.ย. 2552 พบว่า มีประเทศในแถบเอเชียได้นำเอาวิธีการประเมินของ CGR ไปใช้แล้ว ในอีก 5 ประเทศ คือ จีน ฮ่องกง สิงคโปร์ อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ และอาจนำไปสู่การจัดทำ Regional CG Benchmark ในอนาคต

นอกจากการประเมินภายในประเทศแล้ว ยังมีการประเมินของต่างประเทศต่อสถานะการกำกับดูแลกิจการที่ดีของประเทศไทย โดยมีองค์กรกลางที่สำคัญสองแห่งที่จะทำการประเมินอย่างเป็นอิสระ ซึ่งผู้ใช้ผลการประเมินนี้ ก็คือนักลงทุนสถาบันในต่างประเทศนั่นเอง

ดังนั้น การประเมินลักษณะนี้จะเป็นการสะท้อนภาพของ Market View ในต่างประเทศ และมักจะมีลักษณะการประเมินที่เป็นเชิงคุณภาพ (Qualitative) ค่อนข้างมาก

องค์กรแรก ที่จะกล่าวถึงก็คือ ACGA (Asian Corporate Governance Association) ซึ่งมีศูนย์กลางอยู่ที่ฮ่องกง โดย ACGA ได้มีความร่วมมือกับ CLSA ในการออกรายงานที่เรียกว่า CG Watch เป็นรายงานในระดับภูมิภาคเอเชียเท่านั้น และประเมินเปรียบเทียบสถานะของ CG ของประเทศในแถบเอเชีย ทุกๆ 2 ปี

การประเมินใน CG Watch นั้น จะมีการแบ่งการประเมินในสองวิธี ได้แก่ 1.TopDown เป็นการประเมินจากระดับประเทศลงไป และ 2.BottomUp คือการประเมินจากบริษัทจดทะเบียนขึ้นมา

โดยผลล่าสุดในปี พ.ศ. 2550 นั้น ประเทศไทยจัดอยู่ในลำดับที่ 2 รองจากญี่ปุ่น ในการประเมินแบบ BottomUp และอยู่ในลำดับที่ 8 โดยมีฮ่องกงและสิงคโปร์ อยู่ในลำดับที่ 1 และ 2 ตามลำดับในการประเมินแบบ TopDown

เมื่อวิเคราะห์แล้วจะพบว่า บริษัทจดทะเบียนของไทยนั้นมีการปรับปรุงทางด้าน CG อย่างต่อเนื่อง จากคะแนนเฉลี่ยในการประเมินแบบ BottomUp ของบริษัทจดทะเบียนไทยในกลุ่มตัวอย่างของปี พ.ศ. 2552 เป็น 63% เพิ่มขึ้นจาก 57% จากปี พ.ศ. 2550

แต่เมื่อมาดูลำดับของสถานะ CG ของประเทศไทยจากวิธีการศึกษาแบบ TopDown แล้วพบว่า ประเทศไทยนั้นอยู่ในลำดับที่ต่ำมาก (ลำดับที่ 8 ในปี พ.ศ. 2550) ทั้งนี้เนื่องจากปัจจัยในระดับมหภาค ปัญหาในเรื่องการบังคับใช้กฎหมาย (Enforcement) และปัญหาการเมืองภายในประเทศนั่นเอง

(อ่านต่อสัปดาห์หน้า)

ข่าวล่าสุด

คาดสินค้านำเข้าราคาต่ำปี 69 โต 4.4 หมื่นล้าน กระทบ SMEs แข่งขันยาก

คาดสินค้านำเข้าราคาต่ำปี 69 โต 4.4 หมื่นล้าน กระทบ SMEs แข่งขันยาก