
ตัวช่วยผู้ถือหุ้น
คุณมีตัวช่วยค่ะ และตัวช่วยของผู้ถือหุ้นนั้นไม่จำกัดจำนวนครั้งที่ใช้ ยิ่งใช้มากยิ่งดี เพราะจะช่วยให้การตัดสินใจโหวตใน AGM ทำได้ดีขึ้น
คุณมีตัวช่วยค่ะ และตัวช่วยของผู้ถือหุ้นนั้นไม่จำกัดจำนวนครั้งที่ใช้ ยิ่งใช้มากยิ่งดี เพราะจะช่วยให้การตัดสินใจโหวตใน AGM ทำได้ดีขึ้น
จากข้อมูลของสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย ใน AGM ปี 2557 มีวาระเพิ่มทุน (ทุกรูปแบบ) ของบริษัทจดทะเบียนถึง 66 แห่ง วงเงินรวมประมาณ 1.2 แสนล้านบาท ซึ่งในวาระเพิ่มทุนผู้ถือหุ้นควรพิจารณาประเด็นเหล่านี้ก่อนโหวต
- วัตถุประสงค์และเหตุผลในการเพิ่มทุน เมื่อได้อ่านหรือฟังสิ่งที่ผู้บริหารชี้แจงแล้ว ต้องเห็นภาพอนาคตของกิจการที่ได้นำทุนนั้นไปใช้ประโยชน์ได้ชัดเจน หากยังคลุมเครือ ไม่แน่ใจ ควรสอบถามผู้บริหารให้ชี้แจงทันที และในการประชุมครั้งต่อไป ควรติดตามว่าบริษัทได้ใช้ทุนที่เพิ่มไปตามวัตถุประสงค์ที่เคยแจ้งไว้หรือไม่
- ผลกระทบต่อผู้ถือหุ้นและวิธีการจัดสรรหุ้น ผู้ถือหุ้นต้องทราบผลกระทบต่อราคาตลาดของหุ้น (Price Dilution) และต่อส่วนแบ่งกำไรหรือสิทธิออกเสียงของผู้ถือหุ้นเดิม (Control Dilution) รวมทั้งหากเป็นการเสนอขายหุ้น PP ราคาต่ำ (คือการที่บริษัทจดทะเบียนออกหุ้นเพิ่มทุนและเสนอขายให้แก่บุคคลเฉพาะเจาะจงในวงจำกัด (Private Placement : PP) และในราคาที่ต่ำกว่า 90% ของราคาตลาด) ผู้ถือหุ้นควรทราบเหตุผลว่าทำไมต้องเจาะจงให้บุคคลนี้และด้วยราคานี้ เพื่อวิเคราะห์ความคุ้มค่าของประโยชน์ที่บริษัทและผู้ถือหุ้นทุกรายจะได้รับ
สำหรับการเสนอขายหุ้น PP ราคาต่ำ ถือว่าส่งผลกระทบกับผู้ถือหุ้นเดิมมาก ซึ่งกฎหมายไม่ได้ปล่อยให้ผู้ถือหุ้นต้องรับสภาพเพียงอย่างเดียว โดยให้สิทธิโหวตในวาระนี้เป็นพิเศษ คือ ต้องได้รับมติเห็นชอบจากผู้ถือหุ้นด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของจำนวนหุ้นที่ถือโดยผู้ถือหุ้นซึ่งมาประชุมและมีสิทธิออกเสียง และต้องไม่มีผู้ถือหุ้นรวมตัวกันอย่างน้อย 10% โหวตคัดค้านเพื่อระงับ (Veto) การดำเนินการนี้ด้วยYou’ll never walk alone …
นอกจากนี้ ผู้ถือหุ้นยังมีตัวช่วยที่อยู่เคียงข้างในช่วงเวลาที่ต้องใช้สิทธิออกเสียงในวาระสำคัญค่ะ
1.กรรมการอิสระ (“Independent director - ID”)บริษัทต้องมี ID อย่างน้อย 1 ใน 3 ของคณะกรรมการบริษัท และต้องมีไม่น้อยกว่า 3 คน ซึ่ง ID จะให้ความเห็นเกี่ยวกับการบริหารงานและการทำธุรกรรมที่สำคัญของบริษัทได้อย่างอิสระจากฝ่ายจัดการและผู้ถือหุ้นรายใหญ่
2.กรรมการตรวจสอบ (“Audit committee – AC”)บริษัทต้องมี AC ที่ต้องเป็น ID ด้วย อย่างน้อย 3 คน ซึ่งทำหน้าที่สอบทานให้บริษัทมีการกำกับดูแลกิจการอย่างเพียงพอ พิจารณาและให้ความเห็นรายการที่เกี่ยวโยงกันหรือรายการที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ให้เป็นไปตามกฎหมายที่มีวัตถุประสงค์ไม่ให้ผู้ถือหุ้นรายย่อยถูกเอาเปรียบ และ ผู้ถือหุ้นยังสามารถแจ้งเรื่องร้องเรียนกับ AC ได้อีกด้วย
3.ผู้สอบบัญชี
ทำหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องของงบการเงิน หากผู้สอบบัญชีแสดงความเห็นแบบมีเงื่อนไข หรือไม่แสดงความเห็น นั่นส่อถึงสัญญาณอันตรายที่ผู้ถือหุ้นต้องระมัดระวัง
4.ที่ปรึกษาทางการเงินอิสระ (Independent Financial Advisor : IFA) เมื่อบริษัทจะเสนอวาระการทำรายการที่เกี่ยวโยงกัน หรือการซื้อขายทรัพย์สินที่มีขนาดใหญ่ หรือการทำธุรกรรม Backdoor listing ให้ผู้ถือหุ้นพิจารณา จะต้องจัดให้มี IFA เพื่อให้ความเห็นว่า การทำรายการนั้นมีความสมเหตุสมผลและเหมาะสมหรือไม่ เพื่อเป็นข้อมูลให้ผู้ถือหุ้นใช้ประกอบการตัดสินใจ
5.สมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย ในฐานะขององค์กรผู้ถือหุ้นรายย่อย ทำหน้าที่ปกป้องพิทักษ์สิทธิผู้ลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ ด้วยการเข้าไปมีส่วนร่วมรับรู้ข่าวสารของบริษัทจดทะเบียน โดยเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้น จัดอบรมอาสาพิทักษ์สิทธิให้กับผู้ลงทุนและผู้ที่สนใจ เพื่อส่งเสริมการกำกับดูแลที่ดีของกิจการ รวมถึงเปิดรับข้อร้องเรียนจากผู้ลงทุนด้วย ดูรายละเอียดได้ที่ www.thaiinvestors.com
6.สำนักงาน ก.ล.ต. กำกับดูแลผู้ที่เกี่ยวข้องในตลาดทุน รวมทั้งส่งเสริมให้ผู้ลงทุนมีความรู้และหากผู้ลงทุนเจอปัญหาหรือไม่ได้รับความเป็นธรรม สามารถร้องเรียนหรือชี้เบาะแสได้ที่ สายด่วน 1207 ค่ะผู้ถือหุ้นยังมีอีกตัวช่วยสำคัญหนึ่งคือความรอบรู้ ซึ่งในเรื่องการโหวตในที่ประชุมผู้ถือหุ้น สามารถหาความรู้ได้ที่ “สาระต้องรู้ก่อนเข้าประชุมผู้ถือหุ้น” ใน www.start-to-invest.com >> สิทธิผู้ถือหุ้น หรือ Mobile application “start-to-invest” >> สื่อความรู้ >> เคล็ดลับการลงทุน
“ก.ล.ต. อยากให้คนไทยลงทุนด้วยความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง”







