posttoday
คนสื่อขอรัฐเลิกแทรกแซง

คนสื่อขอรัฐเลิกแทรกแซง

24 มิถุนายน 2553

หวั่นอ้างปฏิรูปสื่อแค่บังหน้า หวังเพิ่มตัวแทนนั่งในกสทช.

โพสต์ทูเดย์ — สมาพันธ์วิชาชีพวิทยุโทรทัศน์ หวั่นนโยบายปฏิรูปสื่อ แค่ขจัดศัตรูทางการเมือง ชี้ปล่อยสื่อเป็นอิสระ

นางจำนรรค์ ศิริตัน นายกสมาพันธ์สมาคมวิชาชีพวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ เปิดเผยว่า รู้สึกเป็นห่วงนโยบายการปฏิรูปสื่อของรัฐบาลว่าเห็นตรงกับผู้ประกอบวิชาชีพสื่อหรือไม่ เพราะจากการดำเนินการของรัฐบาลที่ผ่านมา ทั้งการไล่ปิดวิทยุชุมชน ทีวีดาวเทียม รวมถึงเว็บไซต์ เป็นการส่อนัยของการกำจัดสื่อที่เป็นปฏิปักษ์ทางการเมืองเป็นหลัก

นอกจากนี้ ในช่วงปัญหาการเมืองที่ผ่านมา สื่อของรัฐบางสื่อถูกวิพากษ์วิจารณ์ถึงการทำหน้าที่อย่างมาก ถือเป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องเร่งดำเนินการ ซึ่งไม่แน่ใจว่าการที่รัฐบาลออกมาพูดถึงนโยบายการปฏิรูปสื่อ จะเป็นการเบี่ยงเบนประเด็นข้อวิพากษ์วิจารณ์สื่อของรัฐในช่วงที่ผ่านมาหรือไม่

สำหรับการปฏิรูปสื่อของสมาคมวิชาชีพ คือการที่ไม่ให้ใครรวมถึงรัฐบาลมากำหนดกรอบการทำงาน ซึ่งในช่วงสงครามการเมืองที่ผ่านมา มีคำสั่งห้าม หรือมีคำสั่งให้เผยแพร่บางเรื่อง และไม่ให้เผยแพร่บางเรื่อง

“สิ่งที่ควรปฏิรูปในความหมายของนักวิชาชีพ คือ อิสระ เสรีภาพ การหลุดพ้นจากการควบคุมของรัฐ ซึ่งรัฐต้องสนับสนุนให้สื่อเป็นอิสระอย่างแท้จริง เช่น กรณีช่อง 11 ที่ถูกเรียกว่าเป็นช่องหอยม่วง กรณีการเผาช่อง 3 ก็เช่นเดียวกัน มีใครมาดูแลหรือไม่” นางจำนรรค์ กล่าว

ทั้งนี้ สมาพันธ์ฯ เห็นว่าการปฏิรูปสื่อ คือให้สื่อปฏิรูปตัวเอง ซึ่งในฐานะผู้ทำงานสามารถทำได้เลยวันนี้ พรุ่งนี้ และที่ผ่านมา พยายามทำมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นรายการบันเทิง หรือละคร พยายามสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนทุกกลุ่ม เนื้อหาได้พัฒนาเพิ่มสาระ สอดแทรกความรู้ใหม่ ๆ เข้าไปอยู่แล้ว และถึงเวลาที่ต้องทำให้ชัดเจนมากขึ้น โดยจะเร่งดำเนินการจัดตั้งสภาวิชาชีพ กำหนดธรรมนูญ หรือข้อปฏิบัติในวิชาชีพขึ้นมาเป็นแนวทาง คาดว่าจะจัดตั้งได้ในเร็ววันนี้

นางจำนรรค์ กล่าวว่า สิ่งที่น่าเป็นห่วงอีกอย่างหนึ่ง คือ ร่าง พ.ร.บ.กสทช. ที่มีสัดส่วนของผู้ประกอบวิชาชีพเพียง 2 คน คือตัวแทนวิทยุและโทรทัศน์ฝ่ายละ 1 คน ซึ่งสมาพันธ์ต้องการได้สัดส่วนกรรมการเพิ่มอีก 2 ตำแหน่ง เพื่อได้คนที่มีประสบการณ์เข้าไปดูแลวิชาชีพนี้ เพราะกฎหมายฉบับนี้เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพโดยตรง แต่กรรมการส่วนใหญ่กลับเป็นนักวิชาการ เช่น นักกฎหมาย นักเศรษฐศาสตร์

“หากมีสัดส่วนของผู้ประกอบวิชาชีพน้อย ก็เหมือนการทำกับข้าว ที่มีแต่นักโภชนาการ รู้แต่ทฤษฎี แต่ไม่มีพ่อครัวที่มีประสบการณ์ในการปรุงอาหารทำให้ขาดรสชาติ และไม่ต้องกลัวว่านักวิชาชีพจะเข้ามาหาผลประโยชน์ กลัวเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน เพราะนักวิชาชีพต้องการยกระดับตัวเองเช่นเดียวกัน” นางจำนรรค์ กล่าว

ทั้งนี้ หากรัฐบาลจัดตั้งคณะกรรมาธิการร่วมระหว่างสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา เพื่อพิจารณาปรับปรุงร่างดังกล่าว สมาพันธ์จะขอเข้าไปมีส่วนร่วมในเรื่องนี้หรือเสนอความเห็น ซึ่งการพิจารณากฎหมายฉบับนี้ตั้งแต่ปี 2550 ที่ผ่านมา สมาพันธ์ฯได้ยื่นข้อเสนอไปถึง 9 ครั้งแล้ว แต่ไม่ได้รับการตอบรับ

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ